รีวิว ทริปถ่ายรูป "ปากเซ ลาวใต้" ในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ

วันนีขออนุญาตรีวิว ทริปถ่ายรูปที่ ปากเซ ลาวใต้ ด้วยจุดประสงค์คือไปถ่ายรป ถ่ายน้ำตก  ถ่ายช้าง ...

ผมคิดว่าแม่บ้านหลายๆ ท่านก็ยังเข้าใจว่า พ่อบ้านที่ออกไปถ่ายช้างๆ อะไรนี่ บางคนเข้าใจว่าออกไปถ่ายในป่าลึก ถ่ายช้างจริงๆ ที่อยู่ในป่าด้วยซ้ำไป ภรรยาผมเองยังเข้าใจแบบนี้ เพราะทักมาว่าไปถ่ายช้างไม่กลัวอันตรายเหรอ เดี๋ยวมันวิ่งแล้วจะหนียังไง ???  ระวังด้วยละกัน .... 


ขอออกตัวก่อนนะครับว่า ผมเป็นผู้ร่วมคณะไปอย่างเดียว และไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพแต่อย่างใด ผมถ่ายเพราะความชอบงานอดิเรกในช่วงนึงของชีวิตแค่นั้น จะมีขาวดำ สีบ้าง ปะปนกันไป ตามความชอบผมเอง  ส่วนสถานที่ตรงไหนเรียกว่าอะไรยังไง ผมเองถ้าบอกผิดพลาดไป ก็ต้องขออภัยไว้ด้วยนะครับ 
ส่วนตัวใช้ Fuji XT2 ติดเลนส์ไป 16 55  กับ 10 24


ทริปนี้จะมีผุ้ร่วมคณะไปประมาณ 10 คน ไปเจอที่ด่านเพิ่มอีก สามคน รวมๆ เป็น 13 คน ประมาณนั้น เป็นรถตู้ 1 คัน กับ อีก 1 กระบะ ผมเคยไปทริปกับทางคุณบอมบ์แกมาครั้งนึง ครั้งนี้ครั้งที่สอง ครั้งที่สามก็เดือนหน้า  คือส่วนตัวผมไม่ชอบทริปลำบากมากมายนัก ประเภทกางเต้นท์คงไม่ไหว อีกอย่างคืออาหารการกิน ผมเน้น พอๆ กับถ่ายรูปซึ่งที่นี่ตอบโจทย์  เริ่มต้นออกเดินทางด้วยสายการบินAirasia เที่ยวบินเช้า เดินทางไปถึงอุบลราชธานีก็สายๆ หน่อย


แวะทานอาหารเช้า


นั่งรถจากเมืองอุบลอีกประมาณชั่วโมงนึงได้ก็จะถึงด่านช่องเม็ก ที่นี่ถ้ามีพาสปอร์ตก็จะดี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่มีปัญหาทำเอกสารสำหรับผ่านเข้าเมืองได้เช่นกัน ค่าใช้จ่ายอันนี้ขออภัย ผมเองไม่ทราบจริงๆว่าเท่าไหร่  ผ่านด่านก็จะลงรถแล้วเดินข้ามด่านลงอุโมงค์ลงไป ระยะทางความยาวของอุโมงค์ก็นิดเดียว น่าจะยี่สิบเมตรได้

 
หลังจากผ่านข้ามด่านมาแล้ว ก็จะเปลี่ยนซิมการ์ดมือถือ น่าจะสะดวกกว่า เป็น internet อย่างเดียว ราคาไม่แพง ที่นี่ก็จะมี duty free มีธนาคารให้แลกเงิน ทริปนี้ผมแทบจะไม่ได้ใช้เงินเลยสักบาท เพราะรวมอยู่ในทริปเรียบร้อยแล้วและที่ลาวรับเงินบาทไทยได้เหมือนกัน สะดวกกว่า บวกลบคุณหาร ก็นิดๆ หน่อย อย่าคิดมาก เสียค่ากาแฟอเมซอนแก้วเดียว นอกนั้นไม่ได้เสียเงินเลย


ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเกือบสองชั่วโมงได้ ถึงที่หมายแรก น้ำตกตาดเยื้อง ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกหรือเปล่าฝากท้องมื้อเที่ยงที่นี่เลย ที่นี่อย่าได้คิดว่าเค้าล้าหลังหรืออะไรนะครับ เพราะว่าบางอย่างดีกว่าบ้านเราเสียอีก  อาหารรสชาติดี เป็นอาหารที่ยกมาเป็นกับข้าว ถ้ากินหมดแล้วเค้าก็จะเอาไปเติมมาให้


