[CR] (CR) Once in a Life Time in Manila – กาลครั้งหนึ่งในเมืองที่ไม่เคยนึกถึง “มะนิลา”

มะนิลา เมืองหลวงของประทศฟิลิปปินส์ ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่ามีเกาะมากมายนับพันเกาะ  ได้ยินชื่อมานานแสนนานตั้งแต่สมัยเรียนสังคมศึกษา สารภาพว่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้ไปที่นี่ ... และวันนั้นก็มาถึงวันที่ต้องไปทำงานที่มะนิลา 2 - 3 วัน แบบบินเดี่ยว เลยขอเฟี้ยวเที่ยวเล่นหน่อย ทำให้ไม่ได้วางแผน และมีข้อมูลไม่มากเท่าไร เพราะเสร็จจากงานในแต่ละวันผมก็เป็นอันต้องรีบจับรถไปเที่ยวแบบขอให้ได้เที่ยวก็พอ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้มาเขียนในพันทิป ผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยกันล่วงหน้า

กางปีกลัดฟ้า สู่มะนิลา
ไปฟิลิปปินส์ ก็ขอลองนั่งสายการบินของฟิลิปปินส์สักหน่อย ด้วยเที่ยวบิน PR 731 ออกจากไทยตอนบ่าย จากกรุงเทพไปมะนิลา ประมาณ 3.30 ชม. ไฟลต์บ่ายจะใช้เครื่องลำหญ่ อย่างที่ผมนั่งไปจะเป็นเครื่องใหญ่ 777 บางวันก็มี A350 ลำใหม่บินมาบ้าง ส่วนไฟลต์อื่นๆ จะทำการบินด้วยเครื่องที่นั่งแบบ 3-3 (อย่างขากลับผมนั่ง A321-200) 
ภายในจัดแถวแบบ 3-4-3 ที่นั่งกว้าง มีหน้าจอ หูฟัง หมอนน้อยๆ สะอาดสะอ้าน ส่วนแอร์ก็ยิ้มแย้มบริการสมเป็นสายการบินแห่งชาติ อาหารพอใช้เป็นหมูสับผัดพริกในน้ำเกรวี่ข้น ๆ แปลกดี ไม่เคยทาน (น้ำส้มที่เสิร์ฟเป็นแบรนด์ท้องถิ่น อาจถูกใจคนฟิลิปปินส์ แต่สำหรับผมคิดว่ามันขมและรสชาติแปลกๆ ใครไม่แน่ใจน้ำแอปเปิ้ลดีกว่าครับ)


อิ่มแล้วก็บรรจงใส่หูฟังแล้วหลับไปยาวๆ ถึงฟิลิปปินส์ราว 18.30 น. และเข้าเมืองโดยใช้บริการจองรถเข้าเมืองไว้ก่อนแล้วนะครับ เพราะตัดปัญหาเรื่องปวดหัวกับพี่แท๊กซี่ เข้าโรงแรมพักผ่อนเพราะอย่างที่บอกพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า 


แว๊บ ๆ หนีเที่ยว เดี๋ยวเดียวก็เอานะ
ขอตัดภาพการประชุมที่ดูจะเป็นงานเป็นการและตึงขมับ ปลดเปลืองไปกับการเดินทางท่องเที่ยวแบบทัวร์นกขมิ้นบินโฉบสักหน่อย แน่นอนครับว่ามะนิลา อาจะไม่ได้มีที่เที่ยวมากนัก แต่เวลาน้อยนิดของผมการได้โฉบแว๊บใช้เวลาทุกนาทีให้ไม่สูญเปล่า แน่นอนว่า Intramuros คือจุดหมายที่ใคร ๆ มามะนิลาต้องมาให้ถึง

Rizal Park
ก่อนจะถึง Intramuros ขอแวะลงเดินตรง Rizal Park สวนหย่อมขนาดใหญ่ที่อยู่ในกรุงมะนิลา ตรงจุดนี้นอกจากจะเป็นสวนกลางเมืองแล้วยังมีประติมากรรมรอบ ๆ สวนให้ได้เดินชมเล่นด้วย แต่แน่นอนว่าจุดเด่นเลยคืออนุสาวรีย์ไรซอล หรือ Rizal Monument อนุสรณ์แห่งการรำลึกถึง Jose Rizal วีรบุรุษของคนฟิลิปปินส์ ผู้นำการต่อต้านระบบอาณานิคมของสเปน ที่ช่วงปี ค.ศ. 1896-1898

