สวัสดีครับเพื่อน ๆ ตอนนี้ผมมีปัญหาอยากจะมาระบายให้ฟัง ตอนนี้ผมกับแฟนคบกันมาได้ 4 ปี 11 เดือน วันนี้เป็นวันครบรอบพอดี
เดือนถัดไปผมกับเขาก็จะครบรอบ 5 ปีแล้ว ตอนนี้เขา อายุ 18 ปี ผมกำลังจะอายุ 22 ปี ครับ ตอนนี้ผมกับเขามีลูกด้วยกัน 1 คน อายุได้ ขวบนึงแล้วครับ
ตอนนี้ผมกับเขาห่างกันไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ตอนแรกอยู่ด้วยกันนะครับ แต่ปัญหาที่ต้องห่างกันก็เพราะว่า ผมกับเขาได้งานทำอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี
ไปทำงานโรงงาน 3 เดือน ตอนแรกคุยกันไว้ว่าจะช่วยกันเก็บเงินให้ลูก พอครบ 3 เดือนก็จะกลับมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพเหมือนเดิม
ผมบอกกับเขาว่า ให้มาเก็บเงินช่วยกันประหยัดเงินเพราะเงินก้อนนี้จะเป็นเงินตั้งตัวของเราทั้งคู่ ค่านม ค่าของลูกของให้ช่วยกันคนละครึ่ง
ตอนแรกเค้าก็โอเคทุกอย่าง แต่พอเวลาผ่านไป เราเริ่มมีปัญหากันเรื่องเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่ากิน ค่าของใช้ในบ้าน ค่าของลูกค่ายา
คือผมตั้งใจว่าจะเงินให้ได้มากที่สุด ผมก็เลยประหยัดแบบสุด ๆ กำหนดตัวเองกินได้แค่วันละ 50 บาท ผมต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกสาวผมกับแม่ของแฟนที่เลี้ยงให้เดือนนึงผมกับแฟนต้องจ่ายให้ คนละ 2000 บาท ผมบอกกับเค้าว่าผมจะเป็นคนออกค่านมเอง ลูกกินนมตกเดือนละสองกล่องตอนนั้นกล่องละ 1000 บาท
ผมบอกให้เค้าออกค่าแพมเพิส ผมให้เค้าซื้อยกลังมันจะถูกกว่า ลังละ 1500 ได้ถ้าผมจำไม่ผิด แต่ว่าลังนึง 2 เดือนซื้อที ส่วนค่ายา ค่าขนมที่ซื้อให้ลูกกินเล่นก็ช่วย ๆ กัน พอทำงานกันไปได้สักเดือนกว่า ๆ แฟนผมเริ่มพูดว่าผมงก ไม่เคยซื้ออะไรให้กินเลย แต่จริง ๆ แล้วผมซื้อนะครับ ผมกำหนดตัวเองวันละ 50 แต่ผมก็ใช้เกินตลอดเพราะออกให้เค้าหลายอย่างแต่เค้ากลับไม่เคยคิดว่าผมออกให้เลย ผมซื้อไรให้ผมไม่เคยบ่น แต่พอเงินที่ผมกำหนดไว้มันใกล้หมด ผมบางทีก็จะบอกเขาว่า ซื้อน้ำให้หน่อยนะวันนี้ตังไม่พอแล้ว บางครั้งเขาก็บ่น แต่เขาก็ซื้อนะครับ พอถึงช่วงเงินออกผมมีเงินเก็บได้ตกเดือนละ 7000 บาท แต่แฟนผมก็มีเงินเก็บนะครับ มากกว่าผมด้วย แต่บางเดือนเค้าจะถูกพ่อแม่เค้ายืมไปจ่ายค่าแชร์ พ่อแม่เค้ายืมจนเค้าไม่มีเงินกิน ผมก็บ่น ๆ แต่ผมก็ไม่เคยปล่อยให้เค้าอด
ผมเข้าใจนะครับ ว่าคนเป็นลูกเห็นพ่อแม่ลำบากไม่ได้ เพราะผมเองก็เป็นเหมือนกัน แต่ผมคิดอิกแบบว่า คือเราก็มีลูกแล้ว ถ้าพ่อแม่ไม่คืนลูกจะเอาเงินที่ไหนกิน แต่ผมก็พูดไรไม่ได้ ผมเห็นแฟนผมทำงานมาแต่ไม่ได้ใช้เงินผมก็สงสารเค้านะครับบางที แต่ผมทำไรไม่ได้เพราะผมเองก็ต้องเก็บส่วนของผมเอาไว้
เพราะหลังจากทำงานสามเดือนนี้เสร็จ ผมเองก็จะเอาเงินมาลงทุนค้าขาย (งานที่ผมทำเค้าเรียกหน้าหีบเค้าจะรับพนักงานชั่วคราวมาทำงานสามเดือนในการทำน้ำตาลส่งออกต่างประเทศ เป็นโรงงานน้ำตาลนะครับไม่ใช่งานประจำพวกผมสองคนเป็นพนักงานชั่วคราว) แต่พอทำไปได้หลัง ๆ แฟนผมชอบไปยุ่งกับพวกช่างผู้ชาย แล้วก็ชอบมีหัวหน้าในแผนกมายุ่งมาคุยด้วยตลอด แต่ผมเองก็ไม่ได้คิดไร จนมารู้ว่าหลัง ๆ คนพวกนั้นเค้าชอบมาเหมือนรุมจีบแฟนผม บางคนมาบอกชอบ บางคนก็มาบอกว่าถ้าเลิกกับแฟนแล้วพี่จองนะ ไรแบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนที่ผมรู้จักทั้งนั้น เพราะผมเคยทำงานที่นี้มาแล้วครั้งนึง แต่แฟนผมเพิ่งมาได้ปีแรก ตอนแรกผมก็ไม่ได้อะไรแต่หลัง ๆ มาผมไม่ค่อยโอเคกับการกระทำ หัวหน้าในโรงงานนั้นไม่ให้ผมขึ้นไปหาแฟนผมที่ชั้นสอง เค้าบอกหน้างานอยู่ตรงไหนก็ ไปอยู่ตรงนั้น แต่ผมเคยทำมาแล้วผมรู้ว่างานมันเป็นยังไง แล้วผมก็ขึ้นมาแค่ 5 นาที บางครั้งเอาของไปให้แฟน แต่พอผมขึ้นไปคุยกับแฟนไปหาแฟนผม หัวหน้าเค้าชอบทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ทำงาน 12 ชั่วโมง แฟนผมอยู่กับหัวหน้า 12 ชั่วโมง ขึ้นไปกีทีก็เจอนั่งคุยกันตลอด ผมรู้ว่าแฟนผมไม่ได้คิดอะไร แต่หัวหน้าคนนี่เคยมีเรื่องในการจีบพวกพนักงานแบบนี้ เคยมีคนเล่าให้ฟัง มีครั้งนึง ผมขึ้นไปเห็นแฟนผมกำลังนวดให้เค้า ผมบอกตรง ๆ ว่าผมไม่พอใจแต่ผมก็เก็บอาการยิ้มสู้ แฟนผมก็ตกใจที่เห็นผมขึ้นมา จะเอามือออกจากไหล่ที่นวดหัวหน้าอยู่ แต่หัวหน้าบอกว่าอะไรไม่รู้ผมไม่ได้ยินแฟนผมก็เลยต้องนวดต่อ ผมไปยืนอยู่ตรงนั้นได้สักพักกว่าเค้าจะให้เลิกนวด หลังจากนั้นผมก็เลยระแวง ผมก็จะพยายามขึ้นไปแอบดูบ่อย ๆ เวลาตรวจงานเสร็จ แต่ผมก็จะเจอเค้าคุยกันตลอด แฟนผมเอาเรื่องของผมไปเล่าให้หัวหน้าฟัง ว่าผมงก ทำงานมาไม่เคยให้เงินแฟนใช้เลย ใจลึกเอง ๆ ผมน้อยใจมาก ๆ ที่เค้าเอาผมไปเล่าแบบนั้น เพราะก่อนหน้านี้ผมก็เคยคุยกันแล้วว่า การมาทำงานครั้งนี้มาเพื่ออะไร ต้องสู้นะ ต้องรู้จักหักดิบตัวเองนะ อย่าใช้เงินตามที่ตัวเองกำหนดเอาไว้
ผมก็เล่าให้เพื่อนผมฟังว่ามันเป็นอะไรยังไง พอผ่านช่วงนึง เค้าบอกผมว่าเค้าอยากได้ทอง เค้าพูดเหมือนจะให้ผมซื้อให้แต่ผมบอกว่า เราเก็บเงินไว้ก่อนนะ
เรายังไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น แต่แฟนผมก็อยากได้แล้วเค้าก็พูดว่า อยากได้อะไรก็ต้องซื้อเองหมด แต่มันก็ใช้ครับ เพราะผมตั้งใจเก็บเงินให้ลูกกับเอาไปวางแผนต่อหลังจากทำงานจบตรงนี้มาก ๆ ผมไม่เคยซื้อของให้แฟนเลย นอกจากของกิน กับของใช้ในบ้าน พอเค้าพูดแบบนั้นเสร็จผมก็บอกเค้าว่า จะซื้อมาทำไหม ซื้อมาใส่ให้คนอื่นเห็นว่าเราทำงานเก็บเงินซื้อทองได้หรอ สำหรับผมนะระหว่างมีทองกับมีเงินติดตัวในกระเป๋าผมขอมีเงินติดตัวไว้ซื้อข้าวกินดีกว่า
ทองมาเอาแลกข้าวไม่ได้ ผมก็พูดเพื่อจะให้แฟนผมคิดแต่เหมือนแฟนผมไม่ได้เข้าใจ จนทำงานใกล้ครบสามเดือนแฟนผมก็แอบเอาเงินไปซื้อทองกับแม่ของเขาโดยไม่บอกผม ผมมารู้ทีหลัง ผมก็แค่ถามว่าจะซื้อมาทำไม เขาบอกว่าซื้อมาเก็บไว้ เวลามีปัญหาจะได้เอาทองไปไว้แล้วเอาเงินมา เพราะทองมันเก็บเป็นเงินก้อนได้ดีกว่า ผมก็เลยบอกว่า ถ้าจะเอามาเก็บไว้เผื่อเวลาร้อนเงินงั้นก็อย่าใส่นะ เดะแหวนทองมันบุบไปโดนอะไรที่เป็นลอยแล้วราคามันตกนะ
แต่เขาก็จะใส่ไปทำงานทุกวัน ผมก็เลยถามว่าสรุปซื้อมาเก็บเวลาร้อนเงิน หรือ ซื้อมาใส่กันแน่ ผมทำงานตอนนั้นผมเก็บเงินได้ 13000 บาท จริงๆ ผมต้องได้เกีอบ 24000 บาท แต่ผมออกไรให้เค้าเยอะ แต่เหมือนเค้าไม่รู้ตัวเลย ผมทำงานมาผมบอกผมอยากได้ซื้อฮู้ด ตัวละ 500 ผมยังไม่ซื้อเลย เพราะผมตั้งใจจะเก็บเงินไว้สำรองให้ลูก กับเงินลงทุนขายของ แต่แฟนผมช่วง สามเดือนนั้น เค้าซื้อแพทเฟิสให้ลูกแค่ลังเดียว จะหีบจะหมดแพมเฟิสยังไม่หมดเลย แต่เค้ากลับมีเงินเก็บน้อยกว่าผม เพราะเอาเงินไปซื้อทอง แล้วก็ชอบ F ของในเฟสบุ๊ค สั่งของในเน็ตบ่อยมาก จนมาถึงช่วง 3 อาทิตย์ สุดท้าย แฟนผมไปยุ่งกับพนักงานซ่อมบำรุงอยู่คนนึง ตอนแรกผมไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าแฟนผมคงไม่ได้คิดอะไรแบบหัวหน้าคนนั้น แต่คนนี้เค้ากลับแอบแอดเฟสกัน คุยกันในแชท
พอหลัง ๆ เข้าคุยกันบ่อยขึ้น ชวนกันเล่นเกมบ้าง ให้ถ่ายรูปให้ดูบ้างว่าทำไรอะไรอยู่ แล้วช่วง 3 อาทิตย์ สุดท้ายเป็นช่วงที่เค้าบอกว่า หลังจากหีบจบ เค้าจะไม่กลับไปอยู่กลับผมแล้ว เค้าบอกว่าเค้าจะเรียนต่อที่นี้ หางานทำที่นี้ เค้าอยากอยู่กับพ่อแม่เค้า เค้าบอกผมให้อะไรเค้าไม่ได้เลย ผมเลี้ยงเค้าไม่ได้ ผมทำเค้าลำบากจะขอกับเรียน แต่ตอนแรกผมก็บอกเขาว่า ถ้าอยากเรียนไปเรียนกรุงเทพก็ได้ ที่นั้นแถวบ้านมี กศน อยู่เดินทางใกล้ ๆ เค้าก็ไม่เอา บอกว่าให้หางานทำในกรุงเทพก็ได้มีเยอะแยะงานในห้างบ้านผมก็อยู่ใกล้ ๆ ห้างเค้าก็ไม่เอา เค้าหัวเด็ดตีนขาดกับผมมากว่ายังไงก็ไม่กลับมากับผม ตอนนั้นยอมรับว่าตัวเองกลายเป็นคนที่งี้เง่าที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยเป็นมาเลย ผมนิ่งกับเค้าในช่วง 3 อาทิตย์ สุดท้ายแบบไม่คุยเลย จะใกล้จะปิดหีบ แฟนผมกับผู้ชายคนนั้นก็คุยกันมากขึ้น จนผมเริ่มไม่พอใจเลยบอกให้เค้าเลิกคุยได้ไหม ผมไม่โอเค เค้าก็แค่พูดว่าเค้าไม่ได้คิดอะไร แค่คุยกัน แต่ผมมารู้ว่าเค้าคุยแล้วเค้าลบแชท เพราะผมแอบเข้าเฟสแฟนแล้วแอบอ่านข้อความมันขาดช่วง เลยรู้ว่าเค้าลบข้อความ ผมก็เลยถามว่าเค้าลบทำไม เค้าก็ไม่ตอบ บางทีก้นิ่งใส่ บางครั้งก็อารมเสียบอกรำคาญผม หนักสุดคือผมนอนร้องไห้เพราะเห็นแฟนผมกับผู้ชายคนนั้นนอนคุยแชทกัน ผมนอนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ เค้า แต่เค้ากลับนอนพิมพ์แชทหากัน ไม่สนใจผม พอคุยเสร็จแล้วเค้าก็นอน ผมทะเลาะกับเค้าหนักมาก จนปวดหัว ไปทำงานต้องลากลับบ้านก่อนเวลา แต่แฟนผมไม่รู้ว่าผมลากลับมา เพราะช่วงตอนที่ทำงานเค้าไม่เคยลงมาหาผมเหมือนตอนแรก ๆ ที่ลงมาเลย เค้าบอกลงมาก็เจอผมนิ่งใส่ ลงมาก็ทะเลาะ ลงมาก็ต้องเจอคำพูดของผมที่ง้อให้ผมกลับไปกรุงเทพด้วยกัน เค้าเลยไม่ลงมา ผมกลับบ้านมาตอน บ่ายสามโมง แต่แฟนผมเลิก หนึ่งทุ่ม กลับบ้านมาเค้าก็เอาแต่เล่นเฟส สั่งของออนไลน์ บางทีก็คุยแชทกับใครบ้างไม่รู้ ผมนั่งร้องไห้คุยกับเค้า ผมขอกอดเค้า เค้าไม่ให้ผมกอด เค้าบอกเค้าร้อน เค้าหงุดหงิด แต่ผมอยากกอดเพราะตอนนี้ผมรู้ตัวเองแล้วว่ายังไงผมก็ต้องเลิกกับเค้า เพราะเค้าไม่เลิกคุยกับผู้ชายคนนั้นให้ผม เค้าให้คำพูดกับผมว่า กูคุยนะกูไม่ได้ไปเอากัน ผมบอกตรง ๆ ว่าผมรู้สึกเสียใจมากกับคำพูดนั้น
ผมร้องไห้ตั้งแต่ตอนเค้ากลับเข้าบ้านมา จนถึงสามทุ่ม ถึงจะเงิยบได้ อาจจะดูเวอร์นะ ๆ แต่ใครที่เคยเจอแบบผมจะเข้าใจ หลังจากนั้นก็ปิดหีบ เราทะเลาะกันแล้วก็นิ่งใส่ตลอด ตอนนั้นผมเริ่มเป็นพวกปากเสียชอบพูดจาแบบ เหมือนคนไม่มีเหตุผล แต่ใจลึก ๆ คือผมอยากให้เค้ารู้สึกว่าเค้าทำแบบนี้ผมรู้สึกเสียความรู้สึกเลยอยากให้เค้าเสียความรู้สึกบ้าง ว่ามันรู้สึกยังไง เราอาจจะเข้าใจกัน แต่เค้าไม่เคยรู้สึกอะไร สิ่งที่ได้และรับรู้คือโมโห ช่วงตลอดเวลาที่ทำงานมา เค้าบอกเลิกผมบ่อยมาก เพราะเค้าทนไม่ไหว กับอะไร หลาย ๆ อย่าง พอผมใกล้กับกรุงเทพ ผมพูดเตือนเค้าว่าคิดดี ๆ นะจะทำไรอะไรตอนนี้เรายังง้อยังตามยังรักเธออยู่ แต่ถ้าวันไหนเราลุกได้ขึ้นมา เธอจะไม่มีวันได้กลับมาอิกแล้วนะ เพราะเรารู้เราเป็นคนยังไง ถ้ารักคือรักหมดใจ แต่ถ้าลืมได้ ยังไงก็ไม่มีวันกลับไป
