พ่อกับแม่เราแยกทางกันได้ 2-3 ปีแล้วค่ะ เราอยู่กับแม่ จริงๆเราก็ยังทำใจไม่ได้เลยที่บ้านเราเป็นแบบนี้ เราเป็นคนไม่ค่อยพูด เราไม่รู้ว่าจะคุยกับใครได้บ้าง ทุกคนมองว่าเราเป็นคนที่มีความสุข ดูไม่มีปัญหาอะไรในชีวิต มันอาจจะเพราะการแสดงออกของเรามั้งคะ เราไม่เคยเอาปัญหาใหญ่ๆที่เราเจอไปปรึกษาคนอื่น มีแต่คนอื่นมาปรึกษาเรา เราก็ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจเท่าที่เราทำได้ แต่ตอนที่เรามีปัญหาเรากลับไม่รู้ว่าต้องคุยกับใคร ปัญหาที่เราทุกข์ใจใตอนนี้ก็คือ แม่เรามีแฟนใหม่ ก่อนที่พ่อกับแม่เราจะแยกทางกันครอบครัวของเรายังปกติ แต่พอถึงวันที่ต้องแตกหักกัน มันก็เหมือนไม่ได้เตรียมใจไว้ เหมือนเราตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่อีกโลกใบนึง แม่บอกเราว่าวันนึงแม่ก็ต้องมีคนมาอยู่ด้วย เพราะในอนาคตเราก็ต้องมีครอบครัว มีชีวิตเป็นของตัวเอง แม่บอกให้เราอยู่เองให้ได้ พึ่งตัวเองให้มากกว่าพึ่งคนอื่น แม่บอกเราว่าเราต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ แม่เราทำได้ทุกอย่างเลยค่ะ แม่เราไม่พึ่งคนอื่นเหมือนที่แม่สอนเราจริงๆ ที่บ้านเรามีกิจการที่พอแยกทางกับพ่อแม่ก็ต้องทำต่อ แต่วันนี้แม่มีแฟนใหม่ แม่บอกเราว่าบางอย่างแม่ก็ต้องให้เขาช่วย แม่ทำเองไม่ได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แม่ก็ทำมา แม่ทำได้
ปกติตอนเปิดเทอมเราพักที่หอค่ะ กลับบ้านทุกวันศุกร์ ถ้าวันไหนเราเลิกช้าเลิกค่ำ แม่เราจะมารับเราตลอด เราเคยประสบอุบัติเหตุทางรถค่ะ แม่เลยไม่อยากให้เราขับรถ เมื่อก่อนจะมารับทั้งพ่อและแม่ แต่ตอนนี้ถ้าแม่ไม่ไหวหรือไม่ว่างหรือเหนื่อยก็จะเป็นหน้าที่ของพ่อ (ถึงแยกทางกันแต่พ่อและแม่ก็รับผิดชอบเราค่ะ ทุกคนยังทำหน้าที่เดิมตามที่เคยทำก่อนแยกทางกัน) พาเราไปช็อปปิ้งก่อนกลับบ้านประจำ แต่ช่วงต้นปีมานี้ วันที่เราต้องกลับค่ำ แม่ไม่ค่อยมารับเรา หรือให้เราติดต่อพ่อเอง ที่เราจำเป็นต้องกลับก็คือเราจะกลับมาทำงานบ้าน งานที่เราต้องรับผิดชอบ มาช่วยกิจการที่บ้าน ไม่อยากให้แม่เหนื่อย นอกจากว่าเราต้องทำกิจกรรมจนกลับบ้านไม่ได้จริงๆ สัปดาห์นั้นเราถึงจะไม่กลับ อย่างที่บอกว่าพอต้นปีนี้แม่เราเริ่มไม่เหมือนเดิม แม่จะมีธุระต้องไปตลอด ไม่ค่อยสนใจเราเท่าไหร่ แต่เราก็คิดว่าเราโตแล้ว เราต้องช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ติดแม่มากเกินไป ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าแม่มีแฟนใหม่ เราก็ไม่น้อยใจแม่ เมื่อประมาณต้นเดือนมีนา