สวัสดีเพื่อนทุกคน เชื่อว่าตอนนี้มีหลายๆคนกำลังตกอยู่ในสานะการณ์เดียวกันกับเรา เด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์ บางคนหนำซ้ำไม่มีฝึกงานอีกด้วย เช่นเรา555555 หลายคนที่พึ่งจบการศึกษา ช่วงนี้หละจุดกดดันเพราะเหมือนเราเดินทางมาจนถึงบันไดที่ชันสูงขึ้นที่จะต้องก้าวไปอีกขั้น และแน่นอนหนทางย่อมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนัก เราก็เป็นหนึ่งคนที่กำลังมองหางาน รองาน สัมภาษณ์งานมาหลายที่ แต่ก่อต้องพลาดโอกาสไปเพราะความเป็นเด็กจบใหม่ เคยมีหลายที่พอถามถึงประสบการณ์ทำงาน พอรู้ว่าเราจบใหม่ บทสนทนาในครั้งนั้นมักจะเริ่มสั้นลง และจบลงด้วยการไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย บางครั้งสัมภาษณ์ไปๆมาๆมีคนที่เขาใช้ช่องทางด่วนมาก่อมี ถ้าถามว่าเรารู้สึกยังไงเหรอ ยอมรับทุกคนมีเฟลหมดแหละแต่เราแตกต่างออกไปนิดนึงตรงที่เราเฟลแค่แปปเดียวนิดเดียว เราคิดว่าการไปสัมภาษณ์ทุกครั้งเป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้เรา เราไม่ได้โลกสวยนะ มันคือเรื่องจริงถึงไม่ได้งานแต่ก็ได้บางอย่างติดตัวมาบ้าง
เอาละมาเข้าเรื่องถึงการสัมสามรอบนี้กัน ขอใช้ภาษาแบบรัดกุมนะคะ เราได้โอกาสนี้จากการไปงานจ๊อบแฟร์แห่งหนึ่ง แนะนำว่างานแบบนี้เด็กจบใหม่ควรไปอย่างยิ่ง เขาติดต่อมาให้เราไปสัมภาษณ์ รอบแรกไปถึงเรานึกไม่ถึงเลยว่าจะมีการสอบข้อเขียนคณิต อิ้ง จิตวิทยา ถ้าใครสอบตกจะไม่ได้สัมภาษรอบต่อไป อ่ะโชคดีเราเคยสอบ กพ ผ่านมาละเราเลยทำได้ แต่ก่อคงทำได้ไม่ดีนักในพาทเรียงความภาษาอังกฤษ แต่ด้วยความพยายามทุกอย่างเลยผ่านไปได้ด้วยดี เราได้ผ่านไปสู่รอบสองในวันเดียวกัน เราได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์งานกับฝ่าย HR รอบแรกเป็นภาษาอังกฤษ กับสิบคำถามยอดฮิตในเน็ตหาได้แต่ก็ยังยากสำหรับเราอยู่ดี แต่เราก็พยายามตอบแบบพอรู้เรื่องไม่ห่วงไวยากรณ์นัก ประกอบกับการสัมภาษณ์ภาษาไทยบ้าง มักถามเรื่องประสบการการทำกิจกรรมผลงาน ใช้เวลาไปประมานเกือบชั่วโมงได้ เราได้ผ่านไปถึงสัมรอบสองกับหัวหน้างานกับพี่HRสองคน คราวนี้คำภามแบบเดิมแต่ถามลึกเข้าไปอีก ที่เน้นก่อประมานว่าจะทำงานกับเขานานแค่ไหน จะทนไหม จะทำงานได้จริงหรือป่าว เช่น ถามเรื่องการทำกิจกรรมเพื่อวัดการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหา การ รับมือความกดดัน รอบน้ีใช้เวลาประมานชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไปได้ด้วยดีรอแจ้งผลหนึ่งอาทิตย์ รวมเวลาที่เราไปสัมภาษน์วันนั้นเราตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ แปดโมงเช้า ถึง ห้าโมงเย็น รวมแล้วประมานสิบชั่วโมงได้
