สมถะ วิปัสสนา ไปนึกคำภาวนา จะเป็นบัญญัติ ไม่เห็นตามความเป็นจริง
เช่น
นั่งสมาธิ
ท่องพุท ลมหายใจเข้า
ท่องโธ ลมหายใจออก
เป็นคำบัญญัติ
พอจิตเป็นสมาธิ
คำว่าพุท โธ ดับไป
เราเริ่มเห็นปรม้ตถ์
คือเห็นกายในกาย
ถ้าเราไปนึกคิด
คำว่าพุทโธหายไป
การนึกคิดจะดึงให้
จิตเราที่กำลังรู้ปรมัตถ์(ความจริง)
ไปอยู่ที่บัญญัติ(ความไม่จริง)
ย้อนกับมาที่คำภาวนาพุท โธ ใหม่
สมาธิไม่ก้าวหน้า
เมื่อเกิดวิปัสสนา
เราเห็นปรมัตถ์(ความจริง)
แล้วเราไปนึกว่า นั่นเป็นธาตุ4ขันธ์5
จิตเราก็จะถูกดึงไปสู่บัญญัติ(ความไม่จริง)
เมื่อรู้เห็นอะไรก็แล้วแต่
ห้ามไปนึกคิด ปรุงแต่ง
คำภาวนาเป็นบัญญัติ
เช่น
นั่งสมาธิ
ท่องพุท ลมหายใจเข้า
ท่องโธ ลมหายใจออก
เป็นคำบัญญัติ
พอจิตเป็นสมาธิ
คำว่าพุท โธ ดับไป
เราเริ่มเห็นปรม้ตถ์
คือเห็นกายในกาย
ถ้าเราไปนึกคิด
คำว่าพุทโธหายไป
การนึกคิดจะดึงให้
จิตเราที่กำลังรู้ปรมัตถ์(ความจริง)
ไปอยู่ที่บัญญัติ(ความไม่จริง)
ย้อนกับมาที่คำภาวนาพุท โธ ใหม่
สมาธิไม่ก้าวหน้า
เมื่อเกิดวิปัสสนา
เราเห็นปรมัตถ์(ความจริง)
แล้วเราไปนึกว่า นั่นเป็นธาตุ4ขันธ์5
จิตเราก็จะถูกดึงไปสู่บัญญัติ(ความไม่จริง)
เมื่อรู้เห็นอะไรก็แล้วแต่
ห้ามไปนึกคิด ปรุงแต่ง