ตอนนี้ จขกท.เองก็อายุ26แล้ว ถ้าว่ากันตามอายุคือ..
วัยที่ควรอยู่ในช่วงการทำงาน ลองผิดลองถูกกับชีวิต !
แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่เป็นคำถาม?
ที่ค้ างคาใจในตัวของ จขกท.เอง
เริ่ม ด้วยความที่เรา เกิดมาในครอบครัว ที่พ่อทำธุรกิจ เลยทำให้ครอบครัวไม่ลำบาก เราถูกเลี้ยงดูมาอย่างสบาย อยากได้อะไรก็ได้ และซึ่งในตอนเป็นเด็กนั้น เด็กทุกคนต่างก็มีความฝันเป็นของตัวเอง อยากเป็นหมอ ทหาน ตำรวจ พยาบาล แต่ด้วยความที่พ่อเราเองนั้นทำธุรกิจ ก็คงไม่พ้นธุรกิจที่บ้าน
มีเงิน มีรถ มีบ้าน ครบโดยไม่ต้องดิ้นรน แต่ปัญหาที่ตามมาคือ พ่อนอกลู่นอกทาง มีเล็กมีน้อย จนแม่ทนไม่ไหวเลยทิ้งเราไว้กับพ่อ ไม่กี่เดือนพ่อก็พาเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านอย่างเต็มตัว และนี้ก็เป็นส่วนนึงของปัญหาครอบครัว ตอนนั้นเราก็17-18ปีแล้ว อยู่ในวัยที่ คึกคะนองนิดนึง แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่ส่งผลอะไรมากแต่มีส่วนแหละ
ปัญหามันจะอยู่ตรงนี้ ด้วยความที่พ่อเป็นคนจีนหัวโบราณ สมัยเด็กพ่อลำบากมาก ไม่เคยได้เรียนหนังสือเลย แต่พ่อก็สามารถสร้างธุรกิจจนมีเงินพอสมควร กลายเป็นว่าการเลี้ยงดูของพ่อที่เลี้ยงเรามา มันไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ เพราะพ่อจะพูดกับเราอยู่เสมอว่า "เรียนมาทำไม ได้อะไร มาทำงานกับพ่อสิไม่ต้องเรียน มันเสียเวลา" พ่อพูดแบบนี้กับเราตั้งแต่เด็กจนเราโต ในช่วงที่เรากำลังเรียน เราก็เลยเกเร ไปเรียนบ้างไม่เรียนบ้าง มีเรียนก็ไม่ไป นอนอยู่บ้าน พ่อก็ไม่ว่าไม่ถาม เพราะพ่อทำแต่งาน เราจะได้คุยกับพ่อก็ต่อเมื่อเวลาที่เราไปขอ เงินเท่านั้น และทุกครั้งที่ไปขอเงิน พ่อก็จะพูดประโยคนี้ซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนเรารู้สึกว่าโอเค งั้นก็ขอเราจบป.ตรีก่อนละกัน ค่อยทำงานพ่อ เราก็เลยเรียนป.ตรีของม.ที่เข้าง่าย แต่ถ้าจ่ายเงินเยอะหน่อยก็ออกง่าย เหมือนกัน เราเลยจบมาแบบไม่มีคุณภาพ ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่แคร์คิดแต่ว่า มีธุรกิจของตัวเองแล้ว
และพอเราจบมาปุ้บ เราเดินไปหาพ่อบอกว่าจบแล้วนะ จะให้ทำอะไร แต่คำพูดที่เราได้จากพ่อคือ "อย่างเราทำงานพ่อไม่ได้หรอก ให้ออกไปหาเอาเองละกัน ล้างจานก็ได้ อยากทำอะไรก็ไปทำซะ" จุกมากกกกกกก
ตอนนี้เราก็จบมาแล้ว1ปี ก็ยังว่างงาน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทางไหนดี เพราะคำพูดของพ่อเราวันนั้น มันทำให้เราหมดไฟ หมดกำลังใจ กับประโยคที่ว่า "ก็ไปทำงานล้างจานดิ" เราไม่ได้เจ็บใจเพราะอาชีพล้างจานที่พ่อพูดถึง แต่เราเจ็บ เพราะพ่อหาแต่ปลาให้เรา แต่ไม่เคยสอนวิธีหาปลาให้เราเลย แล้วตลอดระยะเวลาตั้งแต่เล็กจนตอนนี้ แปลว่าพ่อไม่เคยสนใจเลยว่าเราจะเป็นยังไง มีความสามารถอะไรบ้าง ทำอะไรได้บ้าง ถึงเราจะไม่ได้ตั้งใจเรียนมากนัก(ที่พึ่งจบป.ตรีเพราะเราก็เปลี่ยนมาแล้วหลายมหาลัย) และเป้าหมายจริงๆของเราคือการช่วยธุรกิจที่บ้าน และเราอยากช่วยจริงๆ แต่กลับถูกปฏิเสธ
ตอนนี้เราหลงทางมาก ไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วเราชอบอะไรกันแน่ เรากลัวที่จะทำหรือลงมือทำ เพราะทุกครั้งที่เราเริมจะตัดสินใจทำอะไร แต่พ่อเราไม่เคยให้กำลังใจเราเลย แถมชอบพุดถากถางและชักสีหน้าตลอดและไม่เคยเลย ไม่เคยถามว่าเราชอบอะไร หรืออยากทำอะไร เพราะทุกครั้งที่เราเดินไปบอกพ่อเราว่าจะไปหางานทำนะ แต่ไม่รุ้จะทำอะไรดี คำตอบจากพ่อเราคือ มีแต่ดูถูกดูแคลนเรา ว่าอย่างเราทำอะไรไม่ได้หรอก เห้อออ จบ
และเราเป็นโรคซึมเศร้า แต่เราไม่ได้หาหมอ เราใช้ธรรมะเยียวยาจิตใจ บางวันก็เหมือนคนไม่ได้กินยาเพราะเราจมและดำดิ่ง แต่ถ้าวันไหนได้ฟังหรืออ่านบทความดีๆ หนังสือธรรมะบ้าง เราก็จะมีแรงขึ้น 3วันดี4วันไข้ ประมานนี้แหละ
พ่อแม่รังแกฉัน?หรือ เราเองที่รังแกตัวเอง