เป็นช่วงที่เราได้กลับมาอยู่บ้าน วันนึงก็มีผู้ชายคนนึงมานั่งร่วมโต๊ะทานอาหารเย็นที่บ้านเรา แต่แม่ไม่ได้แนะนำว่าเขาเป็นใคร ซึ่งจริงๆแล้วควรแนะนำใช่มั้ยคะ วันนั้นเราก็นั่งทานข้าวด้วยปกติ แต่ในใจเรามีคำถามมากมาย เราไม่ได้ถามใครเลย (เราทดไว้ในใจแล้ว1) แล้วทุกคนในบ้านคุยกับเขาเหมือนสนิทกันมานาน เขาคงมาที่บ้านบ่อยแล้วตอนที่เราไม่ได้กลับบ้าน สัปดาห์ต่อมา เขาก็มาอีก แต่เรารู้สึกไม่ถูกชะตากับเขาตั้งแต่ครั้งที่เจอกันครั้งแรกแล้ว ครั้งนี้เราเลยไม่ร่วมวงในการกินข้าวด้วย เราก็ทำงาน อยู่ในที่ของเราไป แม่เราก็คงสังเกตแล้วว่าเราคงไม่ชอบเขา ครั้งต่อมาที่เขามาบ้านเราอีก เราก็ไม่สุงสิงกับเขา ไม่ไหว้เขาเพราะเราไม่ชอบเขาจริงๆเรา มันอาจจะเพราะแม่เราไม่แนะนำว่าเขาเป็นใคร จู่ๆก็มาคนอื่นอาจจะเข้าใจเองและปรับตัวได้ใช่มั้ยคะ แต่เราไม่ เรารู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง แต่เราแค่ต้องการให้แม่บอกเราบ้างว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตบ้าง เพราะต่อให้เขาเข้ามาในชีวิตแม่ มันก็เหมือนเข้ามาในชีวิตเราเหมือนกันเพราะเราอยู่กับแม่ ครั้งต่อมาที่เขามาอีก ตอนที่เรามาถึงกลับบ้าน เราเจอเขากวาดใบไม้ในบ้านเรา ซึ่งแม่เราไปไหนไมรู้ เรางงว่าเขามาทำไมเนี่ย พอเขาเจอเรา เขาถามเราว่า "กลับมาแล้วหรอลูก" (เราก็ไม่รู้ว่ามันจะมีคำพูดไหนแทนคำพูดที่เขาใช้กับเราได้บ้าง แต่เราไม่อยากให้เขาเรียกเราว่าลูก และทุกครั้งเขากับแม่พูดถึงเราจะเรียกลูกตลอด คือเราไม่ชอบ ความรู้สึกที่เขาพูดมันเหมือนเราเป็นลูกเขาจริงๆน่ะค่ะ เหมือนเขาพร้อมจะมาเป็นพ่อเราแล้วอะ) ตอนนั้นเราก็ตอบแค่ว่า ค่ะ เฉยๆ แล้วเราก็เข้าไปอยู่ในห้องตามปกติ พอแม่เรากลับบ้าน แม่เราก็เอาอาหารมาทาน เรียกเราไปทานด้วย แต่เราไม่ไป ตอนนั้นมันบ่ายสามอะ เราไม่ผิดใช่มั้ยที่เราจะไม่ไป มันไม่ใช่เวลามื้ออาหารของเราอะค่ะ หลังจากที่เขาทานข้าวเสร็จแล้วเขาก็กลับ แม่ก็มาบ่นกับเราว่าทำไมเราเก็บตัวเงียบแบบนี้ มันอะไรนักหนา เราก็เสียใจอะ เราผิดมากเลยหรอ ตามมารยาทเราต้องไปแต่ว่าตั้งแต่รู้จักเขาเราก็ไม่ได้รักษามารยาทตั้งแต่ไม่ทานข้าวกับเขาครั้งนั้นแล้วล่ะค่ะ เราก็ไม่ได้เถียงอะไรแม่ (แต่เราก็ทดไว้ในใจครั้งที่ 2) ต่อมาวันนั้นเรานัดกับแม่ว่าเราจะไปซื้อของกัน แต่พอตื่นเช้ามาตอน 6 โมง เราได้ยินแม่ออกจากบ้านพอดี เราวิ่งออกไปถามไม่ทัน เราก็คิดว่าแม่คงไปดูงานอะไรของแม่ เดี๋ยวก็คงกลับมา แต่แม่ก็ไม่กลับ ประมาณสายๆ แม่ทักไลน์มาบอกเราว่าแม่ไปธุระ ตอนบ่ายจะกลับ เราทำงานบ้านรอแม่จนบ่าย