จากนั้นเขาโทรแจ้งเราวันที่หกนับจากสัมครั้งที่แล้ว รอบนี้ไปสัมภาษณ์ที่ต้นสังกัดสายงานที่เราจะไปทำ ครั้งนี้แตกต่างออกไป ก่อสัมภาษเขาจะมีใบคำถามเชิงจิตวิทยาเป็นคำถามง่ายๆแต่จะตอบให้ดูดีได้ยาก ให้เราเขียนตอบก่อนสัม พอถึงเวลามีคนมาสัมภาษเราเป็นพี่หัวหน้างาน คราวนี้สัมยากกว่าทุกครั้ง ไม่ใช่แพทเทิลเดิมๆที่เคยตอบ ครั้งนี้ออกแนวถามเชิงจิตวิทยา ถามแนวเค้นความจริงความเป็นตัวเรา เราตอบได้อย่างปกติทุกคำถามเพราะเราเป็นตัวเราเองในทุกครั้งที่สัมภาษซึ่งอาจจะดีในบางที่และอาจไม่ดีสำหรับบางที่ ด้วยความที่เราเรียนดีมีเกรดที่สูงลิ่ว ฝ่ายHR ทุกครั้งที่สัมภาษจะต้องมองว่าคนเรียนเก่งมักต้องเข้ากับคนยาก สังคมน้องเพื่อนน้อยกิจกรรมน้อย เราก็เข้าใจแหละการทำงานในเรื่องทีมมันสำคัญมากในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เขาจะพยายามถามเค้นว่าเราเป็นคนที่คิดว่าตัวเองเก่งหรือดีว่าผู้อื่นไหม เราเอากิจกรรมทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ไหม เราโกหกหรือป่าว บอกเลยว่าคนที่ฉะฉานเกินไปอาจถูกมองว่าจะเข้ากับผู้อื่นได้ยาก เราพยายามคงเส้นทางบทสนทนาให้ราบรื่นเพราะพี่เขาพยายามถามหักเหเบี่ยงเบนเราให้ตอบในสิ่งที่พี่เขาคิดว่าเราจะตอบออกมาแล้วตรงกับที่เขาคิดว่าไม่ดีหรืออาจจะดีแต่ยังไม่พอ เพื่อเค้นความเป็นตัวเราออกมา แต่เราบอกตรงๆนะพี่เขาทำแบบนั้นเพระาประสบการณ์ของเขาเจอคนมาหลายรูปแบบทั้งที่ดีและไม่ดี เป็นธรรมดาที่เขาต้องถามเชิงนี้ แต่ยอมรับเลยว่าพี่เขาเก่งมากๆที่สามารถนำคำถามธรรมดาๆทั่วไปมาถามให้ได้คำตอบเชิงจิตวิทยาได้ นอกจากนั้นเขายังทดสอบเราโดยให้เราทำกิจกรรมอย่างนึงง่ายๆธรรมดาแต่วัดความคิดลักษณะนิสัยได้ยกตัวอย่างเช่นแยกของ เก็บของ จัดประเภทของ บทสนทนาครั้งนี้จบลงใช้เวลาประมานชั่วโมงครึ่ง และเขาก่อบอกว่าจะติดต่อมาอีกสองอาทิตย์ถ้าได้นะ
แต่บางทีก็อยากให้มองอีกมุมหนึงของเด็กที่เรียนเก่ง เราคิดแค่ว่าถ้าเราทำดีในวันนี้วันข้างหน้าคนที่จะรับเราทำงานจะได้เห็นความพยายามเราบ้างแหละว้ะ555555 ถึงแม้เราเรียนดีไม่ใช่ว่าเราจะต้องบ้าเรียนหรือเห็นแก่ตัวหรือเข้าสังคมยากเสมอไป เราเป็นหนึ่งในคนที่เรียนเก่ง แต่ก็ทำกิจกรรมเยอะ มีเพื่อนเยอะ เฮฮาปาตี้เหมือนเด็กทั่วไปนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเราเรียนแบบช่วยกันเรียนกับเพื่อนเรามีเพื่อนในกลุ่มหลายคนทุกคนถนัดต่างกัน เราติวให้กัน เราช่วยกันทำงานให้ออกมาดี เราทำกิจกรรม เราสนุกด้วยกัน แก้ปัญหาร่วมกัน ทริคของการได้เกรดดีของพวกเราคือ สนุกได้ทำงานหรือสอบแบบวันไนท์มิราเคิลได้ แต่ต้องเรียงลำดับความสำคัญให้เป็น