วันนี้ ม เรา มีงานรับปริญญาค่ะ เราไปทำหน้าที่จิตอาสา เลยมีเวลาคิดอะไรเรือยเปื่อย
เราสงสัยว่า บัณฑิตที่ได้รับปริญญาบัตร มีความคิดยังไง ถึงต้องการให้คนมางานเยอะๆ
ขณะที่เราทำจิตอาสาอยู่ ก็เจอคุณย่าคุณยาย นั่งวีแชร์ก็มี ลูกหลานเด็กน้อย ยังแบเบาะเข็นใส่รถก็มี
อากาศร้อนมาก ทุกคนแต่งชุดสวยๆพร้อมมาถ่ายรูป มาถามทางไปคณะที่บัณฑิตอยู่ เรามองตามหลังจนสุดสายตา บ้างก็นั่งรอใต้ร่มไม้ บ้างก็ยืนรอข้างรถพร้อมหอบช่อดอกไม้ บ้างก็นั่งริมฟุตบาท ช่างไม่แคร์ชุดสวยๆที่ใส่มาเลย เห็นแล้วอดน้ำตารื่นไม่ได้
พอถึงช่วงที่เราเอาดอกไม้ไปแสดงความยินดีพี่รหัสเราบ้าง
เรายิ่งไม่เข้าใจบรรยากาศนั้นไปกว่าเดิม
เรายื่นดอกไม้ให้พี่เขา เขาก็บอกให้มาถ่ายรูปสองสามรูป ท่ามกลางบรรยากาศสายตาหลายคู่ของครอบครัวพี่รหัสที่มองมา ทำท่าทีเก้ๆกังๆ ไม่รู้จะยังไงดี เพราะได้แต่มองคนที่มาถ่ายรูปกับพี่รหัส
เราเลยชวนคุยบ้างนิดหน่อย แต่พี่รหัสบอกว่าจะต้องกลับแล้ว ไม่ถึง 5นาทีด้วยซ้ำที่เราได้พบปะพี่รหัส
ทั้งๆที่ช่อดอกไม้นั่นเราเลือกดอกไม้มาเอง จัดช่อเอง ว่าจะเขียนการ์ดแต่มันจะเลี่ยนไป เลยเตรียมสคริป ท่องไป ว่าจะพูดแสดงความยินดียังไงบ้าง
แต่ก็ นั่นแหละค่ะ 555555 5นาทีเท่านั้น ยังไม่ได้อะไรเลย เหมือนถ่ายรูปเสร็จ ถ่ายดุ้กดิ้กเสร็จก็จบ
ณ ตอนนี้ เราเลยมีความคิดว่า
ถ้าเป็นงานของเราบ้าง เราคงไม่อยากให้มาตากแดดตากลมอะไรเท่าไหร่นัก ที่จอดรถก็หายาก คนก็เยอะ
ทำไมเรารู้สึกว่า เราอยากที่จะ รับใบปริญญาเสร็จ อาจจะถ่ายรูปรวมกับเพื่อนๆในคณะให้สมกับที่น้องปี1นั่งทำฉากทั้งคืนจบพอเป็นพิธี5555 ถอดคัทชูเก็บของขึ้นรถ ขับรถไปหาครอบครัวพ่อแม่ปู่ย่าตายายน้องหลานป้าอา ที่ร้านอาหารแอร์เย็นๆ แล้วกล่าวแสดงความในใจต่างๆ ขอบคุณพ่อแม่ ถ่ายรูป ทานข้าวเฮฮากันมากกว่า ส่วนเพื่อนๆในชีวิต เราคงแล้วแต่สะดวกเขา แสดงความยินดีผ่านไลน์ทั่วๆไปก็น่าจะพอแล้ว ไม่ต้องมีช่อดอกไม้อะไรให้วุ่นวาย
เราเลยสงสัยว่า ความคิดของเรามันขาดตกบกพร่องอะไรไปรึป่าว ไม่แน่ ถ้าเราได้เป็นบัณฑิตแล้ว เราอาจจะอยากที่จะเป็นแบบคนทั่วๆไปก็เป็นได้
เราอยากถามพี่บัณฑิตเลยค่ะ ว่ามีความคิด ความตื่นเต้น ความอะไรบ้าง เมื่อวันนั้นมาถึง เล่าสู่น้องฟังหน่อยยยย
