ถุงมือเรื่องสั้นเรื่องที่ 2 และเป็นกระทู้สุดท้ายของรอบนี้ครับ
เป็นเรื่องควมรักต่างแดน มีการใช้ภาษาเยอรมันซะด้วย!! (ต้องมีคนเพ่งเล็งพี่ซูซี่แน่นวลลล)
มาอ่านกันเลยครับ กรรมการต้องรีบแล้ว จะไปขึ้นรถกลับ ปกทม. แล้วครับผม ^^
รักต่างแดน
“ Guten morgen “
ผมส่งภาษาเยอรมันแบบมั่วๆ ไปหาสาวเยอรมันหน้าตาคมขำคนหนึ่ง เพราะจำได้ว่าเคยเห็นเธอเดินเข้าออกหอพักเดียวกันมาหลายครั้ง ในฐานะที่เป็นนักเรียน
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เช้าๆ อย่างนี้ เธอคงไม่ไปเรียนหนังสือ (หน้าตาของเธอยังเด็กเกินกว่าจะเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน) ผิวขาว สวมยีนส์ลูกฟูกสีดำ ใส่เสื้อยืดสีขาว มีเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสวมทับดูกลมกลืน รองเท้าผ้าใบสีดำ รูปร่างดี ชนิดใครเห็นก็ต้องมอง บางทีเธออาจไปหาซื้ออาหารจากร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆบ้านแถวนี้ก็เป็นได้ นั่นทำให้ผมฝันไปถึงว่า บางทีเราอาจจะยอมเช่าห้องพักอยู่ด้วยกันเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว ยังได้เพื่อนร่วมห้องด้วยเป็นของแถม
โธ่...ก็แค่นักศึกษาจากประเทศไทย ไม่ค่อยร่ำรวย เรียนไม่ค่อยดี แต่บังเอิญโชคดีได้มาศึกษาต่อที่ต่างประเทศเท่านั้นเอง
“ Ich komme aus Thailand “ ผมส่งภาษาต่อไป ชนิดไม่ต้องรอให้เธอโต้ตอบ ถือว่าแนะนำตัวก่อนดีที่สุด ส่วนเรื่องถูกกาละเทศะ ไม่รู้หรอกครับ โธ่
ก็ผมเพิ่งจะย้ายมาอยู่เมืองนี้ไม่นาน วัฒนธรรมอะไรๆ ก็ยังไม่คุ้นเคย อาศัยลูกมั่วไปก่อน
“ Hallo, Guten Morgen “
เธอยิ้มพลางตอบ แต่ไม่ได้พูดอะไรอีก บางทีเธออาจจะเขินอายก็เป็นได้เมื่อเจอหนุ่มหล่ออย่างผม
จากนั้นเธอก็รีบเดินไปด้วยท่าทางคล้ายเร่งรีบ ไม่เป็นไร
ผมถือว่าพัฒนาไปขั้นหนึ่งแล้ว ไม่แน่ว่าสักวันจะกลับบ้านเกิดเมืองนอน พาลูกสะใภ้ไปฝากคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นได้
ผมมาเรียนต่อทางภาษาที่เยอรมัน เป็นการเรียน Workshop และ Self-Study ซึ่งคิดว่าจะช่วยให้ผมพัฒนาภาษาเยอรมันได้อย่างรวดเร็ว ตามความต้องการของทางบ้าน