ก็ยังไม่กลับมา เราเลยโทรหาแม่ว่าถึงไหนแล้ว แม่บอกว่ากำลังกลับ แต่มืดแล้วก็ยังไม่กลับ แม่เรากลับประมาณ 1 ทุ่ม พร้อมกับเขาอีกแล้ว ครั้งนี้มีผลไม้เต็มเลย แล้วเราก็ไม่ไหว้เขาอีกแล้ว แม่เลยเรียกให้เราไหว้เขา เราก็ไหว้แบบไม่เต็มใจหรอก เราก็ทดไว้ในใจอีกครั้งที่ 3 เพราะแม่ผิดนัดเราไปกับเขา หลังจากนั้นเขาก็มาบ่อยๆ โดยที่เราก็ยังไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไรด้วยซ้ำ จริงๆคนอื่นอาจจะต้องถามใช่มั้ยคะ เราเป็นคนไม่ค่อยพูดแล้วเราก็ไม่อยากรู้จักเขา มันรู้สึกไม่ดีตั้งแต่ครั้งแรกแล้วค่ะ เราเลยคิดกับเขาในทางลบ ไม่อยากสุงสิง และแม่เราก็ไม่พูดไม่บอกอะไรกับเราเลย เราเคยได้ยินแม่คุยเรื่องนี้กับคนอื่นแม่จะพูดเบาๆ เหมือนไม่อยากให้เราได้ยิน พอเราไปนั่งใกล้ๆแม่ก็จะเลิกพูด แม่คงไม่อยากให้เรารู้ เราแอบได้ยินมาว่าในอนาคตเขาจะมาอยู่บ้านกับแม่เรา แม่บอกเราว่าถ้ามีโอกาสได้แต่งงานใหม่แม่ก็จะแต่ง แม่วาดอนาคตไว้กับเขาเรียบร้อยแล้ว และพักหลังมานี้เวลาที่เขามาบ้าน เราก็ไม่รู้แล้วค่ะ เพราะแม่ไม่ให้เขามาที่บ้าน แต่ก็ยังไปไหนกับเขาตลอด เราไม่รู้ว่าเขามาตอนไหน ที่บ้านเราไม่มีใครรู้ แต่เราสังเกตว่าวันเสาร์ อาทิตย์ไหนที่แม่ออกบ้านแต่เช้าแสดงว่าเขามาหาและไปดูกิจการด้วยกัน ก่อนหน้านี้เขาเคยมานอนที่บ้านเราด้วยค่ะ แล้วเราไม่ชอบมากๆ เราบอกแม่เราว่าเราไม่ชอบที่เขามาบ้าน แม่เคยบอกเราว่าไม่ชอบอะไรก็บอกแม่สิ บอกแม่ได้ คุยกันได้ทุกเรื่อง พอเราบอกแม่แม่ก็บอกว่าอย่ามาสนใจเรื่องของแม่เลย เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนเถอะ เราเสียใจมาก ตอนนั้นเราร้องไห้ทุกวัน พอน้าเรารู้ น้าเราก็คุยกับเรา บอกว่าเราอย่าคิดมากนะ มันเป็นชีวิตของแม่ เราทุกคนต้องใช้ชีวิตของตัวเอง เราก็ทำในส่วนของเราให้ดีก็พอ น้าบอกเราว่าเขาให้ทางพ่อแม่เขามาสู่ขอแม่เราไว้แล้วเหลือแต่พร้อมจะแต่งค่ะ ซึ่งเราไม่รู้มาก่อน เราก็ร้องไห้จนหูอื้อ ไหนแม่บอกว่าคุยกันทุกเรื่อง แต่แม่ไม่เห็นจะคุยกับเราได้ทุกเรื่องเลย ล่าสุดนี้แม่บอกว่าจะส้รางบ้านใหม่ซึ่งก่อนหน้านั้นแม่บอกว่าให้เราเรียนจบก่อนแม่ถึงจะสร้างเราก็จะได้ช่วยแม่ได้ แต่ตอนนี้แม่บอกว่าจสร้างบ้านใหม่แล้วค่ะ และเขาก็เข้ามามีบทบาทในหลายเรื่องแล้ว เราไม่รู้ว่าเราต้องทำยังไงค่ะ เรายังทำใจรับเขาไม่ได้ แม่ที่เคยบอกว่าพูดกับแม่ได้ทุกเรื่องพอเราพูดก็โดนดุ เคยใช้เวลาว่างกับเราก็ไม่ใช้แล้ว จริงๆเราก็โตพอที่จะไม่ติดแม่แล้วนะคะ แต่พอคิดถึงว่าแม่ไม่สนใจเราเราก็น้อยใจ พอเราปรึกษาน้า