แต่เค้าก็ไม่รู้สึกอะไร ผมได้กำลังใจจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในที่ทำงานที่เพิ่งรู้จักกัน เค้าให้กำลังใจผมแล้วทำให้ผมคิดได้ มีเพื่อนคอยอยู่ด้วย ผมเลยฝืนใจ บอกเลิกแฟนในวันที่ผมก่อนจะกลับกรุงเทพได้หนึ่งวัน สิ่งที่เค้าทำคือ เค้าเก็บของแล้วโทรเรียกให้พ่อมารับทันที โดยไม่พูดไม่ง้ออะไรกับผมเลย ผมก็ใจแข็งปล่อยเค้า อุ้มลูกไป ทั้ง ๆ ที่ลูกกำลังนั่งเล่นกับผม มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนใจจะขาดมาก ๆ ครับ ลูกกับอยู่กับเราแล้วเค้าอุ้มไป มันเหมือนเป็นการบงบอกว่า ถ้าเราทำแบบนี้เราจะไม่ได้เจอลูกแล้วนะ แต่ผมก็ยังใจแข็งอยู่ พอเค้าไปได้สักพัก ผมอยู่คนเดียวเริ่มคิดมาก เลยโทรหาเพื่อน เพื่อนรีบขับรถมาหาผม มาอยู่เป็นเพื่อนผมตั้งแต่ เที่ยง จนถึง ตี 4 ก่อนผมจะกลับกรุงเทพ เพื่อนพวกนั้นทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ ทำให้ผมลืมเรื่องแย่ ๆ ได้เลยหละ พอเช่าแล้วผมก็ กลับกรุงเทพ ก่อนผมจะกลับ ผมแวะไปหาแฟนผมกับลูกที่บ้าน ตอนแรก แฟนผมไม่ออกมา ผมเลยเดินเข้าไปอุ้มลูกออกมาหอม แล้วก็บอกลาลูกว่าผมจะกลับกรุงเทพแล้ว ผมอุ้มลูกได้ไม่ถึงสองนาที ลูกกับเรายิ้มกำลังเล่นกับผม แล้วอยู่ ๆ แม่ของแฟนผมก็เดินมาอุ้มลูกผมออกไปจากมือเฉย ๆ คือตอนนั้นบอกว่ารู้สึกแย่ ๆ มาก ๆ แต่ก็เก็บความรู้สึกเอาไว้จนขึ้นแล้ว มาแล้วค่อยมาร้องไห้บนรถ หลังจากนั้นผมก็กลับมาอยู่บ้านผม ผมก็เริ่มทำตามสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ คือมาค้าขาย ที่แปลกไปคือไม่มีแฟนผมกับลูกให้กลับไปกอดไปเล่นด้วยแล้ว ผ่านไปได้สักเดือนนึง แฟนผมไม่ได้ที่เรียน แฟนผมหางานไม่ได้ แฟนผมก็กลับมาคุยกับผม บอกจะกลับมาหาผม แต่ผมในตอนนั้น คือไม่กล้าให้เค้ากลับมา เพราะผมอยากจะลองใจ เค้าสักครั้ง ผมกล้วว่าเค้าจะทำกับผมแบบนี้อิก
เลยบอกให้เค้าว่าทำให้เห็นที ว่าเค้าจะไม่ทำอิก แต่เหมือนเค้าจะทำได้ แต่ผมอยากให้ลบเพื่อนคนในที่ทำงานพวกนั้น เค้าก็ลบให้ แต่แรกผมก็เริ่มจะใจอ่อนนิด ๆ จะให้เค้ากลับมา แต่ผมมารู้ทีหลังอิกว่า เค้าได้ออกไปกับพนักงานในโรงงานอิกคนนึง ออกไปกินข้าวด้วยกันตอนกลางคืน ความรู้สึกตอนนั้นหลังจากที่รู้ไม่โกรธเลย แต่กลับรู้สึกเป็นห่วงมากกว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง แล้วถนนแถวนั้นก็เป็นแต่ป่าข้างทาง แถมออกไปข้างนอกกันตอนกลางคืนอิก และก็รู้อิกว่าวันนั้นที่ไปกินข้าวกัน ผู้ชายคนนั้นบอกชอบแฟนผม แต่แฟนผมบอกว่าเค้าลืมผมไม่ได้ถ้าลืมไม่ได้เค้าก็ยังจะไม่มีใคร ใครงงหรือไม่เข้าใจก็ขอโทษด้วยนะครับ พอดีที่พิมพ์มาไม่ได้คิดเอาไว้ก่อน แต่มาจากความรู้สึกสด ๆ แล้วก็ค่อย ๆ พิมพ์มาเรื่อย ๆ เลยจนถึงตอนนี้ เดะนมาต่อนะ
ผมจะทำยังไงกับ ปัญหาชีวิตคู่ของผมดีครับ .....
