ปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว ไม่เคยบอกเล่าให้ใครฟังครับ อยากให้เข้ามาตอบกัน

            ก่อนอื่นต้องบอกก่อน ตอนนี้ผมเรียนอยู่มหาลัยปี 3 เรื่องที่ผมจะเล่าไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน เพราะเหมือนเป็นการเล่าปมปัญหาชีวิตตัวเอง ผมมีพ่อแม่ที่ส่งเสียผมเหมือนคนปกติทั่วไป เดิมทีผมเกิดมาในตอนที่พ่อแม่ยังไม่พร้อม ชีวิตลำบาก เกิดมาได้ไม่นานก็ไปอยู่กับญาติๆฝั่ง พ่อ เป็นครอบครัวใหญ่ญาติทุกคนรักผมเหมือนลูกแท้ๆ ผมเป็นน้องเล็กสุดในบรรดาญาติๆ พี่ที่เด็กสุดก็อายุห่างจากผมถึง 7 ปี ผมจึงสนิทกับพวกพี่ๆ และเหมือนโตมาด้วยกัน แต่แล้วพอเข้าเรียนประถม ผมก็ย้ายมาอยู่กับพ่อแม่ เพราะเค้าต้องการส่งเสียผมเอง แต่ชีวิตหลังจากนั้น ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากการอยู่กันแบบครอบครัว ผมกับพ่อมักมีปัญหาไม่เข้าใจกันอยู่บ่อยๆ บางเรื่องผมผิด บางเรื่องก็ไร้เหตุผล ผมก็ไม่เข้าใจ แต่ที่เกลียดที่สุดคือการทำร้ายร่างกาย พ่อ กับ แม่ ก็เคยทะเลาะกันหนักๆให้เห็นเรื่อยๆ ตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ได้แต่นั่งงงๆ ผมก็เริ่มคุยกับพ่อน้อยลง ก็เป็นอย่างนี้มาเรื่อยๆ ผ่านไปหลายปี จนผมเข้าเรียนมัธยม ช่วงนั้นผมไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพราะชอบไปพักบ้านพี่ที่เคยสนิทกัน ตอนนั้นเค้าย้ายมาทำงานแล้วก็เช่าบ้านอยู่ ก็ไม่ค่อยได้เจอปัญหาเดิมๆอีก รู้สึกมีอิสระมากขึ้น ช่วงนั้นเริ่มติดเพื่อน ผมคบกับเพื่อนที่ดีและไม่ดี แต่โดยรวมแล้วผมก็ยังเรียนอยู่ในเกณดีเพราะคบกับเพื่อนเด็กเรียนเยอะ แต่พอเที่ยวก็เที่ยวกับเพื่อนที่ไม่ดีนั่นแหละ สิงที่ร้านเกมเหมือนบ้านหลังที่สองแล้วก็มักชวนกันไปทำอะไรไม่ดี (เพื่อนผมคนหนึ่งล่าสุดที่นัดไปเจอกันมันติดคุก แต่พ่อมันประกันตัวออกมาก่อน ต้องเข้าไปใหม่ ไม่รู้ตอนนี้ออกมาหรือยัง) พวกมันก็ดีกับผมนะ ตอนลำบากไม่มีที่นอน ไม่มีข้าวกินมันช่วยเหลือผมตลอดซึ่งผมไม่เคยลืม เพียงแต่มันเลือกทางผิดเท่านั้นเอง ถือเป็นช่วงรอยต่อของชีวิตเลย จริงๆแล้วคนดีกับคนเลว มันวัดกันที่เส้นบางๆ คนดีคือคนที่ทำเรื่องเลวๆแต่รู้ว่าสิ่งนั้นมันไม่ดี ไม่ควรทำ ต่างกับคนเลวที่ไม่คิดอย่างนั้น ผมยังโชคดีที่เป็นแบบแรกแล้วหลุดพ้นมาได้ พอจะจบ ม.ปลาย เพื่อนหลายเริ่มคิดเรื่องเรียนต่อ ตัวผมเองยังไม่รู้จะเรียนอะไร ช่วงนั้นผมเริ่มพบว่าครอบครัวมีปํญหาด้านการเงิน บวกกับตอนนั้นนี่ผมทำตามใจตัวเองอย่างเดียว เลยตัดสินใจไม่เรียน มาอยู่บ้านพี่เหมือนเดิม แล้วหางานทำ ช่วยเหลือค่าน้ำค่าไฟพี่ไปด้วย