จับจุดสำคัญให้ได้ รับฟังทุกไอเดียของกันและกัน แค่เนี้ยผลลัพธ์ดีๆมันจะไปไหนกันเล่า การได้เกรดดีควบคู่กับการใช้ชีวิตหมายลัยอย่างสมดุลมันไม่ยากเลย แค่มีงานส่ง อ่าน นส มาสอบ จับจุดดีๆของแต่ละวิชา ใส่ความรับผิดชอบลงไปหน่อย นึกถึงหน้าพ่อแม่กับเงินค่าเทอมเข้าไปนิด ชีวิตจะลงตัวง่ายๆเลย เที่ยวดึกแค่ไหนก่อได้ แต่ถึงเวลางานก็ต้องมีนะจ้ะ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญการทำกิจกรรมจะนำมาซึ่งคอนเนคชั่นเพื่อนต่างเซคต่างเอกที่บางทีเขาเรียนมาก่อนเราละ เขามักมีน้ำใจไกด์ทางให้เราว่าอันนี้ยากอันนี้ง่าย อันนี้ระวังหน่อยไรงี้ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ เราก่อหนึ่งในคนที่ใช้ชีวิตมหาลัยธรรมดานี่แหละ ทำงานไป เรียนไป เที่ยวไป หาความสุขใส่ตัว ไปพร้อมกับการเรียน เรียนไปหลับไปบ้างบางทีเลิกกิจกรรมดึกเรียนเช้าไปเที่ยวดึกทำงานดึกเป็นเรื่องธรรมดา อย่ามาหาภาพการเลคเชอร์หนาๆเยอะๆจากเรานะเราลายมือแย่เอามากๆเลย ไม่ค่อยชอบจด ลบภาพนั้นไปได้เลย เราใช้ความเข้าใจ ใช้การฟังงการดู แต่ก่อนี่แหละที่หลายคนมักมองเราแบบที่เขาคิดว่าเราจะเป็น แต่จะพูดให้เข้าใจมันคงยากคราวหลังคงต้องปริ้นภาพไปให้ดู เพื่อนๆที่กำลังจะไปสัมอย่าลืมทำพอร์ดที่มีภาพไปด้วยเราทำไปแต่เรซูเม่ไม่ได้ใส่ภาพ พลาดไปนิดจะให้เขาเชื่อก่อคงยาก แต่เราก่อรอผลของรอบสามนี้ต่อไปยังไม่รู้จะได้ไหม
แต่ถึงจะได้หรือไม่ได้ก่อต้องขอบคุณบริษัทนี้ที่เปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่จบใหม่อย่างเรามาสัมภาษณ์ เราได้อะไรกลับไปเยอะแยะซึ่งเป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ และเราจะไม่หยุดพยายาม สักวันต้องเป็นวันของเราบ้างแหละวะ55555555 เป็นกำลังใจให้เด็กจบใหม่ทุกคนหวังว่ากระทู้นี้จะช่วยอะไรได้บ้างนะโดยเฉพาะสำหรับคนที่มองหางาน HR เหมือนเราเตรียมตัวดีๆนะเจอแน่ๆแบบนี้
สัมภาษณ์งานบริษัทเดียว 3 รอบ
เอาละมาเข้าเรื่องถึงการสัมสามรอบนี้กัน ขอใช้ภาษาแบบรัดกุมนะคะ เราได้โอกาสนี้จากการไปงานจ๊อบแฟร์แห่งหนึ่ง แนะนำว่างานแบบนี้เด็กจบใหม่ควรไปอย่างยิ่ง เขาติดต่อมาให้เราไปสัมภาษณ์ รอบแรกไปถึงเรานึกไม่ถึงเลยว่าจะมีการสอบข้อเขียนคณิต อิ้ง จิตวิทยา ถ้าใครสอบตกจะไม่ได้สัมภาษรอบต่อไป อ่ะโชคดีเราเคยสอบ กพ ผ่านมาละเราเลยทำได้ แต่ก่อคงทำได้ไม่ดีนักในพาทเรียงความภาษาอังกฤษ แต่ด้วยความพยายามทุกอย่างเลยผ่านไปได้ด้วยดี เราได้ผ่านไปสู่รอบสองในวันเดียวกัน เราได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์งานกับฝ่าย HR รอบแรกเป็นภาษาอังกฤษ กับสิบคำถามยอดฮิตในเน็ตหาได้แต่ก็ยังยากสำหรับเราอยู่ดี