ออกวิ่งหนี...จากพื้นที่ปลอดภัย!

ตั้งชื่อกระทู้แบบนี้ในเวลาที่ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย(ทางจิตใจ)ซักเท่าไหร่อาจจะดูแปลกๆ แต่ในแง่หนึ่งแล้ว การออกวิ่งรับลมในเวลาที่จิตใจเศร้าหมองนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีต่อใจอย่างหนึ่งเหมือนกัน

สวัสดีครับ กระทู้นี้เป็นกระทู้เล่าเรื่องเล็กๆ ที่ออกไปวิ่งมาเมื่อวันก่อน โดยอยากจะชวนหลายๆ คนที่ใช้ชีวิตอยู่ใน Safe Zone ของตัวเอง ลองออกวิ่งโต้ลมออกมาดู ถ้าขนาดผมทำได้ คุณก็ทำได้ครับ



ภารกิจในครั้งนี้คือ "การนำรถจักรยานยนต์มือสองไปโอนชื่อ" ซึ่งก็ดูจะเป็นเรื่องง่ายๆนั่นแหละครับบางคนแค่เอาใบโอนลอยกับเล่มทะเบียนกับเงินนิดหน่อยให้ร้านไปทำให้ง่ายๆ เลยด้วยซ้ำ แต่แค่นั้นเหมือนมันจะง่ายเกินไปสำหรับต้นอ้อกอไผ่หรือยังไงไม่รู้ ผมก็เลยตัดสินใจจะขี่ไปโอนเองครับ

ฟังดูก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่หรอกนะครับ ถ้าผมไม่ได้ขับรถด้วยมือเดียวตลอดทาง ใช่ครับ...ผมใช้แขนซ้ายได้ข้างเดียวเพราะแขนขวาพิการจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์นี้แหละครับ! (แน่นอนว่าโดนด่าเต็มที่เพราะยังจะขี่มอเตอร์ไซค์อีกให้ได้ หัวเราะ)

ระยะทางไปกลับก็แค่ประมาณ 50 กิโลเอง! (ไม่รวมที่ไปต่อจากนั้นอีกนะ!)


แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเองนิดหนึ่ง ก็ได้รับความช่วยเหลือจากพี่โอม สมัญตาชีวบุตร_omega_13 คอยขี่ดูแลให้ตลอดทาง กับรถ Scoopy-i ที่แปลงคันเร่งมาไว้ที่มือซ้าย, เบรคหน้าไว้ที่มิซ้ายเล่นกัน และเบรคหลังเอาไว้ที่เท้าคันนี้ครับ


แล้วเราก็เริ่มออกเดินทางแต่เช้าประมาณ 7 โมง แวะกินข้าวที่ ปตท. ระหว่างทางก่อนถึงบางแค 


หลังจากกินเสร็จก็ออกเดินทางยาวๆ ให้พี่โอมนำจากปั้มไปขนส่งพื้นที่ 1 ซึ่งเป็นที่จดทะเบียนของเจ้าของเก่า ถึงขนส่งน่าจะประมาณ 9 โมงหากจำไม่ผิด เริ่มต้นด้วยการเอารถไปตรวจสภาพก่อนเลยเป็นอันดับแรก

ความรู้จากขนส่งคือ แค่เปลี่ยนด้านคันเร่งกับย้ายตำแหน่งเบรค "ถือเป็นการดัดแปลงให้แหมาะสมกับสภาพการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องแจ้งดัดแปลงสภาพ" เพียงแค่ใช้งานได้ปกติก็พอ

เพียงแต่ดันกลับมาตายตรงไฟเลี้ยวด้านหลังเป็นสีเขียวตั้งแต่ตอนซื้อมา แล้วไอ้เราก็ไม่ได้สังเกตุเลย ต้องไปวิ่งหาร้านเปลี่ยนไฟเลี้ยวอยู่แปปนึงถึงกลับมาตรวจสภาพต่อให้ผ่าน แล้วก็ถึงเวลาได้เข้าไปทำเรื่องโอน ณ เวลาประมาณ 10 โมงเช้า ซึ่งแม้ขนส่งนี้จะอยู่ชานเมือง แต่คนก็เยอะตามที่เห็นเลยครับ

