นักการเมืองเป็นกลุ่มคนที่ชอบเกาะกระแส อะไรที่รัฐบาลสนับสนุน หรือส่งเสริมเป็นต้องเข้าไปค้านโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องผ่านสมอง เลยโดนดีจนได้
เพราะไปเหยียบเข้ากับของแข็ง ของจริง และของแรง อย่างน้อย 2 เรื่อง
1.
การประมง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่หลายรัฐบาล และธุรกิจภาคเอกชนหลายแห่ง พยายามที่จะเข้ามาส่งเสริม เพื่อแก้ไขในหลายๆ เรื่อง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ หากลองหาข้อมูล และศึกษารูปแบบการประมงของประเทศไทยอย่างลึกซึ้งแล้ว จะพบว่า ประมงพาณิชย์ก็มีปัญหาของตัวเอง ประมงพื้นบ้านก็มีปัญหาของตัวเองเช่นเดียวกัน ดังนั้น การแก้ไขเรื่องประมงจะต้องเข้าใจให้ถึงแก่นแท้ของปัญหาที่เกิดขึ้นซะก่อน
ล่าสุด ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ได้ออกมาขอร้องให้นักการเมืองว่า ... "อย่านำวาทกรรมทางการเมืองมาบิดเบือน และให้ข้อมูลที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหา และความเสียหายต่อประเทศชาติ" ...
ในเมื่อนักการเมืองท่านนี้ ท่านเคยที่จะเรียกร้องให้ประเทศไทยมีระบบ มีระเบียบเหมือนนานาอารยประเทศ และเป็นมาตรฐานสากลแล้ว ทำไมเมื่อรัฐบาลได้ดำเนินการทำให้เรื่องการทำประมงของประเทศไทยให้มันถูกกฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นมาตรฐานสากล แต่ทำไมวันนี้ท่านกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง ท่านอ้างในพรรคของท่านมีนักวิชาการ มีที่ปรึกษาเก่งๆ หลายคน แต่ท่านหารู้ไม่ว่า ท่านกำลังเลือกที่จะฟังเพียงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ถ้าเช่นนั้น ก็ไม่ต่างกับการเลือกปฏิบัติใช้กฏหมาย ที่ขัดแย้งกับนโยบายที่ท่านได้หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชนหรือไม่
ดังนั้น ท่านกำลังบอกว่า "ชาวประมง 99.99% ที่ทำถูกกฎหมายคุณจะไม่ดูแล แต่คุณกำลังจะดูแลแต่โจร โจรที่ทำผิดมาตรฐาน IUU ดูแลแต่พื้นที่ซึ่งถูกกล่าวหา ถูกประณามจากทั่วโลกว่า ค้ามนุษย์ เป็นแหล่งรวมของการทำประมงผิดกฏหมาย ใช่หรือไม่"
2.
รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ก็เช่นเดียวกัน เป็นเรื่องของการชิงอำนาจ ชิงพื้นที่สื่อจากพรรคการเมืองขั้วเก่า และขั้วใหม่ ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศในวันนี้ ... พรุ่งนี้ ... ที่โครงการเมก้าโปรเจคยักษ์ใหญ่หลายแสนล้าน ที่เคยถูกตีตก เพราะว่าถนนลูกรังยังไม่หมดประเทศ กำลังถูกใช้เป็นวาทะกรรมทางการเมือง โดยลืมคำนึงว่าเป็น ... ผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ....
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา มีการประชุมครม. ของรัฐบาล มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ได้อนุมัติและเห็นชอบให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกับกลุ่มกิจการร่วมค้าเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง และกลุ่มพันธมิตร ที่ประกอบด้วย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, บริษัท Chaina Railway Construction Corporation Limited, บริษัท ช.การช่าง, บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ และอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นภาคธุรกิจที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เสนอให้รัฐบาลร่วมลงทุนในกรอบที่ต่ำกว่าที่ครม.ตั้งไว้ที่ 117,227 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าถึง 2,199 ล้านบาท ซึ่งภาคเอกชนที่ชนะการประมูล หรือก็คือ "กลุ่มซีพี" จะเข้ามาร่วมลงทุนเป็นระยะเวลา 50 ปี ทั้งเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสาร และรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร
ซึ่งมูลค่าปัจจุบันของโครงการจากการประเมินของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) อยู่ที่ 224,500 ล้านบาท เมื่อครบอายุโครงการที่ 50 ปีข้างหน้า โครงการนี้จะกลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของภาครัฐ ราคา ณ ตอนนั้นคาดว่าน่าจะมากกว่า 300,000 ล้านบาท
แต่ก็มีผู้หวังดี และไม่หวังดีต่อโครงการนี้ ที่พยายามหามูลเหตุมาโจมตี บิดเบือนข้อมูลเพื่อให้เกิดอคติกับโครงการฯ รวมถึงการให้ข้อมูลไม่ครบ และให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว เพื่อต่อรองให้ตนเองขอเข้ามามีส่วนร่วมด้วย หรือเพื่อที่จะเข้ามาแทรกแซงเพื่อหวังผลประโยชน์ ???
โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่เป็น กระดูกสันหลัง และเป็นโครงการแรกของอีอีซี ที่จะสามารถทำให้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกถึงขั้น ... "จะเกิด หรือ จะดับ" ... ได้ทีเดียว
นักการเมืองเป็นพวกชอบเกาะกระแส
เพราะไปเหยียบเข้ากับของแข็ง ของจริง และของแรง อย่างน้อย 2 เรื่อง
1. การประมง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่หลายรัฐบาล และธุรกิจภาคเอกชนหลายแห่ง พยายามที่จะเข้ามาส่งเสริม เพื่อแก้ไขในหลายๆ เรื่อง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ หากลองหาข้อมูล และศึกษารูปแบบการประมงของประเทศไทยอย่างลึกซึ้งแล้ว จะพบว่า ประมงพาณิชย์ก็มีปัญหาของตัวเอง ประมงพื้นบ้านก็มีปัญหาของตัวเองเช่นเดียวกัน ดังนั้น การแก้ไขเรื่องประมงจะต้องเข้าใจให้ถึงแก่นแท้ของปัญหาที่เกิดขึ้นซะก่อน
ล่าสุด ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ได้ออกมาขอร้องให้นักการเมืองว่า ... "อย่านำวาทกรรมทางการเมืองมาบิดเบือน และให้ข้อมูลที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหา และความเสียหายต่อประเทศชาติ" ...
ในเมื่อนักการเมืองท่านนี้ ท่านเคยที่จะเรียกร้องให้ประเทศไทยมีระบบ มีระเบียบเหมือนนานาอารยประเทศ และเป็นมาตรฐานสากลแล้ว ทำไมเมื่อรัฐบาลได้ดำเนินการทำให้เรื่องการทำประมงของประเทศไทยให้มันถูกกฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นมาตรฐานสากล แต่ทำไมวันนี้ท่านกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง ท่านอ้างในพรรคของท่านมีนักวิชาการ มีที่ปรึกษาเก่งๆ หลายคน แต่ท่านหารู้ไม่ว่า ท่านกำลังเลือกที่จะฟังเพียงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ถ้าเช่นนั้น ก็ไม่ต่างกับการเลือกปฏิบัติใช้กฏหมาย ที่ขัดแย้งกับนโยบายที่ท่านได้หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชนหรือไม่
ดังนั้น ท่านกำลังบอกว่า "ชาวประมง 99.99% ที่ทำถูกกฎหมายคุณจะไม่ดูแล แต่คุณกำลังจะดูแลแต่โจร โจรที่ทำผิดมาตรฐาน IUU ดูแลแต่พื้นที่ซึ่งถูกกล่าวหา ถูกประณามจากทั่วโลกว่า ค้ามนุษย์ เป็นแหล่งรวมของการทำประมงผิดกฏหมาย ใช่หรือไม่"
2. รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ก็เช่นเดียวกัน เป็นเรื่องของการชิงอำนาจ ชิงพื้นที่สื่อจากพรรคการเมืองขั้วเก่า และขั้วใหม่ ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศในวันนี้ ... พรุ่งนี้ ... ที่โครงการเมก้าโปรเจคยักษ์ใหญ่หลายแสนล้าน ที่เคยถูกตีตก เพราะว่าถนนลูกรังยังไม่หมดประเทศ กำลังถูกใช้เป็นวาทะกรรมทางการเมือง โดยลืมคำนึงว่าเป็น ... ผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ....
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา มีการประชุมครม. ของรัฐบาล มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ได้อนุมัติและเห็นชอบให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกับกลุ่มกิจการร่วมค้าเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง และกลุ่มพันธมิตร ที่ประกอบด้วย บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ, บริษัท Chaina Railway Construction Corporation Limited, บริษัท ช.การช่าง, บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ และอื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นภาคธุรกิจที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เสนอให้รัฐบาลร่วมลงทุนในกรอบที่ต่ำกว่าที่ครม.ตั้งไว้ที่ 117,227 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าถึง 2,199 ล้านบาท ซึ่งภาคเอกชนที่ชนะการประมูล หรือก็คือ "กลุ่มซีพี" จะเข้ามาร่วมลงทุนเป็นระยะเวลา 50 ปี ทั้งเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสาร และรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร
ซึ่งมูลค่าปัจจุบันของโครงการจากการประเมินของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) อยู่ที่ 224,500 ล้านบาท เมื่อครบอายุโครงการที่ 50 ปีข้างหน้า โครงการนี้จะกลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของภาครัฐ ราคา ณ ตอนนั้นคาดว่าน่าจะมากกว่า 300,000 ล้านบาท
แต่ก็มีผู้หวังดี และไม่หวังดีต่อโครงการนี้ ที่พยายามหามูลเหตุมาโจมตี บิดเบือนข้อมูลเพื่อให้เกิดอคติกับโครงการฯ รวมถึงการให้ข้อมูลไม่ครบ และให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว เพื่อต่อรองให้ตนเองขอเข้ามามีส่วนร่วมด้วย หรือเพื่อที่จะเข้ามาแทรกแซงเพื่อหวังผลประโยชน์ ???
โครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการที่เป็น กระดูกสันหลัง และเป็นโครงการแรกของอีอีซี ที่จะสามารถทำให้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกถึงขั้น ... "จะเกิด หรือ จะดับ" ... ได้ทีเดียว