น้าบอกจะชวยพูดให้ว่าเราไม่ชอบที่แม่แบบนี้ ทุกอย่างก็เหมือนเดิมค่ะ แม่ยังคงทำเหมือนเดิม เราควรทำยังไงดีคะ เรารับได้ค่ะถ้าวันนึงแม่จะมีแฟนใหม่แล้วแม่ก็ยังเป็นคนเดิม ไม่เปลี่ยนไปแบบนี้ เราควรปล่อยวางใช่มั้ย แม่เคยบอกว่าถ้าจะมากเรื่องนักก็ให้เราไปอยู่กับพ่อ เพราะเราอยู่กับแม่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรแม่เลย ทั้งๆที่เราก็ทำช่วยแม่เราเวลาเราทำอะไรผิดพลาดเราจะโดนดุ แต่พอเราทำดี เราไม่เคยได้รับคำชม มันอาจจะยังไม่ดีในสายตาแม่มั้งคะ เราเคยคิดว่าเราจะออกไปจากที่นี่ เรามีเงินเก็บอยู่ก้อนนึงค่ะ เราอยากหนีไปจากจุดนี้ที่เราอยู่ เราคิดว่าถ้าเราไม่ไหวจริงๆ เราจะหนีออกจากบ้านจริงๆค่ะ เรารักแม่และเป็นห่วงแม่มาก เราก็รักและเป็นห่วงพ่อมากเหมือนกัน เรารู้ว่าทางที่เราคิดมันไม่ใช่ทางที่ดีเลย แม่บอกว่าเราไม่เคยทำให้แม่เสียใจหรือหนักใจเลย ทำตามมที่แม่ต้องการทุกอย่าง ลูกเพื่อนแม่บางคนดื้อมาก ชนิดที่เอาไม่อยู่ หรือบางบ้านก็มีปัญหาเรื่องท้องเรื่องเรียนไม่จบปัญหาที่ให้ให้พ่อแม่เขาหนักใจ แม่บอกว่าแม่โชคดีมากที่ลูกแม่ไม่เป็นแบบนั้น เราเองก็ไม่อยากทำให้แม่เสียใจ พอมีบางครั้งที่เราดื้อกับแม่บ้าง แต่บางทีแม่ก็บอกกับเราว่าลูกน่ะมีเมื่อไหร่ก็ได้นะ ไม่เสียใจเลย อยากตายก็ตาย พอเรานึกถึงคำพวกนี้แล้วก็เศร้าจังค่ะ เราแอบคิดว่าถ้าเราหนีออกจากบ้านไปบางทีแม่อาจจะสบายใจมากก็ได้
เราเคยปรึกษาเพื่อนในเรื่องอื่น เพื่อนก็ดูไม่อินกับเรา เราเลยไม่ปรึกษาเรื่องนี้กับเพื่อนเลยค่ะ ไม่รู้จะพูดกับใคร เขียนในไดอารี่ด้วยค่ะ แต่เราต้องการทางออก ไดอารี่มันให้คำตอบเราไม่ได้ เราทุกข์ใจมากค่ะ รู้สึกไม่มีความสุขเลย หันไปทางไหนก็ยิ้มไม่ได้ มีโอกาสก็ร้องไห้ ไม่รู้จะร้องทำไมนักหนา เราอยากเลิกพฤติกรรมแบบนี้ อยากมีความสุขเหมือนแต่ก่อน คุณครูเคยเล่าเรื่องชีวิตให้ฟัง และเพื่อนๆต่างก็เล่าปัญหาชีวิตให้ครูฟัง แต่ครูบอกเราว่าเรานั่งเงียบเชียว ชีวิตเพอร์เฟค ไม่มีเรื่องทุกข์ใจ จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลยค่ะ เราควรทำยังไงดีคะ ทำใจยอมรับผู้ชายคนนั้นให้ได้เร็วๆใช่มั้ยคะ เราควรเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดีคะ
ปล.เราเพิ่งเขียนกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกนะคะ มันอาจจะยาวมากหน่อย และอาจจะวกวนมากด้วย เราต้องขอโทษด้วยนะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนจบ ถ้าติดแท็กผิดยังไง ขอโทษด้วยนะคะ
รู้สึกไม่ชอบแฟนใหม่ของแม่ ทำยังไงดีคะ?
