พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ว่าด้วยการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่โซเชี่ยลฯ จากคลิปทอดไข่ ถึง ส.ส.คนดัง

เกิดความสงสัยในใจขึ้นมาว่าทำไมสองเคสนี้ กรณีนึงถึงโดนกสทช.เพ่งเล็งแต่อีกกรณีถึงวางเฉย
ทั้งๆที่ถ้าเราดูบริบทแล้ว ทอดไข่ทำไปเพื่อความบันเทิง แต่อีกเคสก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและเสื่อมเสียชื่อเสียงสถาบันการศึกษาเต็มๆใบ โดยเฉพาะคนๆนั้นคือสมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่น่าจะต้องมีจิตรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่าคนปกติตาสีตาสาธรรมดาทั่วไป

ประเด็นที่ว่าจริงหรือไม่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ก็ดูจะเป็นการหูหนวกตาบอดไปหรือเปล่า เพราะบรรดาอาจารย์ ศิษย์เก่า เพื่อนร่วมรุ่น รุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่เรียนด้วยกันมาก็ต่างออกมาตอบโต้แล้วว่าไม่เป็นความจริงเลย ไอ้ที่มีการยกพวกตีกันระหว่างห้องอะไรนั่นก็ไม่มี ไม่มีหรอกลูกน้องชมรมเพาะกาย 5000 คน ไม่มีนักมวยที่โดนชกจนเกือบตาย(ดีแค่ไหนที่ไม่ฆ่า) ไม่มี 60/30 เปิดเองตลอดอะไร .. ยังไม่รวมถูกสาวที่คนทั้งโรงเรียนหมายปองข่มขืนอะไรอีก ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็น "ข้อมูลอันเป็นเท็จ" ที่เข้าสู่ระบบโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คทั้งสิ้น

เมื่อวานที่การออกมารวมตัวขับไล่ขณะที่คนๆนั้นเดินทางไปขอขมาสถาบันการศึกษา แสดงให้เห็นว่าข้อมูลพวกนั้นสร้างความเดือดร้อนต่อคนไม่น้อย ตรงกันข้ามผมยังไม่เห็นใครซักคนจะมาเดือดร้อนอะไรกับคลิปทอดไข่กลางแดด ยกเว้นแต่บางคนที่คิดไปเองว่าส่งผลต่อการท่องเที่ยว

แต่จนถึงตอนนี้ กสทช. ยังไม่แม้แต่จะออกมาพูดหรือแสดงพาวเวอร์ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ว่าข้อมูลอันเป็นเท็จของ ส.ส.ท่านนั้น ผิดหรือไม่และได้รับการงดเว้นหรืออย่างไร
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่