จาก พรป. สส. 2561 มาตรา 73 ระบุ
ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น..............ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
(5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
สอบถามครับว่า
1. การที่มีผู้สมัตรใดประกาศในการหาเสียงว่าจะไม่ร่วมกับฝ่ายใด หรือ จะไม่โหวตรับใครให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อจูงใจให้ผู้มิสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับตนเองและผู้สมัครอื่นในพรรคตนเอง ต่อมากลับไม่ปฏิบัติตามที่เคยได้ประกาศในการหาเสียง ดังนี้จะถือว่าเป็นการหลอกลวงและเข้าข่ายกระทำผิดตาม พรป. สส. มาตรา 73 ไหมครับ
2. หากเป็นการทำผิดตาม พรป. สส. และผู้ประกาศในการหาเสียงเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค ดังนี้อาจจะเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรคไหมครับ
การประกาศเลือกนายกฯ อาจเป็นการกระทำผิดตาม พรป. สส 2561 หรือไม่ครับ
ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น..............ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
(5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
สอบถามครับว่า
1. การที่มีผู้สมัตรใดประกาศในการหาเสียงว่าจะไม่ร่วมกับฝ่ายใด หรือ จะไม่โหวตรับใครให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อจูงใจให้ผู้มิสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับตนเองและผู้สมัครอื่นในพรรคตนเอง ต่อมากลับไม่ปฏิบัติตามที่เคยได้ประกาศในการหาเสียง ดังนี้จะถือว่าเป็นการหลอกลวงและเข้าข่ายกระทำผิดตาม พรป. สส. มาตรา 73 ไหมครับ
2. หากเป็นการทำผิดตาม พรป. สส. และผู้ประกาศในการหาเสียงเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค ดังนี้อาจจะเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรคไหมครับ