ตอนนี่เราคิดถึงมันมากๆเห็นมันอยู่กับแฟนมันทุกวัน แต่ก็ทำนิ่งๆไม่รู้สึกอะไรแต่ในใจก็เสียใจอยู่ไม่น้อย เราควรทำยังไง

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะเราอยากมาเล่าความรู้สึกของเราให้ทุกคนได้รู้ว่า คนปากแข็งไม่กล้าพูดมักเสียทุกอย่าางไปจริงๆ.....ตอนนี้เรากำลังจะขึ้นม.3แล้ว ส่วนเรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ่นตอนเราอยู่ม.2ค่ะ เรามีเพื่อนในห้องคนหนึ่งแทนว่าSละกันนะคะ ตอนแรกๆเราก็คุยกันปกตินี่แหละค่ะ เป็นเพื่อนกัน แต่พอมานานๆเข้าเราก็สนิทมากขึ้นกับเพื่อนผู้ชายหลายๆคน และSก็ตามเข้ามาสนิทกับเรา ตอนนั้นเราก็ยังเฉยๆไม่คิดอะไรมาก เพราะเพื่อนผช.เราก็เยอะแยะจะเล่นอะไรกันก็ได้ เพื่อนกันคิดไรมาก แต่เราก็เล่นกับSทุกวัน จนเรารู้สึกว่าSสำคัญกว่าเพื่อนผู้ชายหลายๆคน แต่ตอนนั่นก็พยายามไม่คิดไรมาก คิดในแง่บวกว่าเราเป็นผญ.เขาเลยให้เกียรติเรา เราก็คงปลื้มเค้าเป็นธรรมดา จนนานวันเข้าเราก็ยิ่งเริ่มสนิทกันมากขึ้น และSก็ทักแชทมาคุยกับเรา ตอนนั้นสถานะเราก็ยังเป็นเพื่อนกัน แค่โทรหากันทุกคืน มีคอลบ้าง Sทำให้เรามีความสุขมาก จนนับวันเราก็ยิ่งสนิทกันมาก มากขึ้นทุกวัน จนเรารู้สึกว่าเพื่อนผช.เราคนอื่นแทบไม่มีอยู่ในความคิดเลย Sมาที่1ก่อนเสมอ สนิทถึงขั้นที่ว่าตรวจทรศ.กันได้ หึงหวงกันได้ บอกคิดถึงกันได้ ไปไหนมาไหนด้วยกันได้ นั่งเรียนด้วยกัน มีไรก็คุยกันได้ทุกเรื่อง ตอนนั่นเราว่าเราก็คงรู้สึกกับมันจริงๆแต่เราก็พยายามคิดแค่เพื่อน คิดแค่ว่ามันคงเล่นกับเรา ช่วงนั้นคือhappyทั้งคู่ มีความสุข เพื่อนทั้งห้องก็รับรู้ว่าเรายังไงกัน ก็มีแซวบ้าง เพื่อนในกลุ่มเราก็ถามตลอดว่าชอบมันหรือป่าวแต่เราก็ไม่เคยตอบพวกมันหรอก เพราะเราก็ไม่แน่ใจจริงๆ มีอยู่ครั้งหนึ่งSมันมาบอกเราว่าเพื่อนมันบอกว่ามันน่ะชอบเรา เราก็เลยตอบไปว่า ก็บอกไปสิว่าไม่ได้ชอบกู แล้วมันก็เงียบไป ไม่รู้มันคิดไรอยู่ แล้วมันก็เปลี่ยนเรื่อง แต่พอมาช่วงหลังๆมันไม่ค่อยว่างต้องไปทำงาน เสาร์-อาทิตก็ไปทำงานแต่เช้าเลยไม่ค่อยได้คุยกัน เราเหงาๆเลยทักพี่ม.6คนหนึ่งไป ตอนนั้นก็ชอบๆพี่เขาอยู่เหมือนกันแล้วเขาก็คุยกับเราดี จนเวลานั่นลืมSไปได้เลย คือมันจะไปทำงานก็ไม่ว่าไร แต่Sมันก็เริ่มหายไปเรื่อยๆ ไม่ตอบแชท อยู่ในห้องก็ไม่ค่อยมองหน้า ไม่ค่อยคุยด้วย ไม่มาอยู่ด้วยกันเหมือนแต่ก่อน เราก็เลยปล่อยยิ้ม น่าเบื่อ และวันนั่นก็มาถึง ตอนนั่นเรานัดเจอพี่ม.6ขอให้เขาไปส่งที่ห้องเรียน เพื่อนเราเข้าเรียนกันหมดแล้ว เราอยู่กับเพื่อน2คน และพี่ม.6เขาก็มาหาเรา