ขอเกริ่นเรื่องที่บอกว่าพยายามข่มขืนก่อนนะ
เรื่องมีอยู่ว่า น้อง ก. กับนาย ข. ต้องไปออกค่ายด้วยกัน ทำให้ต้องได้นอนในห้องเดียวกัน ซึ่งในห้องก็มีเพื่อนคนอื่นนะ ทั้งญ. ช. อารมณ์ไปออกค่ายอะ ถ้าใครเคยไปน่าจะนึกภาพออก ทีนี่น้อง ก. โดยจัดที่นอนให้ไปนอนข้างนาย ข. เพราะเพื่อนเห็นว่าสองคนนี้เป็นเพื่อนที่สนิทกัน
ปัญหามีอยู่ว่า คืนนึงระหว่างที่นอนอยู่ นาย ข. ก็เหมือนเนียนๆมากอดน้อง ก. คืนต่อมาก็หนักขึ้น นาย ข. ลากน้องมาจูบแล้วกอดไว้ไม่ปล่อย น้องก็โทรมาเล่าให้เราฟัง เราก็บอกน้องตั้งแต่คืนที่โดนกอดแล้วว่าให้เปลี่ยนที่นอน ไปนอนกับเพื่อนผู้หญิง แต่น้องก็อ้างประมาณว่าไม่อยากให้เพื่อนคนอื่นรู้เดียวมันจะมองหน้ากันไม่ติด เราก็เออเครๆไป(เพราะทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วไม่ได้อยู่ด้วย) แล้วให้น้องไปคุยกับนาย ข. กันเองว่าตัวน้องไม่โอเคร ก็ดีว่าหลังจากคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น น้องยืนยันว่ายังไม่ถึงขั้นมีอะไรกัน เราขอเล่าเรื่องตอนกลางคืนคร่าวๆแค่นี้ละกัน
ทีนี่ทั้งน้อง ก. และ นาย ข. เนี่ยมีแฟนกันอยู่แล้ว โดยแฟนนาย ข. ก็คือเพื่อนของน้อง ก.เนี่ยแหละ เป็นเพื่อนที่รู้จักกันดี... แต่คืนนั้นไม่ได้อยู่ด้วยนะ หลังจากเหตุการณ์นั้นน้องก็มาระบายกับเราว่ากลัวมาก แล้วน้องก็บอกว่าเคยเป็นโรคซึ้มเศร้า(ไปหาหมอมาแล้ว)... พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็เหมือนอาการกลัวเวลาอยู่ใกล้คนอื่นจะกลับมา ไอ้เราก็เป็นห่วงเลยกำชับบอกว่าให้เลิกติดต่อ และไม่ต้องไปเจอกันอีก เพราะหลังจากค่ายนี้ก็คงไม่มีความจำเป็นต้องไปเจอ หรือต้องไปนอนในห้องเดียวกัน น้องก็ตกลง จบ... โอเครเราก็สบายใจ
จนกระทั้งไม่นานมานี้ก็คุยกับน้อง ก.เรื่องงานแล้วน้องก็บอกว่าเดี๋ยวยังไงจะโทรไปปรึกษานาย ข.ละกัน ไอ้เราก็โอเครๆ โทรปรึกษาเพื่อนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จนมาจำได้ทีหลังว่าเคยมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น...
อยากถามทุกคนว่าคิดน้องเขาคิดอะไรอยู่ หรือใครอาจจะเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง รู้สึกยังไง จะกล้าโทรฯกลับไปหาคนที่เคยคิดจะทำแบบนั้นกับตัวเองไหม ถึงจะบอกว่าเป็นเรื่องงานก็เถอะ(จริงๆปรึกษาคนอื่นก็ได้) เพราะส่วนตัวเราคือไม่โอเครอะ เป็นเราคงไม่กล้า ไม่คิดอยากจะยุ่ง แต่เราก็ไม่เคยโดนเองไง ไม่รู้ว่าความสะเทือนใจในเรื่องพวกนี้มันมากน้อยแค่ไหน
ขอโทษที่พิมยาวนะ ขอความคิดเห็นหน่อย....
ปล. พึ่งเห็นว่าเขียนข่มขืนผิด ขออภัย..