         ผ่านมาปีแม่มาคุยกับผม อยากให้เรียนต่อ ผมเลยเข้าเรียนมหาลัย ได้เรียนคณะดีๆ มหาลัยดีๆ ก็ใช้ชีวิตปกติทั่วไป แต่เริ่มมีปัญหาเรื่องเงินหนักขึ้นเรื่อยๆ จนผมเริ่มคุยกับแม่ตอนปีสอง ผมได้รู้ว่า แม่เป็นคนส่งเงินให้ผมเรียนคนเดียว แม่ผมทำธุรกิจส่วนตัว พ่อเป็นข้าราชการ แม่ต้องจ่ายค่าอยู่ค่ากินภายในบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่างวดรถ ส่วนเงินเดือนพ่อ เกินครึ่งถูกธนาคารหักไปกับค่าบ้าน  ค่ารถ และค่าอื่นๆอีกมากมาย เพราะทุกอย่างที่เป็นทรัย์สินเค้ากู้มาซื้อทั้งนั้น ส่วนเงินเดือนที่เหลือ พ่อผมหมดไปกับการพนันครับ ใช่ครับพ่อผมติดการพนันมาเป็นสิบปี เล่นมาตลอดตั้งแต่ผมยังเด็ก ผมเองพอจะรู้ๆอยู่ แต่ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่อง สมัยนี้การเข้าถึงบ่อนมันง่ายกว่าเมื่อก่อนด้วยการเล่นออนไลน์  มันทำให้เค้าเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว ไม่สนใจคนอื่นจะเดือดร้อนจากการกระทำของตัวเอง ล่าสุดไม่นานมานี้เอง เค้าทะเลาะกันหนัก เรื่องปัญหาที่ดินที่ถูกส่งต่อให้เป็นมรดก พ่อผมเอาไป จำนองหรือจำนำซักอย่างนี่แหละ ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ที่รู้ๆที่ดินมันไม่อยู่แล้ว ผมได้ลองเข้าศึกษาธรรมมะ เผื่อจะเจอทางออก เล่าปัญหาให้พระอาจารย์ฟัง ท่านบอก"คนที่ติดการพนันนั้นมันเป็นกรรมเก่า เค้ากำลังชดใช้กรรมอยู่ เราไม่สามารถทำอะไรได้ จนกว่าเค้าจะชดใช้กรรมหมด" ผมจึงรู้ เข้าใจว่าอย่าไปคาดหวังกับเค้าอีกเลย ให้เค้าเกษียณ(อีกไม่กี่ปี) ไม่มีเงิน ไม่เหลือทุกอย่างในชีวิตนั้นแหละ เรื่องถึงจบ แม่บอกผมเสมอว่าถ้ารู้ชีวิตจะเป็นแบบนี้ เค้าไม่อยู่กับพ่อตั้งแต่แรกหรอก แต่ต้องทนเพื่อลูก แล้วยังมีน้องสาวที่หากจากผม 10 ปีที่ต้องดูแล ผมไม่ค่อยได้เจอหรือคุยกับน้องมากนัก แม่เค้าโทษแต่เวรกรรมของเค้าอย่างเดียว เพราะเค้าถูกสอนมาอย่างนั้น ให้รู้จักอดทน คนที่เลี้ยงดูเราทำอะไรย่อมไม่ผิด เรามีหน้าที่ทำตามอย่างเดียว อย่าว่าผมด่าตา ยาย เลย ในขณะญาติทางฝั่งพ่อ นั้นดีเหลือเกิน และได้ดีกันทุกคน แต่พ่อผมเป็นคนที่แตกต่างจากคนพวกนั้นอย่างสิ้นเชิง 

          ที่เล่ามาทั้งหมดส่วนหนึ่งอยากระบาย อาจพิมพ์ไม่รู้เรื่องบ้างเพราะกำลังสับสนในชีวิต ผมไม่ได้มีปัญหาการเข้าสังคม การเรียนผมไม่ได้แย่ แต่ชีวิต สีสัน วัยรุ่นบางก็อย่างขาดหายไป ตามสังคมที่อยู่ ที่ๆไม่เคยเห็นใครลำบากเหมือนผม บางทีต้องกินข้าว มาม่า กับไข่เกือบเดือน แม่คงเป็นที่พึ่งของผมไม่ได้อีกแล้ว เค้าช่วยแก้ปัญหาไม่ได้ เค้าบอกแค่ว่าเค้าไม่มีเงิน นี่ก็จะต้องจ่ายค่าหอแล้ว ผมยังไม่รู้จะหาเงินมาจากไหน ผมเคยคิดจะดรอปเรียนไปก่อนตั้งแต่อยู่ปีสอง เพื่อไปทำงานหาเงิน แต่แม่ กับใครหลายๆคนไม่อยากให้ดรอป แล้วผมกลัวใจตัวเองด้วย ถ้าดรอปผมคงอาจไม่กลับมาเรียนอีก จนตอนนี้ผมเริ่มคิดอย่างนั้นจริงๆแล้ว ผมไม่สามารถทนแบบมองไม่เห็นลู่ทางจนเรียนจบหรอก ผมพอจะเริ่มต้นทำธุรกิจเล็กๆ ลงทุนเล็กน้อย ฝึกภาษาเวลาว่าง เผื่อความไม่แน่นอนในอนาคต แต่ทุกอย่างต้องใช้ทุน+เวลาถึงจะสำเร็จ คณะผมเป็นคณะที่เรียนหนักครับ ใครแค่มาเรียนเล่นๆโดนไทร์หมด ผมแทบไม่มีเวลาระหว่างวันที่จะไปหางานทำ แต่ปิดเทอม ผมก็หางานทำปกติอยู่แล้ว พอจะมีเงินแต่ก็ไม่มากที่จะเอามาใช้จ่ายตลอด เพราะช่วงเราทำงานก็ต้องจ่ายค่าหอ ค่าอยู่ กินเอง มันก็หมด 
         อยากให้คนที่มาอ่านให้กำลังใจครับ หรือแนะนำให้ผมเห็นลู่ทางอะไรได้บ้าง เพราะเหนื่อยและท้อเหลือเกิน ที่เป็นอย่างนี้ไม่ได้อยากโทษใครครับ แต่เข้าใจแล้วว่าการทำอะไรที่มันเกินตัวเอง อยู่ในที่ๆมันไม่ใช่ของเรามันเป็นยังไง มันอยู่ในสภาวะกลืมไม่เข้าคายไม่ออก จะออกไปทำงานเลยมันก็เรียนมาเกินครึ่งทางแล้ว แต่เรียนต่อก็ไม่รู้จะหาเงินมาจากไหน ไม่ได้อยากเป็นloserเหมือนที่ใครพูดกัน แต่อยากรู้เหมือนกันพวกwinnerเค้าจะทำอย่างไรเมื่อเจอแบบผม ปัญหาตัวผมกับพ่อไม่มีเหมือนแต่ก่อนแล้ว ด้วยที่เค้ากับผมอายุมากขึ้น ผมเองตั้งแต่จำความได้ก็ไม่เคยง้อ ร้องขออะไรเค้าเลย เค้าคงรู้อยู่แก่ใจดี ไม่ได้มาดุด่า ทุบตี แล้วก็ไม่คุย หรือขออะไรจากผม สำหรับผมเค้าเป็นแค่ผู้ให้กำเนิด เรียกพ่อแค่ในนามแค่นั้น ใครจะบอกว่าบาปอะไรผมไม่สน ผมไม่เคยถูกสอนหรือมีความทรงจำดีๆกับเค้า ถ้าผมถึงจุดที่จะตอบแทนบญคุณได้ ผมจะทำแน่นอน เพราะผมไม่เคยลืมว่าใครมีบุญคุณกับผม ไม่ว่ามากหรือน้อย แต่ก็ยังยืนยันคำเดิม
ปล.ปัญหาเรื่องการเรียนหากสงสัยทำไมผมไม่กู้เงิน คือผมเคยจะกู้แล้ว ทั้งค่าเทอมค่าอยู่ แต่ไม่มีใครเซ็นต์ให้ครับ พอขึ้นปีสองมามันทำเรื่องกู้ไม่ได้แล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่