เขาเดินไปส่งเราที่ห้อง แน่นอนเราอยากให้Sเห็น และมันก็มันมามองจริงๆ สายตามันตอนนั่นบอกหลายอารมมาก หน้ามันนิ่งๆเฉยๆ คิ้วขมวดนิดนึง นัยตาก็แบบรู้สึก สงสัย โกรธ หึง (ไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่คือมองตามันแล้วรู้สึกแบบนั่นจริงๆ) แล้วก็เลยบอกพี่ม.6ว่าไปได้แล้วและก็ขอลคุณเขา พี่เขาก็วิ่งไป เราก็เข้ามาให้ห้อง พอดี๊ พอดี โต๊ะกลุ่มเรานั่ง มันนั่งใกล้โต๊ะSด้วย เพื่อนมันกับเพื่อนเรานั่งหลังชนกันอ่ะ แล้วเรากับSก็นั่งตรงข้ามกัน แต่คนละโต๊ะ เงยหน้ามาก็โป๊ะแล้ว ตอนนั้นเราก็นั่งมองมัน มันก็นั่งทำงานของมันไป มีบางครั้งชำเลืองขึ้นมามองเรา สายตาอีนี่ดูง่ายมาก อารมมันแบบ โกรธ สงสัย งอนนิดๆ แต่หน้านิ่งๆ เก็บอารมดีนะ แต่กูดูออก และวันนั้นคือจุดเปลี่ยน เราต่างคนต่างเงียบหายไปจากกัน มันเงียบเราก็เงียบ พอพี่ม.6เขาเลิกคุยกับเราหนีไปมีแฟน เราก็ห่างๆกับพี่เขามาสักพัก แต่ก็ยังคุยกับSอยู่บ้างช่วงนั่น แต่คุยแบบเพื่อน เพื่อนจริงๆ คุยแต่เรื่องงาน เรื่องเล่นอื่นๆนิดๆหน่อยๆ แค่นั้นจบ คือมันเปลี่ยนไปจริงๆ(มีครั้งหนึ่งก่อนเราจะเอาพี่ม.6มาเย้ยมัน มันขอเรามีอะไรด้วย แต่เรายังไม่มันใจในตัวมัน กลัวมันยังลืมคนเก่าไม่ได้เพราะเรียนอยู่รร.เดี่ยวกัน เจอกันทุกวัน ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้คิดอะไรเยอะแยะ รักมันหรอ ถึงกลัวว่ามันจะลืมแฟนเก่าไม่ได้)และมันก็กลับมาคบกับแฟนเก่ามันจริงๆ ได้เดือนกว่าๆก็เลิกกัน ช่วงนั่นเราตามติดชีวิตมันตลอด ได้ข่าวมาว่ามันคุยกับรุ่นน้อง เพื่อนมันบอกมา เราเลยแกล้ง เพื่อนมันก็เข้าทีมกับเรา เราก็แกล้งงอนมัน มันก็ไม่เชิงง้อหรอก แต่มันก็อธิบายให้เราเข้าใจไง แล้วมันก็เฉยๆนิ่งๆ แล้วเราก็รู้ความจริง เราแกล้งถามเพื่อนมันว่ามันคบกับรุ่นน้องคนนั้นยัง เพื่อนมันก็ คบนานละ จะป็นเดือนแล้ว เรานี่ทรุดเลยจะร้องไห้ ตอนนั่นเราไม่เป็นไรไม่รู้ จุกมาก ทำไมเราไม่รู้เลย มันไม่บอกเราเลย มันเงียบมาเกือบเดือน เรารู้สึกอะไรวะ ทำไมตอนที่มันยังอยู่ข้างๆเราทำไมเราไม่บอกมันว่าเรารู้สึกยังไง ตอนนั้นกูว่าความรูสึกกูชัดเจนพอแล้วนะ แต่กูแค่หลอกตัวเองว่ากูไม่ได้คิดไรมาก ทำไมวะ ถ้าวันนั้นบอกมันไป ทุกวันนี้คงไม่ต้องมาคอยคิดถึงสิ่งที่มันเคยทำให้เรามีความสุขหรอก ตอนนี้มีมันอยู่แค่ในความทรงจำจริงๆ#ตอนนั้นคิดกับกูยังไงกูก็ไม่รู้นะ แต่กูรู้สึกดีมากๆที่อยู่กับ มีอยู่ข้างๆกูก็พอใจแล้ว กูมีความสุขมากๆเลยตอนนั้น boy firend💜
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่