งานรับปริญญาทำไมต้องมีคนมาเยอะๆ
เราสงสัยว่า บัณฑิตที่ได้รับปริญญาบัตร มีความคิดยังไง ถึงต้องการให้คนมางานเยอะๆ
ขณะที่เราทำจิตอาสาอยู่ ก็เจอคุณย่าคุณยาย นั่งวีแชร์ก็มี ลูกหลานเด็กน้อย ยังแบเบาะเข็นใส่รถก็มี
อากาศร้อนมาก ทุกคนแต่งชุดสวยๆพร้อมมาถ่ายรูป มาถามทางไปคณะที่บัณฑิตอยู่ เรามองตามหลังจนสุดสายตา บ้างก็นั่งรอใต้ร่มไม้ บ้างก็ยืนรอข้างรถพร้อมหอบช่อดอกไม้ บ้างก็นั่งริมฟุตบาท ช่างไม่แคร์ชุดสวยๆที่ใส่มาเลย เห็นแล้วอดน้ำตารื่นไม่ได้
พอถึงช่วงที่เราเอาดอกไม้ไปแสดงความยินดีพี่รหัสเราบ้าง
เรายิ่งไม่เข้าใจบรรยากาศนั้นไปกว่าเดิม
เรายื่นดอกไม้ให้พี่เขา เขาก็บอกให้มาถ่ายรูปสองสามรูป ท่ามกลางบรรยากาศสายตาหลายคู่ของครอบครัวพี่รหัสที่มองมา ทำท่าทีเก้ๆกังๆ ไม่รู้จะยังไงดี เพราะได้แต่มองคนที่มาถ่ายรูปกับพี่รหัส
เราเลยชวนคุยบ้างนิดหน่อย แต่พี่รหัสบอกว่าจะต้องกลับแล้ว ไม่ถึง 5นาทีด้วยซ้ำที่เราได้พบปะพี่รหัส
ทั้งๆที่ช่อดอกไม้นั่นเราเลือกดอกไม้มาเอง จัดช่อเอง ว่าจะเขียนการ์ดแต่มันจะเลี่ยนไป เลยเตรียมสคริป ท่องไป ว่าจะพูดแสดงความยินดียังไงบ้าง
แต่ก็ นั่นแหละค่ะ 555555 5นาทีเท่านั้น ยังไม่ได้อะไรเลย เหมือนถ่ายรูปเสร็จ ถ่ายดุ้กดิ้กเสร็จก็จบ
ณ ตอนนี้ เราเลยมีความคิดว่า
ถ้าเป็นงานของเราบ้าง เราคงไม่อยากให้มาตากแดดตากลมอะไรเท่าไหร่นัก ที่จอดรถก็หายาก คนก็เยอะ
ทำไมเรารู้สึกว่า เราอยากที่จะ รับใบปริญญาเสร็จ อาจจะถ่ายรูปรวมกับเพื่อนๆในคณะให้สมกับที่น้องปี1นั่งทำฉากทั้งคืนจบพอเป็นพิธี5555 ถอดคัทชูเก็บของขึ้นรถ ขับรถไปหาครอบครัวพ่อแม่ปู่ย่าตายายน้องหลานป้าอา ที่ร้านอาหารแอร์เย็นๆ แล้วกล่าวแสดงความในใจต่างๆ ขอบคุณพ่อแม่ ถ่ายรูป ทานข้าวเฮฮากันมากกว่า ส่วนเพื่อนๆในชีวิต เราคงแล้วแต่สะดวกเขา แสดงความยินดีผ่านไลน์ทั่วๆไปก็น่าจะพอแล้ว ไม่ต้องมีช่อดอกไม้อะไรให้วุ่นวาย
เราเลยสงสัยว่า ความคิดของเรามันขาดตกบกพร่องอะไรไปรึป่าว ไม่แน่ ถ้าเราได้เป็นบัณฑิตแล้ว เราอาจจะอยากที่จะเป็นแบบคนทั่วๆไปก็เป็นได้
เราอยากถามพี่บัณฑิตเลยค่ะ ว่ามีความคิด ความตื่นเต้น ความอะไรบ้าง เมื่อวันนั้นมาถึง เล่าสู่น้องฟังหน่อยยยย