มาพักอาศัยอยู่ที่เมือง Berlin อันโอ่อ่าสง่างามและน่าอยู่ โดยแอบหวังว่าจะมีสักครั้งจะได้ไปล่องแม่น้ำ Spree สักครั้ง
แน่นอนว่าผมต้องปรับตัวหลายอย่างเพื่อให้เข้ากันได้กับเพื่อนใหม่ กลายเป็นคนตรงต่อเวลา เพราะคนเยอรมัน เขาถือเรื่องการเวลานัดมาก บอกเที่ยงตรงก็ต้องเที่ยงตรง ผิดพลาดไปเกินสิบห้านาทีก็ถือว่าเสียหาย
คนเยอรมันไม่ชอบพูดเล่นหัว ถ้าไม่สนิทกันจริง
ผู้หญิงเยอรมันมักไม่ชอบให้มองว่าพวกเธออ่อนแอ ผมเคยหน้าแตกเมื่อออกไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง และพบว่ามันปิดในวันอาทิตย์ เพราะลืมนึกว่าเป็นวันหยุดของพวกเขา เหล่านี้เป็นต้น
แต่เรื่องสำคัญมากที่สุดเวลานี้ไม่ใช่เรื่องการเรียน แต่เป็นเรื่องของหัวใจต่างหาก
ผมเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองสนใจสาวน้อยคนนั้นเข้าให้เสียแล้ว ทั้งที่ๆ อยู่เมืองไทย ผมไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นคน ตั้งใจเรียนอย่างเดียว
มันจะเป็นเพราะความเหงา และไกลบ้าน คิดถึงบ้าน ขาดเพื่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำไมมันเหงาแบบลึกๆ แบบว่าต้องการคนเข้าใจ และแน่นอนว่าจะต้องเป็นเพศตรงกันข้ามเท่านั้น จึงจะลึกซึ้ง
ความเหงาทำให้หัวใจเรียกร้องความรักอย่างที่หลายคนว่ากันแน่เลย
ผมเองก็ไม่รู้จะสืบหาข้อมูลของเธอได้ยังไง เพราะเวลาที่เหลือการการเรียน ก็ไม่เห็นเธอคนนั้นปรากฏตัวเท่าไร ไม่รู้กระทั่งว่า เธอชื่ออะไร เรียนอยู่ที่ไหน พักชั้นไหนห้องไหน
แม้จะไม่มีหวังอะไรมากมาย แต่พอมีเวลาว่าง ผมมักจะเตร็ดเตร่อยู่แถวหน้าหอพักเสมอ โดยคิดว่าเธอจะผ่านมาให้เห็น
และแล้วความหวังก็เป็นจริง ในช่วงเย็นของวันหนึ่ง
อากาศแทบไม่หนาวราวสิบห้าองศาเซลเซียส กำลังดีเลยทีเดียว
ขณะผมยืนอยู่หน้าหอพัก เห็นเธอลงจากรถแท็กซี่ หอบข้างของพะรุงพะรัง ทั้งไก่สด ไข่ไก่ ขนมปังและผักอีกหลายชนิด ในชุดเก่งตัวเก่าที่เห็นในวันแรก
ทั้งที่มีความตั้งใจมั่น แต่พออยู่ในสถานการณ์จริงผมก็เกิดอาการกระอักกระอ่วนขึ้นมาโดยกะทันหัน คำว่า “ Guten abend “ หายไปในลำคอ
ผู้ชายเยอรมันเขาจะพากันขลาดอายเหมือนผมไหมนะ?
