เล่าเรื่องต้นก่อน ผมกับแฟนมาอยู่กรุงเทพฯเกือบ 4 ปี
เธอเรียนส่วนผมทำงานอยู่ห้องพักห้องเดียวกัน
ตอนแรกเธอก็ไปเรียนส่วนผมก็ทำงานปกติเป็นเวลา 3-4เดือน
สิ่งที่ผมต้องรับผิดชอบคือค่ากินของเราสองคนและค่าห้องค่าน้ำค่าไฟ
พอเริ่มผ่านไปสักระยะเธอไม่ไปเรียน
แต่ยังบอกพ่อแม่ว่าไปเรียนทุกวันจนผมบอกว่าถ้าไม่เรียนแล้วก็บอกพ่อแม่ไป เธอก็ทำเป็นโมโห ปกติพ่อแม่จะส่งเงินมาให้เธอเดือนละ 5-6พันเพราะเธอเรียนอยู่ แต่อยู่ไปสักพักเธอโกหกพ่อแม่ว่าเธอทำงานและบอกพ่อแม่ว่าไม่ต้องส่งตังค์มา
กลายเป็นว่าผมต้องรับผิดชอบค่ากินทั้งหมดเลย นั่นรวมถึงค่าเน็ตค่าเสื้อผ้าเธอทุกอย่างที่เธอทำที่เป็นเงินคือเหมือนผมเลี้ยงลูกแทนพ่อแม่เลย
สักพักเธอก็บอกว่าอยากจัดฟันอยากทำนู่นทำนี่
ผมก็เลยทำข้อตกลงกับเธอว่าถ้าทำงานเดี๋ยวจะจัดฟันให้
เธอเริ่มด้วยการทำเซเว่นผมก็เลยจัดฟันให้เธอโดยผ่อนเดือนละ 1,000 บาทแต่เธอทำได้เพียง 2 วันเธอก็ออกบอกผมว่าเหนื่อย
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผมมีภาระเพิ่มขึ้นอีกคือค่าจัดฟัน
ตอนแรกผมก็ไม่คิดอะไรแต่พอหลังๆเธอเริ่มอยากได้นู่นอยากได้นี่อีกซึ่งหนี้เก่ายังไม่หมดเลย จนวันหนึ่งผมก็ได้เก็บเงินจะออกมอเตอร์ไซค์คันนึงเพราะผมไปทำงานผมต้องนั่งรถเมล์ไปทุกวัน
ผมเก็บตังค์ได้ก้อนหนึ่งกำลังจะซื้อรถ ตอนแรกเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พอผมเก็บตังค์ได้เป็นก้อนเธอบอกว่าขอตังค์นั้นได้ไหมจะเอาไปศัลยกรรม ผมก็คิดหนักอยู่จนเรื่องไปถึงหูของแม่ผม
แม่ผมเลยบอกว่ารถเอาไว้หาเงินแต่เมียหาเงินได้ไหม
ผมก็เลยตัดสินใจซื้อรถ แล้วให้แม่ขึ้นมาเจิมให้
หลังจากนั้นเธอก็ทะเลาะกับผมเกือบทุกวัน ทั้งเรื่องเงินบ้างทั้งเรื่องห้องบ้าง จนวันหนึ่งโทรศัพท์จะพังเธอบอกว่าอยากได้โทรศัพท์ใหม่ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 เครื่องผมก็ซื้อให้ผมเลยบอกให้เธอไปสมัครงาน เธอก็ไปได้งานในห้างเป็น PC ขายครีมเงินดีมาก พอเงินรายอาทิตย์ออก เธอก็บอกว่าจะแยกค่ากินกับผมเพื่อไม่ให้ผมไปยุ่งกับเงินของเธอ ผมก็โอเค โดยที่ผมต้องไปส่งเธอทำงานแล้วมีไปประชุมที่บริษัทผมต้องไปส่งเธอแล้วคอยรับเธอกลับอีก
เธอแทบไม่ต้องจ่ายค่ารถไปทำงานเลยแต่ผมมีภาระมากขึ้นคือผมต้องจ่ายค่าน้ำมันไปส่งเธอทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งเธอทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานจนต้องออก ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอ หลังจากนั้นเธอก็อยู่ห้องมาตลอดแล้วคอยแท็กของอยากได้นู่นอยากได้นี่ซึ่งตอนนี้เงินเดือนผมก็พอดีกับค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว เธองอแงผมก็อธิบายให้เธอฟังแล้วว่าผมทำเงินได้แค่นี้แล้วผมมีภาระเยอะตั้งค่าห้องไหนจะค่าผ่อนรถอีก ผมจึงตัดสินใจแบ่งภาระกันโดยผมเป็นคนจ่ายค่าห้องค่ารถค่าจิปาถะในห้องทุกอย่าง เพียงแค่เธอรับผิดชอบค่ากินอย่างเดียว ผมมีเจตนาแค่อยากให้เธอทำงานก็พอ แต่ปรากฏว่าเธอไม่ทำงานแต่กลับขอเงินพ่อแม่มาอีก ผมตัดสินใจอยู่หลายครั้งว่าจะทำยังไงดี จนวันหนึ่งโทรศัพท์เธอหน้าจอแตกผมขอเสนอให้เธอไปทำงานโดยผมจะจ่ายค่าซ่อมโทรศัพท์ให้แล้วเธอก็ไปสมัครงานจริงๆผมก็เลยซ่อมให้แต่พอไปรายงานตัวเธอจะไม่ไปและบอกผมว่าขี้เกียจแต่เธอก็ดูซีรีย์ต่อผมเหมือนคนเสียรู้เธอไปแล้ว แต่ตอนนี้ค่ากินที่เธอสัญญาว่าจะรับผิดชอบผมก็ต้องจ่ายเองอีกตามเคยจนภาระลงที่ผมทุกวันเหมือนผมติดหนี้กับสิ่งที่ผมไม่ได้อยากมีไม่ได้อยากได้เลย เหมือนผมเลี้ยงลูก ผมไม่รู้จะต้องทำยังไงดีกับปัญหานี้มันยาวนานมาเกือบ 4 ปีเป็นปัญหาเรื้อรังงานบ้านก็ไม่เคยจับกินข้าวเสร็จจานก็กองไว้ เสื้อผ้าก็ซักวันละตัวสองตัวจนบางทีไม่มีใส่ผมต้องมานั่งซักเองขยะกินเสร็จก็ทิ้งเอาไว้กองอยู่หลังห้อง ผมเคยคิดว่าชีวิตคู่น่าจะดีกว่านี้ ผมทำงาน 12 ชั่วโมง ก่อนกลับจากทำงานผมจะโทรไปปลุกแฟนผมก่อนเสมอ
บอกให้หุงข้าวรอ แต่พอเมื่อผมกลับไปถึงห้องเธอยังนอนอยู่เลย
ผมได้แค่หวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะกลับตัวกลับใจได้
เพราะก่อนจะคบกันเธอก็บอกเองว่าเธออยากสร้างทุกสิ่งทุกอย่างด้วยกันช่วยกันทำทุกอย่าง
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าผมต้องสร้างทุกอย่าง โดยมีเธอรอแต่ใช้อย่างเดียว สมมุติว่าวันหนึ่งผมมีตังค์พอจะสร้างบ้านแล้วมีบ้านหลังนึงคุณคิดว่าเธอจะเป็นยังไงต่อไป
จะทำยังไง เมื่อ มีแฟนแต่ดันต้องเลี้ยงเหมือนลูก