แต่เราก็พยายามตอบแบบพอรู้เรื่องไม่ห่วงไวยากรณ์นัก ประกอบกับการสัมภาษณ์ภาษาไทยบ้าง มักถามเรื่องประสบการการทำกิจกรรมผลงาน ใช้เวลาไปประมานเกือบชั่วโมงได้ เราได้ผ่านไปถึงสัมรอบสองกับหัวหน้างานกับพี่HRสองคน คราวนี้คำภามแบบเดิมแต่ถามลึกเข้าไปอีก ที่เน้นก่อประมานว่าจะทำงานกับเขานานแค่ไหน จะทนไหม จะทำงานได้จริงหรือป่าว เช่น ถามเรื่องการทำกิจกรรมเพื่อวัดการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหา การ รับมือความกดดัน รอบน้ีใช้เวลาประมานชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไปได้ด้วยดีรอแจ้งผลหนึ่งอาทิตย์ รวมเวลาที่เราไปสัมภาษน์วันนั้นเราตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ แปดโมงเช้า ถึง ห้าโมงเย็น รวมแล้วประมานสิบชั่วโมงได้
จากนั้นเขาโทรแจ้งเราวันที่หกนับจากสัมครั้งที่แล้ว รอบนี้ไปสัมภาษณ์ที่ต้นสังกัดสายงานที่เราจะไปทำ ครั้งนี้แตกต่างออกไป ก่อสัมภาษเขาจะมีใบคำถามเชิงจิตวิทยาเป็นคำถามง่ายๆแต่จะตอบให้ดูดีได้ยาก ให้เราเขียนตอบก่อนสัม พอถึงเวลามีคนมาสัมภาษเราเป็นพี่หัวหน้างาน คราวนี้สัมยากกว่าทุกครั้ง ไม่ใช่แพทเทิลเดิมๆที่เคยตอบ ครั้งนี้ออกแนวถามเชิงจิตวิทยา ถามแนวเค้นความจริงความเป็นตัวเรา เราตอบได้อย่างปกติทุกคำถามเพราะเราเป็นตัวเราเองในทุกครั้งที่สัมภาษซึ่งอาจจะดีในบางที่และอาจไม่ดีสำหรับบางที่ ด้วยความที่เราเรียนดีมีเกรดที่สูงลิ่ว ฝ่ายHR ทุกครั้งที่สัมภาษจะต้องมองว่าคนเรียนเก่งมักต้องเข้ากับคนยาก สังคมน้องเพื่อนน้อยกิจกรรมน้อย เราก็เข้าใจแหละการทำงานในเรื่องทีมมันสำคัญมากในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เขาจะพยายามถามเค้นว่าเราเป็นคนที่คิดว่าตัวเองเก่งหรือดีว่าผู้อื่นไหม เราเอากิจกรรมทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ไหม เราโกหกหรือป่าว บอกเลยว่าคนที่ฉะฉานเกินไปอาจถูกมองว่าจะเข้ากับผู้อื่นได้ยาก เราพยายามคงเส้นทางบทสนทนาให้ราบรื่นเพราะพี่เขาพยายามถามหักเหเบี่ยงเบนเราให้ตอบในสิ่งที่พี่เขาคิดว่าเราจะตอบออกมาแล้วตรงกับที่เขาคิดว่าไม่ดีหรืออาจจะดีแต่ยังไม่พอ เพื่อเค้นความเป็นตัวเราออกมา แต่เราบอกตรงๆนะพี่เขาทำแบบนั้นเพระาประสบการณ์ของเขาเจอคนมาหลายรูปแบบทั้งที่ดีและไม่ดี เป็นธรรมดาที่เขาต้องถามเชิงนี้ แต่ยอมรับเลยว่าพี่เขาเก่งมากๆที่สามารถนำคำถามธรรมดาๆทั่วไปมาถามให้ได้คำตอบเชิงจิตวิทยาได้ นอกจากนั้นเขายังทดสอบเราโดยให้เราทำกิจกรรมอย่างนึงง่ายๆธรรมดาแต่วัดความคิดลักษณะนิสัยได้ยกตัวอย่างเช่นแยกของ เก็บของ จัดประเภทของ บทสนทนาครั้งนี้จบลงใช้เวลาประมานชั่วโมงครึ่ง และเขาก่อบอกว่าจะติดต่อมาอีกสองอาทิตย์ถ้าได้นะ
