เครียดในหลายๆอย่างกับการปรับตัวเข้าสังคมใหม่ไม่ได้

กระทู้คำถาม
     มีกระทู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่มากและเราเป็นอีกคนที่เครียดกับเรื่องนี้มากๆ เหมือนกัน
     เราเป็นคนที่ไม่ชอบเข้าสังคมชอบอยู่บ้านมากกว่า เนื่องจากตอนเด็กๆ เราย้ายมาอยู่กับแม่ที่ต่างเมืองกันสองคน ด้วยความที่ว่าแม่เราก็ไปทำงานเราเลยต้องอยู่แต่ในบ้านจะออกนอกบ้านมันก็อันตราย ไม่กล้าไปคุยกับใครเรียกได้ว่าเรากับเพื่อนบ้านคือต่างคนต่างอยู่เข้าสังคมไม่ได้ แค่จะไปซื้อของตามร้านค้าเราก็ไม่กล้า เราค่อนข้างที่จะกลัวการถูกมองและการถูกนินทามากๆ และเราเป็นคนที่ละเอียดอ่อนเรื่องความรู้สึก เคยถูกพนักงานมองเหยียดจนกลัวการถูกมองและไปใช้บริการ จำได้ว่าตอนป.6 แม่บังคับให้ไปซื้อของด้วย คือตอนนั้นมีเด็กมองเรา เราก็พยายามไม่คิดอะไรเด็กมันแค่มองเฉยๆ แต่เราก็บังคับตัวเองไม่ให้แช่งคนที่มามองเราไม่ได้จริงๆ จนพอขึ้นม.ต้น ตอนนั้นเราหน้านิ่งมากคือถ้าไม่มีเพื่อนจากโรงเรียนเก่าเราก็คงหาเพื่อนไม่ได้ อาการเราก็ดีขึ้นค่ะ เวลาเราอยู่กับเพื่อนก็มีความกล้ามากเลยทีเดียวแต่พออยู่คนเดียวก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนเคย แต่เรื่องที่เราคุยกับคนแปลกหน้าไม่ได้ก็ไม่ดีขึ้นเลยโดยเฉพาะกับครูคือเรากดดันมาก วางตัวไม่ถูกยิ่งครูพูดเรื่องการแสดงตัวไม่ดีจะมองไปถึงพ่อแม่ไม่สั่งสอนยิ่งทำให้เราไม่กล้าคุยกับครูเลย ถึงครูจะเป็นกันเองแค่ไหนก็ตามกลายเป็นว่าเราเรียบร้อยในสายตาครู ตอนขึ้นม.1ใหม่ๆ เป็นช่วงที่เราจิตตกค่ะ เพร่ะยังปรับตัวกับเรื่องเรียนไม่ได้ คนเราคิดว่าบางทีเราเหมาะจะอยู่คนเดียวแต่เราก็ผ่านช่วงนั้นมาได้นะคะและใช้ชีวิตได้มีความสุขระดับหนึ่ง เพื่อนในห้องเราดีมากค่ะ จนเราชินที่จะใช้ชีวิตกับเพื่อนทั้งห้องจนชินเป็นเรื่องปกติ
     จนตอนนี้ขึ้นม.4แล้ว ใช่ค่ะเพื่อนในห้องแยกย้ายกันเรียนไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก  
     คือตอนนี้ความรู้สึกของตอนขึ้นม.1ใหม่ๆมันกลับมา เราเครียดเรื่องเรียนที่เราไม่เข้าใจที่ครูพูด(ครูเขายังไม่สอนแต่อธิบายงาน) ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปอีกสังคมมันดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นจนเราปรับตัวไม่ทันค่ะ แถมเพื่อนๆในห้องเราก็รู้สึกว่าน่ากลัวกันมากๆโดยเฉพาะผู้หญิงด้วยกัน ถึงเร่จะมีเพื่อนสนิทมากๆ เรียนห้องเดียวกันแต่เพื่อนคนนั้นต่างจากเรามากค่ะเธอเข้ากับคนง่ายและมักจำให้เราเพิ่งพาตลอด แต่คือตอนนี้เรานั่งหน้าสุดกลางห้องเพื่อนเราก็นั่งด้านหลังมีเพื่อนใหม่ไปแล้ว เรากลัวว่าจะถูกเพื่อนทิ้งมากๆเลยค่ะ ประเด็นคือแถวหน้าสุดก็มีเพื่อนที่ให้ความรู้สึกคนละระดับประกบข้างยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เรื่องอีก พอมีครูเสริเข้ามาเรายิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรที่จะอยู่ตรงจุดๆนี้เอามากๆ เราอาจจะรู้ว่าอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงต้องรอเวลาปรับตัวแต่ตอนนี้มันแย่จนบางทีรู้สึกคิดสั้น แม่ก็มีน้องกับครอบครัวใหม่แล้วเราคงไม่จำเป็นก็ได้ เราพยายามคิดให้กำลังใจตัวเองไปอ่านคำแนะนำจากกระทู้ของคนอื่นมันก็ช่วยได้แค่สักพักพอพ้นก็กลับมาคิดใหม่แต่เรื่องแย่ๆ เหมือนเดิม
     พอลองคุยกับแม่เรา แม่เราก็บอกว่าพอทำงานก็จะยิ่งกดดันจากเพื่อนร่วมงานและเรื่องงานกว่านี้มันยิ่งทำให้เราไม่อยากจะโตขึ้นไปเลยค่ะ
     ตอนนี้คือเกินเยียวยามากขนาดหาสิ่งที่ตัวเองชอบทำมันก็มีหลายปัจจัยทำให้เราเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นทั้งที่รู้แก่ใจว่าไม่ควรอยู่ดี จนเรากลัวที่จะทำสิ่งนั้นไปเลยค่ะ ไม่รู้จะทำให้ตัวเองเลิกคิดในแง่ลบยังไงแล้ว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่