หนุ่มสาวแถวนี้เขาจีบกันยังไง เริ่มต้นด้วย wie heissen sie? : (วี ไฮเซ่น ซี?) คุณชื่ออะไร... จะเป็นการเสียมรรยาทหรือไม่
แต่ที่แน่ๆ ผมพลาดเสียแล้ว ได้แต่มองตามเธอเดินหายลับไป
ผมรู้สึกเสียดายเวลาและความตั้งใจ
ความรู้สึกนั้นหลอกหลอนในความรู้สึก และเริ่มรู้แล้วว่าอะไรที่สำคัญจริงๆกับคนเรา
ผมว่ามันเป็นเรื่องหัวใจนั่นเอง
ชาร้อน ขนมปังกับไส้กรอกกระป๋องมื้อเย็นจืดชืดไร้รสชาติ ความคิดวุ่นวายสับสน
แต่ผมก็รู้ว่าจะปล่อยให้เหตุการณ์เป็นต่อไปอย่างนี้ไม่ได้
ชีวิตคงไม่สงบสุข จะต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ถ้าเธอปฏิเสธความรักของผมก็ให้รู้กันไป อย่างมากก็แค่ย้ายหนีเท่านั้น
วันรุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ หลังจากจัดการไข่ต้มและขนมปังกันตาย ก็ลงไปเดินๆ บริเวณลานกว้างหน้าหอพักเช่นเคย มีเก้าอี้หินอ่อนให้นั่ง แต่ผมนั่งไม่ลง
รู้สึกเหมือนไฟลนก้น รอแบบแทบไม่มีหวัง ผู้คนเดินผ่านไปมาท่ามกลางอากาศเย็นฉ่ำจนน่ากลับขึ้นไปนอนในห้องพัก
ถ้าพระเจ้ามีจริงท่านอาจเห็นใจ เพราะก่อนหน้าจะเปลี่ยนใจกลับขึ้นห้องพัก เธอคนนั้นก็เดินออกมาจากหอพักพอดี การแต่งตัวตามสบายแสดงว่าเธอไม่ได้ตั้งใจออกไปไหนไกล
ผมสูดลมหายใจลึก เดินตรงเข้าหาทันที ด้วยหัวใจเต้นระทึก
“ Hallo,wie heissen Sie? "
ตัดสินใจถามชื่อของเธอนำทางไว้ก่อน ดูปฏิกิริยาโต้ตอบของเธอ และก็ใจชื้นขึ้นมาเมื่อเธอยิ้มพลางตอบว่า
“ Ich binSophie “
เอาละ ได้รู้แล้วว่า เธอชื่อโซฟี เธอมองหน้าผมด้วยรอยยิ้มแบบคนรู้เท่าทันแล้วพูดต่ออีกว่า
“ Ich bin verheiratet “
พระเจ้า เธอบอกว่า เธอแต่งงานแล้ว
หูและประสาทของผมลั่นสนั่นก้องโลก เธอแต่งงานแล้ว แต่งงานทั้งที่ผมยังไม่ได้เอ่ยปากบอกรัก
ความหวังของผมพังทลายตั้งแต่ยังไม่ได้ก่อร่างสร้างฐาน ใบหน้าร้อนวูบวาบไปหมด ด้วยความตกใจเสียใจและคาดไม่ถึง
ราวกับจะตอกย้ำคำพูดของเธอ ชายหนุ่มหน้าตาดีมีฐานะคนหนึ่งก้าวเข้ามาหาเธอ คล้องแขนกันด้วยท่าทางสนิทสนม แบบเด็กดูก็รู้ว่าทั้งสองเป็นคนรักกัน
“ Auf wiedersehen ! “ เธอหันมายิ้มและบอกลาด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มีแววห่างเหิน
นั่นละ บทเรียนบทแรกที่ผมถูกประเมินจากการไปเรียนที่เยอรมัน
หลังจากวันนั้น ผมแทบไม่กล้าออกจากห้องพัก เวลาไปเรียนก็แทบไม่รู้เรื่อง ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รู้สึกผิดหวัง อับอาย เสียใจ ผสมปนเปกันไปหมด
รักครั้งแรกในต่างแดนก็กลายเป็นไปรักคนมีเจ้าของเข้าให้ เปลี่ยนจากอยากเจอหน้ากลายเป็นไม่อยากพบอยากเจอ แค่เห็นเงาใครคล้ายๆเธอก็ทำเอาผวา
กว่าจะรู้สึกดีขึ้นก็เป็นเวลาเกือบครึ่งเดือน