เดือนถัดไปผมกับเขาก็จะครบรอบ 5 ปีแล้ว ตอนนี้เขา อายุ 18 ปี ผมกำลังจะอายุ 22 ปี ครับ ตอนนี้ผมกับเขามีลูกด้วยกัน 1 คน อายุได้ ขวบนึงแล้วครับ
ตอนนี้ผมกับเขาห่างกันไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ตอนแรกอยู่ด้วยกันนะครับ แต่ปัญหาที่ต้องห่างกันก็เพราะว่า ผมกับเขาได้งานทำอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี
ไปทำงานโรงงาน 3 เดือน ตอนแรกคุยกันไว้ว่าจะช่วยกันเก็บเงินให้ลูก พอครบ 3 เดือนก็จะกลับมาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพเหมือนเดิม
ผมบอกกับเขาว่า ให้มาเก็บเงินช่วยกันประหยัดเงินเพราะเงินก้อนนี้จะเป็นเงินตั้งตัวของเราทั้งคู่ ค่านม ค่าของลูกของให้ช่วยกันคนละครึ่ง
ตอนแรกเค้าก็โอเคทุกอย่าง แต่พอเวลาผ่านไป เราเริ่มมีปัญหากันเรื่องเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่ากิน ค่าของใช้ในบ้าน ค่าของลูกค่ายา
คือผมตั้งใจว่าจะเงินให้ได้มากที่สุด ผมก็เลยประหยัดแบบสุด ๆ กำหนดตัวเองกินได้แค่วันละ 50 บาท ผมต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกสาวผมกับแม่ของแฟนที่เลี้ยงให้เดือนนึงผมกับแฟนต้องจ่ายให้ คนละ 2000 บาท ผมบอกกับเค้าว่าผมจะเป็นคนออกค่านมเอง ลูกกินนมตกเดือนละสองกล่องตอนนั้นกล่องละ 1000 บาท
ผมบอกให้เค้าออกค่าแพมเพิส ผมให้เค้าซื้อยกลังมันจะถูกกว่า ลังละ 1500 ได้ถ้าผมจำไม่ผิด แต่ว่าลังนึง 2 เดือนซื้อที ส่วนค่ายา ค่าขนมที่ซื้อให้ลูกกินเล่นก็ช่วย ๆ กัน พอทำงานกันไปได้สักเดือนกว่า ๆ แฟนผมเริ่มพูดว่าผมงก ไม่เคยซื้ออะไรให้กินเลย แต่จริง ๆ แล้วผมซื้อนะครับ ผมกำหนดตัวเองวันละ 50 แต่ผมก็ใช้เกินตลอดเพราะออกให้เค้าหลายอย่างแต่เค้ากลับไม่เคยคิดว่าผมออกให้เลย ผมซื้อไรให้ผมไม่เคยบ่น แต่พอเงินที่ผมกำหนดไว้มันใกล้หมด ผมบางทีก็จะบอกเขาว่า ซื้อน้ำให้หน่อยนะวันนี้ตังไม่พอแล้ว บางครั้งเขาก็บ่น แต่เขาก็ซื้อนะครับ พอถึงช่วงเงินออกผมมีเงินเก็บได้ตกเดือนละ 7000 บาท แต่แฟนผมก็มีเงินเก็บนะครับ มากกว่าผมด้วย แต่บางเดือนเค้าจะถูกพ่อแม่เค้ายืมไปจ่ายค่าแชร์ พ่อแม่เค้ายืมจนเค้าไม่มีเงินกิน ผมก็บ่น ๆ แต่ผมก็ไม่เคยปล่อยให้เค้าอด
ผมเข้าใจนะครับ ว่าคนเป็นลูกเห็นพ่อแม่ลำบากไม่ได้ เพราะผมเองก็เป็นเหมือนกัน แต่ผมคิดอิกแบบว่า คือเราก็มีลูกแล้ว ถ้าพ่อแม่ไม่คืนลูกจะเอาเงินที่ไหนกิน แต่ผมก็พูดไรไม่ได้ ผมเห็นแฟนผมทำงานมาแต่ไม่ได้ใช้เงินผมก็สงสารเค้านะครับบางที แต่ผมทำไรไม่ได้เพราะผมเองก็ต้องเก็บส่วนของผมเอาไว้
เพราะหลังจากทำงานสามเดือนนี้เสร็จ ผมเองก็จะเอาเงินมาลงทุนค้าขาย (งานที่ผมทำเค้าเรียกหน้าหีบเค้าจะรับพนักงานชั่วคราวมาทำงานสามเดือนในการทำน้ำตาลส่งออกต่างประเทศ เป็นโรงงานน้ำตาลนะครับไม่ใช่งานประจำพวกผมสองคนเป็นพนักงานชั่วคราว) แต่พอทำไปได้หลัง ๆ แฟนผมชอบไปยุ่งกับพวกช่างผู้ชาย แล้วก็ชอบมีหัวหน้าในแผนกมายุ่งมาคุยด้วยตลอด แต่ผมเองก็ไม่ได้คิดไร จนมารู้ว่าหลัง ๆ คนพวกนั้นเค้าชอบมาเหมือนรุมจีบแฟนผม บางคนมาบอกชอบ บางคนก็มาบอกว่าถ้าเลิกกับแฟนแล้วพี่จองนะ ไรแบบนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนที่ผมรู้จักทั้งนั้น