ด้วยความรอบคอบของผม พอถึงคิวก็พบว่ากรอกเอกสารไม่ครบ ต้องออกมากรอกใหม่แล้วกลับไปต่อคิวอีกรอบ!เม่าเหม่อ

หลังจากยื่นเอกสารเสร็จก็รอไปนาวๆ อีกร่วมเกือบ 2 ชั่วโมงถึงได้ทำเรื่องโอน ซึ่งการทำก็ใช้เวลาไม่ได้มากมายอะไร พอเสร็จแล้วพี่โอมแนะนำใหถามเรื่องใบขับขี่เลยเพราะบัตรเก่าเพิ่งหมดอายุ ก็ไปยื่นเรื่องขอต่อใบขับขี่และก็ได้รับเงื่อนไขว่า "ต้องสอบขับใหม่อีกครั้งและต้องได้รับความเห็นชอบจากส่วนตรวจสภาพด้วย"

ในส่วนของตรวจสภาพให้ความเห็นว่า การที่ผมต้องใช้มือหนึ่งกดเบรคและใช้เข่าข้างขวาในการสตาร์ทนั้นดูไม่ปลอดภัย บวกกับข้อแรกที่ต้องสอบใหม่อีกครั้งเห็นว่าต้องทำทุกครั้งที่ต่อใบขีบขี่ ซึ่งเงื่อนไขการสอบง่ายๆ แบบปกตินั้น ผมเองคงต้องฝึกควบคุมรถใหม่ให้คล่องกว่านี้ถึงจะไปสอบได้ เพราะแค่การคุมรถด้วยมือเดียวตรงขับสลับฟันปลาก็คิดว่าน่าจะเหนื่อยแล้ว กับผมเองที่ไม่ได้ใช้มอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวันอีกต่อไปและกับการที่นานๆ จะได้กลับไปจับรถฝึกขี่ใหม่ซักครั้ง คิดว่าคงจใช้เวลาอีกพักนึงทีเดียวกว่าจะได้ไปสอบใบขับขี่อีกครั้ง

หลังจากโอนรถเสร็จและคุยเรื่องการต่อใบขับขี่เรียบร้อยแล้วก็ได้เวลากลับ ขากลับก็แอบแวะกินข้าวกันนิดหน่อย มื้อนี้พี่โอมเลี้ยง เค้าล้อเล่น

เสร็จแล้วก็เลยไปร้านมอเตอร์ไซค์แถววงเวียนพระราม 5 ก่อนจะวนกลับมาบ้านในช่วงบ่ายแก่ๆ ก็เป็นอันจบภารกิจเสี่ยงตายในครั้งนี้ หัวเราะ



การเดินทางครั้งนี้อันตรายครับ กับการขี่รถสองล้อด้วยมือซ้ายข้างเดียวตลอดทาง แต่การที่มีพี่โอมคอมดูแลตลอดทางก็ทำให้อุ่นใจได้มาก และการได้ขี่รถฝ่าลมก็เป็นสิ่งที่ที่ให้ผมมีกำลังใจในการมีชีวิตขึ้นมาอีกเหมือนกัน อยากจะขี่ไปไหนต่อไหนอีกซักครั้งถึงมันจะดูยากแล้วก็ตาม

แล้วทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยกันตอนนี้ล่ะครับ กลัวที่จะออกมาเจอเรื่องราวข้างนอกหรือเปล่า? ถึงมันอาจจะเสี่ยง แต่รับรองว่าคุ้มค่าที่จะออกมาแน่ๆ ครับ  เท่

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่