ได้ยินแว่วๆ มาว่า มีสาวไทยย้ายจากเมืองอื่นเข้ามาพักอยู่ในหอพักแห่งนี้
ทำให้ผมเริ่มมีความหวังขึ้นอีกครั้ง รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
สาวเยอรมันสอนบทเรียนที่เจ็บปวด สาวไทยคงไม่เป็นเช่นนั้น ความนี้ผมใจเย็น ๆ ค่อยๆ สืบข่าวจากคนพอรู้จักกันอย่างไม่รีบร้อน เธอชื่อว่า นารี ชื่อไทยๆ
แบบนี้มั่นใจว่าไม่ใช่ลูกครึ่งฝรั่งอย่างแน่นอน อายุอานามก็ไล่เลี่ยกัน ไม่มีช่องว่าง ผมแอบมองดูอยู่หลายครั้ง เธอเป็นคนผิวขาวผมยาวสลวยสวยได้ใจ
เธอโสด...นั่นละ ข้อมูลล่าสุด มาอยู่หอพักเพียงคนเดียว ไม่มีภาระทางหัวใจติดสอยห้อยตาม
แบบนี้ผมจะรีรออะไรล่ะครับ กำลังต้องการคนรักษาแผลใจพอดี
เพราะความที่เป็นคนไทย อะไรๆ ก็น่าจะพูดคุยกันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมาอยู่ต่างแดน ความเหงา ความคิดถึงบ้าน ย่อมเปิดหัวใจให้กันและกันได้ง่ายขึ้น
และแล้ววันนั้นก็มาถึง
ผมแต่งตัวดีที่สุดเท่าที่หาได้ ยืนรอเธอหน้าหอพักเพราะรู้ว่าเธอมักจะผ่านมาเวลานี้เสมอ คนเรามีเวลาเฉพาะของตัวเอง
ครั้งนี้ผมจะไม่พลาดไม่อายเด็ดขาด
เธอเดินออกจากหอพักมาแล้ว สวมยีนส์สีน้ำเงิน ใสเสื้อยืดสีส้มแขนยาว เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลสวมทับ รองเท้าหนังกลับสีเท่าเข้มอย่างมีคลาสดูดีไปหมด ใบหน้าสะอาดสดใส
หัวใจของผมเต้นแรง เดินตรงเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้ม พยายามปรับโทนเสียงให้นุ่มทุ้มน่าฟังที่สุด
“ สวัสดีครับคุณนารี ผมชื่อกำจรครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ “...
เธอหันมามอง พร้อมรอยยิ้มหวานอย่างที่คาดคิดเอาไว้
“สวัสดีฮ่ะ นารียินดีที่รู้จักเช่นกันฮ่ะ เย็นนี้ขอเชิญทานอาหารที่ห้องนารีนะฮ้า...รูปหล่อ”
.......จบจ้ะ.........
ถุงมือ Riesling White Wine
รายชื่อให้เลือกตอบ
ฝ่ายชาย
1.B-thirteen
2.Christian TG.
3.GTW
4.kasareev
5.KTHc
6.Luckard
7.Mystery and Crime
8.psycho_factory
9.ruennara
10.Soul Master
11.TOSHARE-5212378
12.WANG JIE
13.จอมยุทธนักสืบ
14.ชายขอบคันนายาว
15.ลุงแผน
16.ลูนาติก
17.วนิล-3188982
18.ส.สัตยา
19.สวนดอก
20.อิสิ
ฝ่ายหญิง
1.Lady Star 919
2.ladylongleg
3.peiNing
4.Susisiri
5.เกสรผกา
6.นลินมณี
7.รัชต์สารินท์
8.ลิงน้อย-5221626
*** จะเฉลย หลังจากวางภาพปริศนา 2 วัน (เช่น วางภาพวันพุธ ก็จะเฉลยวันศุกร์) ครับผม ***
👧🏽💗👦🏽 THE LEISURE GLOVES "ถุงมือยามว่าง" รอบที่ 2 "เรื่องสั้น-ฉายเดี่ยว #2" ตอน "รักต่างแดน" 👧🏽💗👦🏽
เป็นเรื่องควมรักต่างแดน มีการใช้ภาษาเยอรมันซะด้วย!! (ต้องมีคนเพ่งเล็งพี่ซูซี่แน่นวลลล)
มาอ่านกันเลยครับ กรรมการต้องรีบแล้ว จะไปขึ้นรถกลับ ปกทม. แล้วครับผม ^^