อยากถามเพื่อนๆว่า ผู้หญิงที่กล้าโทรศัพท์ไปคุยกับคนที่พยายามขมขื่นตัวเองเขาคิดอะไรอยู่เหรอ มีใครเคยทำบ้างไหม?
เรื่องมีอยู่ว่า น้อง ก. กับนาย ข. ต้องไปออกค่ายด้วยกัน ทำให้ต้องได้นอนในห้องเดียวกัน ซึ่งในห้องก็มีเพื่อนคนอื่นนะ ทั้งญ. ช. อารมณ์ไปออกค่ายอะ ถ้าใครเคยไปน่าจะนึกภาพออก ทีนี่น้อง ก. โดยจัดที่นอนให้ไปนอนข้างนาย ข. เพราะเพื่อนเห็นว่าสองคนนี้เป็นเพื่อนที่สนิทกัน
ปัญหามีอยู่ว่า คืนนึงระหว่างที่นอนอยู่ นาย ข. ก็เหมือนเนียนๆมากอดน้อง ก. คืนต่อมาก็หนักขึ้น นาย ข. ลากน้องมาจูบแล้วกอดไว้ไม่ปล่อย น้องก็โทรมาเล่าให้เราฟัง เราก็บอกน้องตั้งแต่คืนที่โดนกอดแล้วว่าให้เปลี่ยนที่นอน ไปนอนกับเพื่อนผู้หญิง แต่น้องก็อ้างประมาณว่าไม่อยากให้เพื่อนคนอื่นรู้เดียวมันจะมองหน้ากันไม่ติด เราก็เออเครๆไป(เพราะทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วไม่ได้อยู่ด้วย) แล้วให้น้องไปคุยกับนาย ข. กันเองว่าตัวน้องไม่โอเคร ก็ดีว่าหลังจากคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น น้องยืนยันว่ายังไม่ถึงขั้นมีอะไรกัน เราขอเล่าเรื่องตอนกลางคืนคร่าวๆแค่นี้ละกัน
ทีนี่ทั้งน้อง ก. และ นาย ข. เนี่ยมีแฟนกันอยู่แล้ว โดยแฟนนาย ข. ก็คือเพื่อนของน้อง ก.เนี่ยแหละ เป็นเพื่อนที่รู้จักกันดี... แต่คืนนั้นไม่ได้อยู่ด้วยนะ หลังจากเหตุการณ์นั้นน้องก็มาระบายกับเราว่ากลัวมาก แล้วน้องก็บอกว่าเคยเป็นโรคซึ้มเศร้า(ไปหาหมอมาแล้ว)... พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็เหมือนอาการกลัวเวลาอยู่ใกล้คนอื่นจะกลับมา ไอ้เราก็เป็นห่วงเลยกำชับบอกว่าให้เลิกติดต่อ และไม่ต้องไปเจอกันอีก เพราะหลังจากค่ายนี้ก็คงไม่มีความจำเป็นต้องไปเจอ หรือต้องไปนอนในห้องเดียวกัน น้องก็ตกลง จบ... โอเครเราก็สบายใจ
จนกระทั้งไม่นานมานี้ก็คุยกับน้อง ก.เรื่องงานแล้วน้องก็บอกว่าเดี๋ยวยังไงจะโทรไปปรึกษานาย ข.ละกัน ไอ้เราก็โอเครๆ โทรปรึกษาเพื่อนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จนมาจำได้ทีหลังว่าเคยมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น...
อยากถามทุกคนว่าคิดน้องเขาคิดอะไรอยู่ หรือใครอาจจะเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง รู้สึกยังไง จะกล้าโทรฯกลับไปหาคนที่เคยคิดจะทำแบบนั้นกับตัวเองไหม ถึงจะบอกว่าเป็นเรื่องงานก็เถอะ(จริงๆปรึกษาคนอื่นก็ได้) เพราะส่วนตัวเราคือไม่โอเครอะ เป็นเราคงไม่กล้า ไม่คิดอยากจะยุ่ง แต่เราก็ไม่เคยโดนเองไง ไม่รู้ว่าความสะเทือนใจในเรื่องพวกนี้มันมากน้อยแค่ไหน
ขอโทษที่พิมยาวนะ ขอความคิดเห็นหน่อย....
ปล. พึ่งเห็นว่าเขียนข่มขืนผิด ขออภัย..