ตอนนี้ผมเป็นนักศึกษาครับ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยอาศัยอยู่กับแฟนที่หอพัก เรื่องมีอยู่ว่า ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาผมขับรถไปเชี่ยวมอเตอร์ไซอีกคนจนเขาได้รับบาดเจ็บ ผมกับคู่กรณีตกลงกันได้โดยเขาเรียกค่าเสียหายกับผม 6000 บาทภายในสิ้นเดือน แฟนผมบอกให้ผมบอกพ่อแม่ แต่ผมเลือกที่จะไม่บอกเพราะมันเป็นเรื่องที่ผมก่อเอง ไม่อยากให้ท่านมาลำบากใจ มันอาจจะฟังดูอวดดี แต่ผมไม่อยากให้ท่านเหนื่อยกับผมไปมากกว่านี้ ผมคิดว่าเงิน6พันผมสามารถหาได้ภายในสิ้นเดือน ผมเอาเงินทั้งหมดที่ผมมีจ่ายครึ่งหนึ่ไปก่อน ผมอยู่กับแฟนโดยที่ผมไม่มีเงินติดตัวเลยซักบาท แต่ผมก็ไม่ได้จะเกาะเขากินหรอกครับ เหมือนให้เขาช่วยออกให้ก่อนแล้วค่อยคืนสิ้นเดือน เป็นจำวนรวมๆกว่า3000บาท ผมเริ่มทำงานวันที่18หลังจากที่สอบfinalเสร็จทุกอย่างดูเหมือนจะพอไปได้ จนกระทั่ง แม่ของแฟนผมมีแพลนย้ายมาอยู่กับแฟนผมที่นี่(แม่แฟนผมลาออกจากงานเดิมเพื่อย้ายมาอยู่กับลูกและยังว่างงาน ทำให้แฟนผมต้องหาเงินส่งทั้งตัวเอง และส่งให้แม่) ทำให้ช่วงนั้นแม่แกไปมาหาสู่อยู่บ่อยๆ และทุกครั้งที่แม่มา ผมต้องลางานเพื่อจะได้มาดูแลแม่แทนแฟนผม(ผมทำงานรับส่งอาหารซึ่งเวลาทำงานก็เลือกวันและเวลาที่สะดวกจะทำเลยสามารถลาได้เรื่อยๆ ต่างจากแฟนผมที่ทำงานBox officeที่โรงหนังไม่สามารถลาได้) เป็นเวลารวมๆกว่า1อาทิตย์ที่ฒต้องลางานมาดูแลแม่ ซึ่งผมไม่ได้คิดใจอะไรเรายินดีทำให้ เราคิดว่าแม่แฟนก็เหมือนแม่เรา จากที่กล่าวไว้ว่าทั้งคู่จะย้ายไปอยู่บ้านเช่าก็จะมีการติดแอร์ติดเน็ตซ่อมท่อน้ำเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่ด้วยแฟนผมต้องไปทำงาน คนที่คอยเฝ้าบ้านเลยเหลือแต่ผม รวมทั้งพาแม่ไปสมัครงานจนกว่าจะได้งาน ซึ่งเป็นเวลาร่วม4วันกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย(ช่วงหน้าฝนทำให้การทำงานของช่างล่าช้า) รวมๆแล้ว ผมต้องลางานกว่า10วัน ทำให้ผมมีเวลาทำงานเพียง4วัน โดยรายได้ของผมนับเป็นชม.ละ40 +ค่าส่งของต่อบิล โดยปกติผมจะมีรายได่อยู่วันละประมาณ 600-800บาท ทางบริษัทจะตัดยอดเงินเดือนที่วันที่15และ31 นั่นหมายความว่า จากวันที่18ถึง31 ผมจะได้เงินเดือนประมาณ2000กว่าบาท(ยังไม่หักค่าอุปกรณ์ หัก7%จากเงินเดือนตามเงื่อนไขบริษัท) ทำให้ตอนนี้มีเงินไม่พอที่จะจ่ายค่าเสียหาย แฟนผมก็บ่นว่าทำไมไม่บอกแม่ แต่เราก็รู้ว่านั่นเพราะความเป็นห่วง เรารู้แล้วตอนนั้นว่าการที่เราไม่อยากให้พ่อแม่ลำบากใจหรือเป็นห่วง มันกลายเป็นคนที่ลำบากคือแฟนผม ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นภาระของเขา แต่การที่ผมหาเงินไม่ได้ มันก็มีสาเหตุ เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนมาก บอกว่าผมไม่ยอมฟังเขา ไม่ยอมบอกแม่ ผมเลยบอกไปว่า ผมคำนวนแล้ว ผมคิดว่าผมจะหาได้ แต่มันมีเหตุที่ทำให้ต้องลางาน สุดท้ายเลยจบตรงที่ “กูนี่แหละที่ทำให้ไม่ได้ทำงาน ขอโทษละกัน” คือผมผิดมากไหมครับ ที่อยากจัดการปัญหาเอง คือรู้ตัวนะครับว่ามันลำบากแฟน แต่เราก็ใช่ว่าจะกินฟรีๆ ปัจจุบัน เงินที่ติดแฟนทั้งหมดผมคืนเธอไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ค่าเสียหายอีก3000ซึ่งยังไม่รู้จะหาที่ไหน
ไม่มีเวลาไปทำงานเพราะต้องอยู่ดูแลแม่ของแฟนจนหาเงินใช้หนี้ไม่ทัน”ผิดไหม”