แต่บางทีก็อยากให้มองอีกมุมหนึงของเด็กที่เรียนเก่ง เราคิดแค่ว่าถ้าเราทำดีในวันนี้วันข้างหน้าคนที่จะรับเราทำงานจะได้เห็นความพยายามเราบ้างแหละว้ะ555555 ถึงแม้เราเรียนดีไม่ใช่ว่าเราจะต้องบ้าเรียนหรือเห็นแก่ตัวหรือเข้าสังคมยากเสมอไป เราเป็นหนึ่งในคนที่เรียนเก่ง แต่ก็ทำกิจกรรมเยอะ มีเพื่อนเยอะ เฮฮาปาตี้เหมือนเด็กทั่วไปนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเราเรียนแบบช่วยกันเรียนกับเพื่อนเรามีเพื่อนในกลุ่มหลายคนทุกคนถนัดต่างกัน เราติวให้กัน เราช่วยกันทำงานให้ออกมาดี เราทำกิจกรรม เราสนุกด้วยกัน แก้ปัญหาร่วมกัน ทริคของการได้เกรดดีของพวกเราคือ สนุกได้ทำงานหรือสอบแบบวันไนท์มิราเคิลได้ แต่ต้องเรียงลำดับความสำคัญให้เป็น จับจุดสำคัญให้ได้ รับฟังทุกไอเดียของกันและกัน แค่เนี้ยผลลัพธ์ดีๆมันจะไปไหนกันเล่า การได้เกรดดีควบคู่กับการใช้ชีวิตหมายลัยอย่างสมดุลมันไม่ยากเลย แค่มีงานส่ง อ่าน นส มาสอบ จับจุดดีๆของแต่ละวิชา ใส่ความรับผิดชอบลงไปหน่อย นึกถึงหน้าพ่อแม่กับเงินค่าเทอมเข้าไปนิด ชีวิตจะลงตัวง่ายๆเลย เที่ยวดึกแค่ไหนก่อได้ แต่ถึงเวลางานก็ต้องมีนะจ้ะ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญการทำกิจกรรมจะนำมาซึ่งคอนเนคชั่นเพื่อนต่างเซคต่างเอกที่บางทีเขาเรียนมาก่อนเราละ เขามักมีน้ำใจไกด์ทางให้เราว่าอันนี้ยากอันนี้ง่าย อันนี้ระวังหน่อยไรงี้ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ เราก่อหนึ่งในคนที่ใช้ชีวิตมหาลัยธรรมดานี่แหละ ทำงานไป เรียนไป เที่ยวไป หาความสุขใส่ตัว ไปพร้อมกับการเรียน เรียนไปหลับไปบ้างบางทีเลิกกิจกรรมดึกเรียนเช้าไปเที่ยวดึกทำงานดึกเป็นเรื่องธรรมดา อย่ามาหาภาพการเลคเชอร์หนาๆเยอะๆจากเรานะเราลายมือแย่เอามากๆเลย ไม่ค่อยชอบจด ลบภาพนั้นไปได้เลย เราใช้ความเข้าใจ ใช้การฟังงการดู แต่ก่อนี่แหละที่หลายคนมักมองเราแบบที่เขาคิดว่าเราจะเป็น แต่จะพูดให้เข้าใจมันคงยากคราวหลังคงต้องปริ้นภาพไปให้ดู เพื่อนๆที่กำลังจะไปสัมอย่าลืมทำพอร์ดที่มีภาพไปด้วยเราทำไปแต่เรซูเม่ไม่ได้ใส่ภาพ พลาดไปนิดจะให้เขาเชื่อก่อคงยาก แต่เราก่อรอผลของรอบสามนี้ต่อไปยังไม่รู้จะได้ไหม
แต่ถึงจะได้หรือไม่ได้ก่อต้องขอบคุณบริษัทนี้ที่เปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่จบใหม่อย่างเรามาสัมภาษณ์ เราได้อะไรกลับไปเยอะแยะซึ่งเป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ และเราจะไม่หยุดพยายาม สักวันต้องเป็นวันของเราบ้างแหละวะ55555555 เป็นกำลังใจให้เด็กจบใหม่ทุกคนหวังว่ากระทู้นี้จะช่วยอะไรได้บ้างนะโดยเฉพาะสำหรับคนที่มองหางาน HR เหมือนเราเตรียมตัวดีๆนะเจอแน่ๆแบบนี้