ปกติตอนเปิดเทอมเราพักที่หอค่ะ กลับบ้านทุกวันศุกร์ ถ้าวันไหนเราเลิกช้าเลิกค่ำ แม่เราจะมารับเราตลอด เราเคยประสบอุบัติเหตุทางรถค่ะ แม่เลยไม่อยากให้เราขับรถ เมื่อก่อนจะมารับทั้งพ่อและแม่ แต่ตอนนี้ถ้าแม่ไม่ไหวหรือไม่ว่างหรือเหนื่อยก็จะเป็นหน้าที่ของพ่อ (ถึงแยกทางกันแต่พ่อและแม่ก็รับผิดชอบเราค่ะ ทุกคนยังทำหน้าที่เดิมตามที่เคยทำก่อนแยกทางกัน) พาเราไปช็อปปิ้งก่อนกลับบ้านประจำ แต่ช่วงต้นปีมานี้ วันที่เราต้องกลับค่ำ แม่ไม่ค่อยมารับเรา หรือให้เราติดต่อพ่อเอง ที่เราจำเป็นต้องกลับก็คือเราจะกลับมาทำงานบ้าน งานที่เราต้องรับผิดชอบ มาช่วยกิจการที่บ้าน ไม่อยากให้แม่เหนื่อย นอกจากว่าเราต้องทำกิจกรรมจนกลับบ้านไม่ได้จริงๆ สัปดาห์นั้นเราถึงจะไม่กลับ อย่างที่บอกว่าพอต้นปีนี้แม่เราเริ่มไม่เหมือนเดิม แม่จะมีธุระต้องไปตลอด ไม่ค่อยสนใจเราเท่าไหร่ แต่เราก็คิดว่าเราโตแล้ว เราต้องช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ติดแม่มากเกินไป ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าแม่มีแฟนใหม่ เราก็ไม่น้อยใจแม่ เมื่อประมาณต้นเดือนมีนา เป็นช่วงที่เราได้กลับมาอยู่บ้าน วันนึงก็มีผู้ชายคนนึงมานั่งร่วมโต๊ะทานอาหารเย็นที่บ้านเรา แต่แม่ไม่ได้แนะนำว่าเขาเป็นใคร ซึ่งจริงๆแล้วควรแนะนำใช่มั้ยคะ วันนั้นเราก็นั่งทานข้าวด้วยปกติ แต่ในใจเรามีคำถามมากมาย เราไม่ได้ถามใครเลย (เราทดไว้ในใจแล้ว1) แล้วทุกคนในบ้านคุยกับเขาเหมือนสนิทกันมานาน เขาคงมาที่บ้านบ่อยแล้วตอนที่เราไม่ได้กลับบ้าน สัปดาห์ต่อมา เขาก็มาอีก แต่เรารู้สึกไม่ถูกชะตากับเขาตั้งแต่ครั้งที่เจอกันครั้งแรกแล้ว ครั้งนี้เราเลยไม่ร่วมวงในการกินข้าวด้วย เราก็ทำงาน อยู่ในที่ของเราไป แม่เราก็คงสังเกตแล้วว่าเราคงไม่ชอบเขา ครั้งต่อมาที่เขามาบ้านเราอีก เราก็ไม่สุงสิงกับเขา ไม่ไหว้เขาเพราะเราไม่ชอบเขาจริงๆเรา มันอาจจะเพราะแม่เราไม่แนะนำว่าเขาเป็นใคร จู่ๆก็มาคนอื่นอาจจะเข้าใจเองและปรับตัวได้ใช่มั้ยคะ แต่เราไม่ เรารู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง แต่เราแค่ต้องการให้แม่บอกเราบ้างว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงในชีวิตบ้าง