เพราะผมเคยทำงานที่นี้มาแล้วครั้งนึง แต่แฟนผมเพิ่งมาได้ปีแรก ตอนแรกผมก็ไม่ได้อะไรแต่หลัง ๆ มาผมไม่ค่อยโอเคกับการกระทำ หัวหน้าในโรงงานนั้นไม่ให้ผมขึ้นไปหาแฟนผมที่ชั้นสอง เค้าบอกหน้างานอยู่ตรงไหนก็ ไปอยู่ตรงนั้น แต่ผมเคยทำมาแล้วผมรู้ว่างานมันเป็นยังไง แล้วผมก็ขึ้นมาแค่ 5 นาที บางครั้งเอาของไปให้แฟน แต่พอผมขึ้นไปคุยกับแฟนไปหาแฟนผม หัวหน้าเค้าชอบทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ทำงาน 12 ชั่วโมง แฟนผมอยู่กับหัวหน้า 12 ชั่วโมง ขึ้นไปกีทีก็เจอนั่งคุยกันตลอด ผมรู้ว่าแฟนผมไม่ได้คิดอะไร แต่หัวหน้าคนนี่เคยมีเรื่องในการจีบพวกพนักงานแบบนี้ เคยมีคนเล่าให้ฟัง มีครั้งนึง ผมขึ้นไปเห็นแฟนผมกำลังนวดให้เค้า ผมบอกตรง ๆ ว่าผมไม่พอใจแต่ผมก็เก็บอาการยิ้มสู้ แฟนผมก็ตกใจที่เห็นผมขึ้นมา จะเอามือออกจากไหล่ที่นวดหัวหน้าอยู่ แต่หัวหน้าบอกว่าอะไรไม่รู้ผมไม่ได้ยินแฟนผมก็เลยต้องนวดต่อ ผมไปยืนอยู่ตรงนั้นได้สักพักกว่าเค้าจะให้เลิกนวด หลังจากนั้นผมก็เลยระแวง ผมก็จะพยายามขึ้นไปแอบดูบ่อย ๆ เวลาตรวจงานเสร็จ แต่ผมก็จะเจอเค้าคุยกันตลอด แฟนผมเอาเรื่องของผมไปเล่าให้หัวหน้าฟัง ว่าผมงก ทำงานมาไม่เคยให้เงินแฟนใช้เลย ใจลึกเอง ๆ ผมน้อยใจมาก ๆ ที่เค้าเอาผมไปเล่าแบบนั้น เพราะก่อนหน้านี้ผมก็เคยคุยกันแล้วว่า การมาทำงานครั้งนี้มาเพื่ออะไร ต้องสู้นะ ต้องรู้จักหักดิบตัวเองนะ อย่าใช้เงินตามที่ตัวเองกำหนดเอาไว้
ผมก็เล่าให้เพื่อนผมฟังว่ามันเป็นอะไรยังไง พอผ่านช่วงนึง เค้าบอกผมว่าเค้าอยากได้ทอง เค้าพูดเหมือนจะให้ผมซื้อให้แต่ผมบอกว่า เราเก็บเงินไว้ก่อนนะ
เรายังไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น แต่แฟนผมก็อยากได้แล้วเค้าก็พูดว่า อยากได้อะไรก็ต้องซื้อเองหมด แต่มันก็ใช้ครับ เพราะผมตั้งใจเก็บเงินให้ลูกกับเอาไปวางแผนต่อหลังจากทำงานจบตรงนี้มาก ๆ ผมไม่เคยซื้อของให้แฟนเลย นอกจากของกิน กับของใช้ในบ้าน พอเค้าพูดแบบนั้นเสร็จผมก็บอกเค้าว่า จะซื้อมาทำไหม ซื้อมาใส่ให้คนอื่นเห็นว่าเราทำงานเก็บเงินซื้อทองได้หรอ สำหรับผมนะระหว่างมีทองกับมีเงินติดตัวในกระเป๋าผมขอมีเงินติดตัวไว้ซื้อข้าวกินดีกว่า
ทองมาเอาแลกข้าวไม่ได้ ผมก็พูดเพื่อจะให้แฟนผมคิดแต่เหมือนแฟนผมไม่ได้เข้าใจ จนทำงานใกล้ครบสามเดือนแฟนผมก็แอบเอาเงินไปซื้อทองกับแม่ของเขาโดยไม่บอกผม ผมมารู้ทีหลัง ผมก็แค่ถามว่าจะซื้อมาทำไม เขาบอกว่าซื้อมาเก็บไว้ เวลามีปัญหาจะได้เอาทองไปไว้แล้วเอาเงินมา เพราะทองมันเก็บเป็นเงินก้อนได้ดีกว่า ผมก็เลยบอกว่า ถ้าจะเอามาเก็บไว้เผื่อเวลาร้อนเงินงั้นก็อย่าใส่นะ เดะแหวนทองมันบุบไปโดนอะไรที่เป็นลอยแล้วราคามันตกนะ
แต่เขาก็จะใส่ไปทำงานทุกวัน ผมก็เลยถามว่าสรุปซื้อมาเก็บเวลาร้อนเงิน หรือ ซื้อมาใส่กันแน่ ผมทำงานตอนนั้นผมเก็บเงินได้ 13000 บาท จริงๆ ผมต้องได้เกีอบ 24000 บาท แต่ผมออกไรให้เค้าเยอะ แต่เหมือนเค้าไม่รู้ตัวเลย ผมทำงานมาผมบอกผมอยากได้ซื้อฮู้ด ตัวละ 500 ผมยังไม่ซื้อเลย เพราะผมตั้งใจจะเก็บเงินไว้สำรองให้ลูก กับเงินลงทุนขายของ แต่แฟนผมช่วง สามเดือนนั้น เค้าซื้อแพทเฟิสให้ลูกแค่ลังเดียว จะหีบจะหมดแพมเฟิสยังไม่หมดเลย แต่เค้ากลับมีเงินเก็บน้อยกว่าผม เพราะเอาเงินไปซื้อทอง แล้วก็ชอบ F ของในเฟสบุ๊ค สั่งของในเน็ตบ่อยมาก จนมาถึงช่วง 3 อาทิตย์ สุดท้าย แฟนผมไปยุ่งกับพนักงานซ่อมบำรุงอยู่คนนึง ตอนแรกผมไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าแฟนผมคงไม่ได้คิดอะไรแบบหัวหน้าคนนั้น แต่คนนี้เค้ากลับแอบแอดเฟสกัน คุยกันในแชท