ด้านหน้ามีเสาธงสูงใหญ่เด่นตระหง่าน หรือ The Independence Flagpole ที่สูงถึง 45.72 เมตร เป็นเสาธงที่สูงที่สุดของประเทศ และจุดนี้เองคือสถานที่แห่งการได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์จากสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1946 โดยการลดธงชาติอเมริกาลงและเชิญธงชาติฟิลิปปินส์ขึ้นสู่ยอดเสาโบกสะบัดเสรีภาพสู่มาตุภูมิ ซึ่งในวันที่ 4 กรกฏาคม เคยถือเป็นวันชาติของฟิลิปปินส์ ก่อนที่ประธานาธิบดี Diosdado Macapagal จะเปลี่ยนวันชาติไปเป็นวันที่ 12 มิ.ย. แทนเพื่อรำลึกถึงการประกาศเอกราชจากสเปน
ตรงกันข้ามเสาธงนี้เป็นกิโลเมตรที่ 0 คล้าย ๆ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยบ้านเราที่เป็นจุดวัดระยะทาง เหนือ ใต้ ออก ตก ว่ามีระยะทางเท่าไร

Intramuros
เสร็จแล้วผมก็เดินจากจุดนี้ไปยังอินทรามูรอส (แนะนำว่าอย่าเดินเลยนะครับ ไกลพอสมควรเลย เล่นเอาเหงื่อตก) ราว 15 นาที จึงจะถึงทางเข้า Intramuros เป็นย่านเมืองเก่าที่มีกำแพงล้อมรอบเป็นเขตประวัติศาสตร์ภายในนครมะนิลาในฟิลิปปินส์ Intramuros มาจากคำภาษาสเปนที่มีความหมายว่า "ภายในกำแพง" โดยตั้งอยู่ปากแม่น้ำปาซิก สร้างขึ้นโดยมีผู้นำการก่อสร้างคือ Miguel Lopez de Legazpi ในช่วงปี ค.ศ.1571
ภายในอินทรามูรอส คล้ายบ้านตุ๊กตา น่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม


Fort Santiago
ที่แรกที่จะไปคือ Fort Santiago ป้อมปราการของสเปนที่เก่าแก่ที่สุดในฟิลิปปินส์ เป็นด่านแรกที่ป้องกันการโจมตีจากข้าศึกที่เข้ามาทางปากอ่าวมะนิลา ที่เข้ามาทางปากแม่น้ำปาซิก จ่ายเงินค่าเข้าเสร็จสรรพเดินมาสักพักก็จะพบกับกำแพงที่โดดเด่นด้วยรูปสลัก “เซนต์เจมส์ผู้พิฆาตแขกมัวร์” บนซุ้มประตู

ป้อมแห่งนี้เคยใช้เป็นคุกคุมขังนักโทษ ตัวห้องขังตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำปาซิก นักโทษจะต้องเดินลงไปยังห้องขังด้านล่าง ทหารจะปล่อยน้ำจากแม่น้ำเข้ามา และนักโทษก็จะจมน้ำตาย

ซึ่งแม้แต่ Jose Rizal วีรบุรุษของชาวฟิลิปปินส์ก็ยังเคยถูกคุมขังที่นี่ ก่อนจะถูกนำตัวไปประหารชีวิต ภายในมีอนุเสาวรีย์และส่วนจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ของ Jose Rizal และซากของอาคารต่างๆ 

 
Manila Cathedral
ออกจากป้อมซานดิเอโก้ ตรงมาจะเห็นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เลยก็คือมหาวิหารแห่งมะนิลา มหาวิหารได้รับความเสียหายและถูกทำลายหลายครั้งแต่โครงสร้างดั้งเดิมถูกสร้างใน ค.ศ. 1581 มหาวิหารในปัจจุบันคือ อาคารรุ่นที่ 8 ซึ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1958 ตัวโดมตรงกลางขนาดใหญ่สีเขียวเป็นเอกลักษณ์ และแนวซุ้มโคงที่ประดับด้วยรูปสลักอ่อนช้อยเหนือประตูทางเข้า ภายในวิหารประดับกระจกสีเป็นเรื่องราวในคริสตศาสนาสวยงาม
ด้านหน้าวิหารมีอนุเสาวรีย์พระเจ้าชาร์ลที 6
ภายในของมหาวิหาร สวยงามด้วยปูนปั้นและการประดับกระจกสี 