เพราะต่อให้เขาเข้ามาในชีวิตแม่ มันก็เหมือนเข้ามาในชีวิตเราเหมือนกันเพราะเราอยู่กับแม่ ครั้งต่อมาที่เขามาอีก ตอนที่เรามาถึงกลับบ้าน เราเจอเขากวาดใบไม้ในบ้านเรา ซึ่งแม่เราไปไหนไมรู้ เรางงว่าเขามาทำไมเนี่ย พอเขาเจอเรา เขาถามเราว่า "กลับมาแล้วหรอลูก" (เราก็ไม่รู้ว่ามันจะมีคำพูดไหนแทนคำพูดที่เขาใช้กับเราได้บ้าง แต่เราไม่อยากให้เขาเรียกเราว่าลูก และทุกครั้งเขากับแม่พูดถึงเราจะเรียกลูกตลอด คือเราไม่ชอบ ความรู้สึกที่เขาพูดมันเหมือนเราเป็นลูกเขาจริงๆน่ะค่ะ เหมือนเขาพร้อมจะมาเป็นพ่อเราแล้วอะ) ตอนนั้นเราก็ตอบแค่ว่า ค่ะ เฉยๆ แล้วเราก็เข้าไปอยู่ในห้องตามปกติ พอแม่เรากลับบ้าน แม่เราก็เอาอาหารมาทาน เรียกเราไปทานด้วย แต่เราไม่ไป ตอนนั้นมันบ่ายสามอะ เราไม่ผิดใช่มั้ยที่เราจะไม่ไป มันไม่ใช่เวลามื้ออาหารของเราอะค่ะ หลังจากที่เขาทานข้าวเสร็จแล้วเขาก็กลับ แม่ก็มาบ่นกับเราว่าทำไมเราเก็บตัวเงียบแบบนี้ มันอะไรนักหนา เราก็เสียใจอะ เราผิดมากเลยหรอ ตามมารยาทเราต้องไปแต่ว่าตั้งแต่รู้จักเขาเราก็ไม่ได้รักษามารยาทตั้งแต่ไม่ทานข้าวกับเขาครั้งนั้นแล้วล่ะค่ะ เราก็ไม่ได้เถียงอะไรแม่ (แต่เราก็ทดไว้ในใจครั้งที่ 2) ต่อมาวันนั้นเรานัดกับแม่ว่าเราจะไปซื้อของกัน แต่พอตื่นเช้ามาตอน 6 โมง เราได้ยินแม่ออกจากบ้านพอดี เราวิ่งออกไปถามไม่ทัน เราก็คิดว่าแม่คงไปดูงานอะไรของแม่ เดี๋ยวก็คงกลับมา แต่แม่ก็ไม่กลับ ประมาณสายๆ แม่ทักไลน์มาบอกเราว่าแม่ไปธุระ ตอนบ่ายจะกลับ เราทำงานบ้านรอแม่จนบ่าย ก็ยังไม่กลับมา เราเลยโทรหาแม่ว่าถึงไหนแล้ว แม่บอกว่ากำลังกลับ แต่มืดแล้วก็ยังไม่กลับ แม่เรากลับประมาณ 1 ทุ่ม พร้อมกับเขาอีกแล้ว ครั้งนี้มีผลไม้เต็มเลย แล้วเราก็ไม่ไหว้เขาอีกแล้ว แม่เลยเรียกให้เราไหว้เขา เราก็ไหว้แบบไม่เต็มใจหรอก เราก็ทดไว้ในใจอีกครั้งที่ 3 เพราะแม่ผิดนัดเราไปกับเขา หลังจากนั้นเขาก็มาบ่อยๆ โดยที่เราก็ยังไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไรด้วยซ้ำ จริงๆคนอื่นอาจจะต้องถามใช่มั้ยคะ เราเป็นคนไม่ค่อยพูดแล้วเราก็ไม่อยากรู้จักเขา มันรู้สึกไม่ดีตั้งแต่ครั้งแรกแล้วค่ะ เราเลยคิดกับเขาในทางลบ ไม่อยากสุงสิง และแม่เราก็ไม่พูดไม่บอกอะไรกับเราเลย เราเคยได้ยินแม่คุยเรื่องนี้กับคนอื่นแม่จะพูดเบาๆ เหมือนไม่อยากให้เราได้ยิน พอเราไปนั่งใกล้ๆแม่ก็จะเลิกพูด แม่คงไม่อยากให้เรารู้ เราแอบได้ยินมาว่าในอนาคตเขาจะมาอยู่บ้านกับแม่เรา แม่บอกเราว่าถ้ามีโอกาสได้แต่งงานใหม่แม่ก็จะแต่ง แม่วาดอนาคตไว้กับเขาเรียบร้อยแล้ว และพักหลังมานี้เวลาที่เขามาบ้าน เราก็ไม่รู้แล้วค่ะ เพราะแม่ไม่ให้เขามาที่บ้าน แต่ก็ยังไปไหนกับเขาตลอด เราไม่รู้ว่าเขามาตอนไหน ที่บ้านเราไม่มีใครรู้ แต่เราสังเกตว่าวันเสาร์ อาทิตย์ไหนที่แม่ออกบ้านแต่เช้าแสดงว่าเขามาหาและไปดูกิจการด้วยกัน ก่อนหน้านี้เขาเคยมานอนที่บ้านเราด้วยค่ะ แล้วเราไม่ชอบมากๆ เราบอกแม่เราว่าเราไม่ชอบที่เขามาบ้าน แม่เคยบอกเราว่าไม่ชอบอะไรก็บอกแม่สิ บอกแม่ได้ คุยกันได้ทุกเรื่อง พอเราบอกแม่แม่ก็บอกว่าอย่ามาสนใจเรื่องของแม่เลย เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนเถอะ เราเสียใจมาก ตอนนั้นเราร้องไห้ทุกวัน พอน้าเรารู้ น้าเราก็คุยกับเรา บอกว่าเราอย่าคิดมากนะ มันเป็นชีวิตของแม่ เราทุกคนต้องใช้ชีวิตของตัวเอง เราก็ทำในส่วนของเราให้ดีก็พอ น้าบอกเราว่าเขาให้ทางพ่อแม่เขามาสู่ขอแม่เราไว้แล้วเหลือแต่พร้อมจะแต่งค่ะ ซึ่งเราไม่รู้มาก่อน เราก็ร้องไห้จนหูอื้อ ไหนแม่บอกว่าคุยกันทุกเรื่อง แต่แม่ไม่เห็นจะคุยกับเราได้ทุกเรื่องเลย ล่าสุดนี้แม่บอกว่าจะส้รางบ้านใหม่ซึ่งก่อนหน้านั้นแม่บอกว่าให้เราเรียนจบก่อนแม่ถึงจะสร้างเราก็จะได้ช่วยแม่ได้ แต่ตอนนี้แม่บอกว่าจสร้างบ้านใหม่แล้วค่ะ และเขาก็เข้ามามีบทบาทในหลายเรื่องแล้ว เราไม่รู้ว่าเราต้องทำยังไงค่ะ เรายังทำใจรับเขาไม่ได้ แม่ที่เคยบอกว่าพูดกับแม่ได้ทุกเรื่องพอเราพูดก็โดนดุ เคยใช้เวลาว่างกับเราก็ไม่ใช้แล้ว จริงๆเราก็โตพอที่จะไม่ติดแม่แล้วนะคะ แต่พอคิดถึงว่าแม่ไม่สนใจเราเราก็น้อยใจ พอเราปรึกษาน้า น้าบอกจะชวยพูดให้ว่าเราไม่ชอบที่แม่แบบนี้ ทุกอย่างก็เหมือนเดิมค่ะ แม่ยังคงทำเหมือนเดิม เราควรทำยังไงดีคะ เรารับได้ค่ะถ้าวันนึงแม่จะมีแฟนใหม่แล้วแม่ก็ยังเป็นคนเดิม ไม่เปลี่ยนไปแบบนี้ เราควรปล่อยวางใช่มั้ย