พอหลัง ๆ เข้าคุยกันบ่อยขึ้น ชวนกันเล่นเกมบ้าง ให้ถ่ายรูปให้ดูบ้างว่าทำไรอะไรอยู่ แล้วช่วง 3 อาทิตย์ สุดท้ายเป็นช่วงที่เค้าบอกว่า หลังจากหีบจบ เค้าจะไม่กลับไปอยู่กลับผมแล้ว เค้าบอกว่าเค้าจะเรียนต่อที่นี้ หางานทำที่นี้ เค้าอยากอยู่กับพ่อแม่เค้า เค้าบอกผมให้อะไรเค้าไม่ได้เลย ผมเลี้ยงเค้าไม่ได้ ผมทำเค้าลำบากจะขอกับเรียน แต่ตอนแรกผมก็บอกเขาว่า ถ้าอยากเรียนไปเรียนกรุงเทพก็ได้ ที่นั้นแถวบ้านมี กศน อยู่เดินทางใกล้ ๆ เค้าก็ไม่เอา บอกว่าให้หางานทำในกรุงเทพก็ได้มีเยอะแยะงานในห้างบ้านผมก็อยู่ใกล้ ๆ ห้างเค้าก็ไม่เอา เค้าหัวเด็ดตีนขาดกับผมมากว่ายังไงก็ไม่กลับมากับผม ตอนนั้นยอมรับว่าตัวเองกลายเป็นคนที่งี้เง่าที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยเป็นมาเลย ผมนิ่งกับเค้าในช่วง 3 อาทิตย์ สุดท้ายแบบไม่คุยเลย จะใกล้จะปิดหีบ แฟนผมกับผู้ชายคนนั้นก็คุยกันมากขึ้น จนผมเริ่มไม่พอใจเลยบอกให้เค้าเลิกคุยได้ไหม ผมไม่โอเค เค้าก็แค่พูดว่าเค้าไม่ได้คิดอะไร แค่คุยกัน แต่ผมมารู้ว่าเค้าคุยแล้วเค้าลบแชท เพราะผมแอบเข้าเฟสแฟนแล้วแอบอ่านข้อความมันขาดช่วง เลยรู้ว่าเค้าลบข้อความ ผมก็เลยถามว่าเค้าลบทำไม เค้าก็ไม่ตอบ บางทีก้นิ่งใส่ บางครั้งก็อารมเสียบอกรำคาญผม หนักสุดคือผมนอนร้องไห้เพราะเห็นแฟนผมกับผู้ชายคนนั้นนอนคุยแชทกัน ผมนอนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ เค้า แต่เค้ากลับนอนพิมพ์แชทหากัน ไม่สนใจผม พอคุยเสร็จแล้วเค้าก็นอน ผมทะเลาะกับเค้าหนักมาก จนปวดหัว ไปทำงานต้องลากลับบ้านก่อนเวลา แต่แฟนผมไม่รู้ว่าผมลากลับมา เพราะช่วงตอนที่ทำงานเค้าไม่เคยลงมาหาผมเหมือนตอนแรก ๆ ที่ลงมาเลย เค้าบอกลงมาก็เจอผมนิ่งใส่ ลงมาก็ทะเลาะ ลงมาก็ต้องเจอคำพูดของผมที่ง้อให้ผมกลับไปกรุงเทพด้วยกัน เค้าเลยไม่ลงมา ผมกลับบ้านมาตอน บ่ายสามโมง แต่แฟนผมเลิก หนึ่งทุ่ม กลับบ้านมาเค้าก็เอาแต่เล่นเฟส สั่งของออนไลน์ บางทีก็คุยแชทกับใครบ้างไม่รู้ ผมนั่งร้องไห้คุยกับเค้า ผมขอกอดเค้า เค้าไม่ให้ผมกอด เค้าบอกเค้าร้อน เค้าหงุดหงิด แต่ผมอยากกอดเพราะตอนนี้ผมรู้ตัวเองแล้วว่ายังไงผมก็ต้องเลิกกับเค้า เพราะเค้าไม่เลิกคุยกับผู้ชายคนนั้นให้ผม เค้าให้คำพูดกับผมว่า กูคุยนะกูไม่ได้ไปเอากัน ผมบอกตรง ๆ ว่าผมรู้สึกเสียใจมากกับคำพูดนั้น
ผมร้องไห้ตั้งแต่ตอนเค้ากลับเข้าบ้านมา จนถึงสามทุ่ม ถึงจะเงิยบได้ อาจจะดูเวอร์นะ ๆ แต่ใครที่เคยเจอแบบผมจะเข้าใจ หลังจากนั้นก็ปิดหีบ เราทะเลาะกันแล้วก็นิ่งใส่ตลอด ตอนนั้นผมเริ่มเป็นพวกปากเสียชอบพูดจาแบบ เหมือนคนไม่มีเหตุผล แต่ใจลึก ๆ คือผมอยากให้เค้ารู้สึกว่าเค้าทำแบบนี้ผมรู้สึกเสียความรู้สึกเลยอยากให้เค้าเสียความรู้สึกบ้าง ว่ามันรู้สึกยังไง เราอาจจะเข้าใจกัน แต่เค้าไม่เคยรู้สึกอะไร สิ่งที่ได้และรับรู้คือโมโห ช่วงตลอดเวลาที่ทำงานมา เค้าบอกเลิกผมบ่อยมาก เพราะเค้าทนไม่ไหว กับอะไร หลาย ๆ อย่าง พอผมใกล้กับกรุงเทพ ผมพูดเตือนเค้าว่าคิดดี ๆ นะจะทำไรอะไรตอนนี้เรายังง้อยังตามยังรักเธออยู่ แต่ถ้าวันไหนเราลุกได้ขึ้นมา เธอจะไม่มีวันได้กลับมาอิกแล้วนะ เพราะเรารู้เราเป็นคนยังไง ถ้ารักคือรักหมดใจ แต่ถ้าลืมได้ ยังไงก็ไม่มีวันกลับไป