สุดท้ายที่นี่ผมเองไม่ได้ลงไปถ่ายรูปเลย เพราะว่าฝนตก เลยอดได้รูป ไม่กล้าเดินลงไป



จากนั้นไปอีกที่นึงอยู่ไม่ได้ไกลจากที่แรกมากนัก น้ำตกผาส้วม ที่นี่มาถึงก็ค่อนข้างจะเย็นมากแล้ว ฟ้าเริ่มมืด คนไม่มีแล้ว ถ้ามาคนเดียวรับรองมีเสียวแว้บได้เลย เลยถ่ายมาได้ไม่กี่ภาพมากนัก ก็มืดซะแล้ว


กลับเข้าที่พัก อยุ่ห่างจากน้ำตกไม่ไกล เราจะทางมื้อเย็นกันที่นี่ คือไม่รู้ว่าเป็นทริปถ่ายรูปหรือทริปกินก็ไม่รู้ เยอะจริงๆ 555  ที่พักสะอาดสะอ้านนะครับ ถ้าเทียบกับบ้านเราก็สามดาวได้เลยสบายๆ ดีกว่าบางที่ในฝั่งบ้านเราด้วยซ้ำไป

คืนนี้ท้องฟ้าไม่เป็นใจ ธรรมชาติเป็นใหญ่กว่ามนุษย์  มนุษย์ไม่สามารถกำหนดกฏเกณฑ์ใดๆ ได้ ฝนตั้งเค้า แต่ก็พยายามลองไปถ่ายช้างกันดูที่น้ำตกตาดเยื้องกันดูอีกที  มาถึงก็ตั้งเค้ากันมาเลยทีเดียว ขาตั้งพร้อม ถ่ายได้สองภาพ เมฆฝนเคลื่อนผ่านมา ตั้งขาไม่ถึงสิบนาทีเลย  ได้มาแค่นี้ 55555




จากนั้นก็เดินทางต่อกันไปที่น้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางนานพอสมควร เกือบสามชั่วโมงได้ ครั้งนี้จะมีนางแบบมาให้เราถ่ายด้วย  เป็นนางแบบจากทางฝั่งนี้เอง


ที่ด้านล่างของน้ำตกเอง เป็นหิน ซึ่งช่วงเวลาที่ลงไปก็สี่โมงน่าจะได้ ค่อนข้างจะร้อนมากๆ เพราะเหมือนหินจะระบายความร้อนออกมา ร้อนมากๆ นางแบบก็จะโพสไปตามที่ช่างภาพต้องการไปเรื่อยๆ แต่ยอมรับว่ายิ้ม โคตรร้อนเหมือนยืนอยุ่บนเตาหินอุ่นๆ ตลอดเวลา สุดๆ

    
เราจะอยู่ที่นี่จนฟ้ามืด ก็เริ่มเดินทางกลับที่พัก คราวนี้เราจะพักที่ใหม่  เห็นเค้าว่าเป็นบ้านของประธานประเทศคนเก่า ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบรายละเอียดเท่าไหร่ ชื่อว่า ปอน มารีน่า  มื้อเย็นเราจะฝากท้องกันที่นี่ ดูดีมีชาติตระกูลกันเลยทีเดียว บังเอิญมาเจอคาราวาน ford raptor พอดี  น่าจะมาจากฝั่งไทยเรานี่แหละครับ ห้องพักผมว่าสู้ที่แรกไม่ได้ และที่สำคัญ แอร์ที่ห้องเสีย ร้อนสาดดดๆๆ


คืนนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจอีกแล้ว สรุปทริปนี้ไม่ได้ช้างสักใบ แต่แน่นอนครับ ธรรมชาติเป็นใหญ่ในโลกนี้  รุ่งเช้าก็ไปถ่ายภาพริมน้ำโขงกันนิดๆหน่อยๆ แล้วก็แวะไปตลาดสดตอนเช้าของเค้าดุสิว่าเป็นอย่างไร ก็ดูภาพไล่กันไปเรื่อยๆ นะครับ และเตรียมเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม


[img]https:

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่