●●เรื่องข้าวๆ...สุนัขคาบไปรับประทาน?●●

กระทู้ข่าว
●●สุนัขคาบไปรับประทาน?●●

หลังจากที่ได้เขียนถึงกรณีทุจริตข้าวถุง ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งล่าสุด บอร์ด อคส.มีการลงโทษทางวินัย
อดีตผู้บริหารระดับ “รองผู้อำนวยการ อคส.” รายหนึ่ง จนถูกไล่ออกไปแล้วนั้น

คราวที่แล้ว ได้กล่าวถึงผลสอบของคณะอนุกรรมาธิการฯ ชุดที่มี พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี เป็นประธานฯ
ในคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ว่าการตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่า มีพฤติกรรมส่อทุจริต

ล่าสุด ได้รับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม จากแหล่งข่าวในแวดวงตรวจสอบระดับสูง แจ้งคอนเฟิร์มว่า สำนักงานการ
ตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ก็ได้เคยมีการตรวจสอบโครงการจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์นี้
ด้วยเช่นกัน แล้วก็ปรากฏผลการตรวจสอบชัดเจน ยืนยันไปในทิศทางเดียวกันว่า ส่อพิรุธ ส่อทุจริต อุกอาจ อุกฉกรรจ์อย่างที่สุด

1. สตง. ได้ตรวจสอบโครงการจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์
ที่เป็นการจำหน่ายข้าวเปลือกตามโครงการรับจำนำข้าวให้แก่ อคส.ในราคาที่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของราคาตลาด
อ้างวัตถุประสงค์เพื่อกระจายข้าวสารบรรจุถุงไปสู่ประชาชนในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด

การตรวจสอบพบว่า ในการจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุง อคส.ใช้วิธีผ่านตัวแทนจำหน่ายจำนวน 6 ราย มีข้อพิรุธ
และพบความผิดปกติ โดยไม่มีการกระจายข้าวสารบรรจุถุงไปสู่ประชาชนในราคาที่ถูกอย่างแท้จริง

2. สตง.ตรวจสอบ พบว่า ขณะนั้น อคส.ได้ทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย จำนวน 6 บริษัท
สัญญาไม่ได้ระบุให้บริษัทตัวแทนจำหน่ายต้องจำหน่ายข้าวสารให้แก่ประชาชนในราคา 70 บาท
อีกทั้งไม่มีข้อกำหนดในการตรวจสอบติดตามการดำเนินการจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุง ว่าเป็นไปตาม
วัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่

รวมทั้งไม่มีสภาพบังคับแก่บุคคลที่ 3 ที่ไปซื้อข้าวไปจากบริษัทตัวแทนจำหน่าย
ยิ่งกว่านั้น การตรวจสอบเชิงลึก พบพฤติการณ์ของบริษัทตัวแทนจำหน่ายเข้าข่ายกระทำความผิด

(1) บริษัทตัวแทนจำหน่ายเพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่ดำเนินธุรกิจค้าขายข้าว ส่วนอีก 5 บริษัท ไม่เคยดำเนิน
      ธุรกิจเป็นตัวแทนค้าขายข้าวมาก่อน ดำเนินธุรกิจอื่น และบางบริษัทเป็นเครือญาติกัน

(2) มีพยานบุคคลระบุว่าหลายบริษัทไม่มีประสบการณ์ในการจำหน่ายข้าว แต่เข้ามาทำสัญญาตัวแทน
      เนื่องจากรู้จักกันโยงใยเป็นเครือข่าย

(3) ข้อมูลเส้นทางการเงิน มีการสั่งซื้อแคชเชียร์เช็คเพื่อชำระค่าข้าวสารบรรจุถุงให้กับ อคส.พบว่าผู้ซื้อ
      แคชเชียร์เช็คของบริษัทตัวแทนจำหน่ายทั้ง 6 ราย เป็นบุคคลเดียวกัน

(4) พบพฤติกรรมของบริษัทตัวแทนจำหน่ายนำข้าวไปจำหน่ายต่อให้กับบริษัทผู้ค้าข้าวรายอื่น ในราคา
      ถุงละ 72-75 บาท มิได้จำหน่ายให้ประชาชนตามโครงการฯ ในราคา 70 บาท

3. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มีความเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวถือว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์
ของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) เพราะไม่มีการกระจายข้าวสารบรรจุถุงไปสู่ประชาชนในราคา
ถูกอย่างแท้จริง

ประมาณการมูลค่าความเสียหาย จากผลต่างส่วนลดราคาที่รัฐบาลจำหน่ายข้าวสารให้แก่ อคส. ในราคา
ร้อยละ 50 ของราคาตลาด

ปริมาณข้าวสาร รวม 100.70 ล้านถุง หรือ 503,518 ตัน
เป็นมูลค่าความเสียหาย จำนวนเงิน 3,830,324,750 บาท
หรือ 3,830 ล้านบาท!!!

ชี้ว่า กรณีเป็นความผิดเกี่ยวกับการอนุมัติและลงนามในสัญญาที่ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องการบังคับ ควบคุม
ตรวจสอบ และติดตามให้ตัวแทนจำหน่ายดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบาย และวัตถุประสงค์ของโครงการ
ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐต้องดำเนินการทางละเมิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนบริษัทตัวแทนจำหน่ายทั้ง 6 บริษัท มีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำการเพื่อให้ได้ผลประโยชน์จากรัฐโดย
หลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการ
เสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542

สตง.ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้ ป.ป.ช.และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปแล้ว

4. นี่คือบางส่วนของผลการตรวจสอบ สตง. กรณีโครงการข้าวถุงยุครัฐบาลจำนำข้าว เรียกว่า อิ่มหมีพีมัน
ในคนบางกลุ่ม แต่เงินของแผ่นดินถูกเบียดบังไป ประชาชนที่ถูกแอบอ้าง ไม่ได้กินข้าวถุงราคาถูกจริงๆ

นี่คือส่วนหนึ่งที่ทำให้โครงการจำนำข้าว ขาดทุนมากกว่าที่ควรจะเป็น จึงสงสัยว่า โครงการนี้ น่าจะมีสุนัขคาบ
ไปรับประทานแน่นอน

สารส้ม

Cr. https://www.naewna.com/politic/columnist/40049
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่