แต่เค้าก็ไม่รู้สึกอะไร ผมได้กำลังใจจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในที่ทำงานที่เพิ่งรู้จักกัน เค้าให้กำลังใจผมแล้วทำให้ผมคิดได้ มีเพื่อนคอยอยู่ด้วย ผมเลยฝืนใจ บอกเลิกแฟนในวันที่ผมก่อนจะกลับกรุงเทพได้หนึ่งวัน สิ่งที่เค้าทำคือ เค้าเก็บของแล้วโทรเรียกให้พ่อมารับทันที โดยไม่พูดไม่ง้ออะไรกับผมเลย ผมก็ใจแข็งปล่อยเค้า อุ้มลูกไป ทั้ง ๆ ที่ลูกกำลังนั่งเล่นกับผม มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนใจจะขาดมาก ๆ ครับ ลูกกับอยู่กับเราแล้วเค้าอุ้มไป มันเหมือนเป็นการบงบอกว่า ถ้าเราทำแบบนี้เราจะไม่ได้เจอลูกแล้วนะ แต่ผมก็ยังใจแข็งอยู่ พอเค้าไปได้สักพัก ผมอยู่คนเดียวเริ่มคิดมาก เลยโทรหาเพื่อน เพื่อนรีบขับรถมาหาผม มาอยู่เป็นเพื่อนผมตั้งแต่ เที่ยง จนถึง ตี 4 ก่อนผมจะกลับกรุงเทพ เพื่อนพวกนั้นทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ ทำให้ผมลืมเรื่องแย่ ๆ ได้เลยหละ พอเช่าแล้วผมก็ กลับกรุงเทพ ก่อนผมจะกลับ ผมแวะไปหาแฟนผมกับลูกที่บ้าน ตอนแรก แฟนผมไม่ออกมา ผมเลยเดินเข้าไปอุ้มลูกออกมาหอม แล้วก็บอกลาลูกว่าผมจะกลับกรุงเทพแล้ว ผมอุ้มลูกได้ไม่ถึงสองนาที ลูกกับเรายิ้มกำลังเล่นกับผม แล้วอยู่ ๆ แม่ของแฟนผมก็เดินมาอุ้มลูกผมออกไปจากมือเฉย ๆ คือตอนนั้นบอกว่ารู้สึกแย่ ๆ มาก ๆ แต่ก็เก็บความรู้สึกเอาไว้จนขึ้นแล้ว มาแล้วค่อยมาร้องไห้บนรถ หลังจากนั้นผมก็กลับมาอยู่บ้านผม ผมก็เริ่มทำตามสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ คือมาค้าขาย ที่แปลกไปคือไม่มีแฟนผมกับลูกให้กลับไปกอดไปเล่นด้วยแล้ว ผ่านไปได้สักเดือนนึง แฟนผมไม่ได้ที่เรียน แฟนผมหางานไม่ได้ แฟนผมก็กลับมาคุยกับผม บอกจะกลับมาหาผม แต่ผมในตอนนั้น คือไม่กล้าให้เค้ากลับมา เพราะผมอยากจะลองใจ เค้าสักครั้ง ผมกล้วว่าเค้าจะทำกับผมแบบนี้อิก
เลยบอกให้เค้าว่าทำให้เห็นที ว่าเค้าจะไม่ทำอิก แต่เหมือนเค้าจะทำได้ แต่ผมอยากให้ลบเพื่อนคนในที่ทำงานพวกนั้น เค้าก็ลบให้ แต่แรกผมก็เริ่มจะใจอ่อนนิด ๆ จะให้เค้ากลับมา แต่ผมมารู้ทีหลังอิกว่า เค้าได้ออกไปกับพนักงานในโรงงานอิกคนนึง ออกไปกินข้าวด้วยกันตอนกลางคืน ความรู้สึกตอนนั้นหลังจากที่รู้ไม่โกรธเลย แต่กลับรู้สึกเป็นห่วงมากกว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง แล้วถนนแถวนั้นก็เป็นแต่ป่าข้างทาง แถมออกไปข้างนอกกันตอนกลางคืนอิก และก็รู้อิกว่าวันนั้นที่ไปกินข้าวกัน ผู้ชายคนนั้นบอกชอบแฟนผม แต่แฟนผมบอกว่าเค้าลืมผมไม่ได้ถ้าลืมไม่ได้เค้าก็ยังจะไม่มีใคร ใครงงหรือไม่เข้าใจก็ขอโทษด้วยนะครับ พอดีที่พิมพ์มาไม่ได้คิดเอาไว้ก่อน แต่มาจากความรู้สึกสด ๆ แล้วก็ค่อย ๆ พิมพ์มาเรื่อย ๆ เลยจนถึงตอนนี้ เดะนมาต่อนะ