Casa manila
คาซา มะนิลา เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวิถีชีวิตของคหบดีในช่วงที่ฟิลิปปินส์ตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของสเปน ภายนอกเป็นโครงสร้างหินและไม้ที่สง่างาม ภายในแบ่งออกเป็นหลายส่วนมีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และพิพิธภัณฑ์ ตรงกลางมีลานกว้าง มีน้ำพุเป็นศูนย์กลางอารมณ์บ้านผู้ดีเก่าในสเปน ในส่วนของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงออกเป็นห้อง เช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทานข้าว ครัว แต่ละห้องจัดวางของเก่าไว้อย่างน่าดูชม บางรีวิวก็บอกว่าภายในห้ามถ่ายรูปแต่พอไปจริงๆ พนักงานที่นั่งเฝ้าก็ให้ถ่ายรูป แถมยิ่งเขาเห็นเราไปคนเดียวยังมาคอยถามไถ่ช่วยเหลือขันอาสาเป็นตากล้องให้อีกด้วย เลยได้รูปภายในมาฝากกัน
ลานน้ำพุกลางบ้าน จักรยานที่เห็นเป็นจักรยานโครงไม้ไผ่ สอบถามเช่าขี่ได้
มาดูภายในกันบ้าง ห้องนี้เป็นห้องคล้าย ๆ ห้องพระบ้านเรา
ห้องทานข้าว
ห้องแสดงเครื่องดนตรีเก่า
มองจากด้านบนเห็นพื้นถนนที่เป็นพื้นหิน และบ้านสีชมพูทรงโบราณฝั่งตรงข้าม
Saint Agustin
ส่วนตัวค่อนข้างเสียดายที่ไม่มีเวลามากพอจะเข้าไปชมภายในโบสถ์แห่งนี้ ภายนโบสถ์จัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมสิ่งของมากมายไว้ โดยโบสถ์เดิมนั้นสร้างขึ้นในปี 1571 ของเดิมเป็นโบสถ์เล็กๆ สร้างจากไม้ไผ่ธรรมดา ๆ ก่อนจะถูกเพลิงไหม้และถูกสร้างขึ้นหม่อีกครั้งแต่ก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน แต่ด้วยศรัทธาทางศาสนาโบสถ์ก็ได้สร้างขึ้นใหม่ครั้งที่3 ด้วยโครงสร้างหิน แต่เช่นเดียวกับสถานที่อื่นๆ โบสถ์แห่งนี้ไม่ได้เด่นตระหง่านอย่างสง่างาม เพราะก็ยังต้องผ่านเรื่องราวของสงคราม และ ภัยธรรมชาติมากมาย ทั้งหอระฆังถล่ม สงครามมะนิลา หรือแม้แต่สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตามในปี 1993 โบสถ์แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก ยูเนสโก ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก 

ประตูโบสถ์ด้านข้าง สวยงาม 
Aduana Building
อาคาร Aduana เป็นโครงสร้างแบบสเปน สร้างขึ้นในปี 1823 เพื่อเป็นที่ทำการศุลกากรและคลังสินค้าเพื่อดึงดูดให้พ่อค้าเข้ามาอาศัยอยู่ภายในเขตกำแพงมากกว่าจะอาศัยอยู่นอกกำแพง ในปี 1863 อาคารพังเสียหายจากแผ่นดินไหวและรื้อถอนออกไปในปี 1872 และลงมือสร้างใหม่อีกครั้งในปี 1874 และยังคงตามแบบแผนเดิมอยู่ อีกทั้งยังคงใช้เป็นหน่วยงานศุลกากร หน่วยงานราชการด้านการปกครอง กองคลัง โรงกษาปณ์ และเมื่อมีการโอนอาคารให้มาเป็นกองคลังและโรงกษาปณ์จึงเปลียนชื่อเป็น Intendencia ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอาคารได้รับความเสียหายอีกครั้ง ครั้งแรกโดยการทิ้งระเบิดของญี่ปุ่น และต่อมาโดยปืนใหญ่ทหารอเมริกันและฟิลิปปินส์ในช่วงสงครามมะนิลา จากนั้นก็ได้รับการซ่อมแซมใช้เป็นสำนักงานของธนาคารกลางของฟิลิปปินส์ คลังแห่งชาติ และที่ทำการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก่อนจะถูกไฟไหม้และปล่อยทิ้งร้าง 
เสร็จแล้วก็เดินเล่นดูเมืองอีกสักหน่อยก่อนออกไปหาอะไรกินกันต่อที่ย่านไชน่าทาวน์

จริงๆ ในพื้นที่ Intramuros ยังมีอีกหลายสถานที่ที่น่าสนใจ แต่เวลาน้อยและท้องหิวเสร็จจากตรงนี้ก็พอดีครึ่งเช้า เลยรีบเรียกรถพุ่งตรงไปหาของอร่อยๆ กินที่ Chinatown สักหน่อย 
ชื่อสินค้า:   เที่ยวมะนิลา
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่