แม่เคยบอกว่าถ้าจะมากเรื่องนักก็ให้เราไปอยู่กับพ่อ เพราะเราอยู่กับแม่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรแม่เลย ทั้งๆที่เราก็ทำช่วยแม่เราเวลาเราทำอะไรผิดพลาดเราจะโดนดุ แต่พอเราทำดี เราไม่เคยได้รับคำชม มันอาจจะยังไม่ดีในสายตาแม่มั้งคะ เราเคยคิดว่าเราจะออกไปจากที่นี่ เรามีเงินเก็บอยู่ก้อนนึงค่ะ เราอยากหนีไปจากจุดนี้ที่เราอยู่ เราคิดว่าถ้าเราไม่ไหวจริงๆ เราจะหนีออกจากบ้านจริงๆค่ะ เรารักแม่และเป็นห่วงแม่มาก เราก็รักและเป็นห่วงพ่อมากเหมือนกัน เรารู้ว่าทางที่เราคิดมันไม่ใช่ทางที่ดีเลย แม่บอกว่าเราไม่เคยทำให้แม่เสียใจหรือหนักใจเลย ทำตามมที่แม่ต้องการทุกอย่าง ลูกเพื่อนแม่บางคนดื้อมาก ชนิดที่เอาไม่อยู่ หรือบางบ้านก็มีปัญหาเรื่องท้องเรื่องเรียนไม่จบปัญหาที่ให้ให้พ่อแม่เขาหนักใจ แม่บอกว่าแม่โชคดีมากที่ลูกแม่ไม่เป็นแบบนั้น เราเองก็ไม่อยากทำให้แม่เสียใจ พอมีบางครั้งที่เราดื้อกับแม่บ้าง แต่บางทีแม่ก็บอกกับเราว่าลูกน่ะมีเมื่อไหร่ก็ได้นะ ไม่เสียใจเลย อยากตายก็ตาย พอเรานึกถึงคำพวกนี้แล้วก็เศร้าจังค่ะ เราแอบคิดว่าถ้าเราหนีออกจากบ้านไปบางทีแม่อาจจะสบายใจมากก็ได้
เราเคยปรึกษาเพื่อนในเรื่องอื่น เพื่อนก็ดูไม่อินกับเรา เราเลยไม่ปรึกษาเรื่องนี้กับเพื่อนเลยค่ะ ไม่รู้จะพูดกับใคร เขียนในไดอารี่ด้วยค่ะ แต่เราต้องการทางออก ไดอารี่มันให้คำตอบเราไม่ได้ เราทุกข์ใจมากค่ะ รู้สึกไม่มีความสุขเลย หันไปทางไหนก็ยิ้มไม่ได้ มีโอกาสก็ร้องไห้ ไม่รู้จะร้องทำไมนักหนา เราอยากเลิกพฤติกรรมแบบนี้ อยากมีความสุขเหมือนแต่ก่อน คุณครูเคยเล่าเรื่องชีวิตให้ฟัง และเพื่อนๆต่างก็เล่าปัญหาชีวิตให้ครูฟัง แต่ครูบอกเราว่าเรานั่งเงียบเชียว ชีวิตเพอร์เฟค ไม่มีเรื่องทุกข์ใจ จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลยค่ะ เราควรทำยังไงดีคะ ทำใจยอมรับผู้ชายคนนั้นให้ได้เร็วๆใช่มั้ยคะ เราควรเริ่มต้นจากตรงไหนก่อนดีคะ
ปล.เราเพิ่งเขียนกระทู้นี้เป็นกระทู้แรกนะคะ มันอาจจะยาวมากหน่อย และอาจจะวกวนมากด้วย เราต้องขอโทษด้วยนะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนจบ ถ้าติดแท็กผิดยังไง ขอโทษด้วยนะคะ