โดนอีก!!! Trump ลงนามคำสั่งพิเศษ ประกาศภาวะฉุกเฉิน เปิดทาง ห้ามบริษัท USA ทำธุรกิจกับ Huawei!!!

Trump ลงนามคำสั่งพิเศษ ประกาศภาวะฉุกเฉิน เปิดทาง ห้ามบริษัท USA ทำธุรกิจกับ Huawei!!!

16/5/2019


รอยเตอร์ - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯในวันพุธ(15พ.ค.) ลงนามในคำสั่งพิเศษประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและห้ามบริษัททั้งหลายของอเมริกาใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมที่ผลิตโดยบริษัทต่างๆที่ก่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ เปิดทางสำหรับการห้ามทำธุรกิจกับ หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ของจีน

คำสั่งพิเศษนี้เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ ซึ่งมอบอำนาจแก่ประธานาธิบดีในการควบคุมพาณิชย์ ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติที่คุกคามสหรัฐฯ โดยคำสั่งได้บัญชาให้กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆของรัฐบาล ในการร่างแผนเพื่อการบังคับใช้ภายใน 150 วัน

วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่าคำสั่งนี้ซึ่งอยู่ภายใต้การพิจารณามานานกว่า 1 ปี มีเป้าหมายปกป้องห่วงโซ่อุปทานจากศัตรูต่างชาติ ไม่ให้เข้าถึงข้อมูล, เทคโนโลยีคมนาคมและห่วงโซ่อุปทานด้านการบริการของประเทศ "ภายใต้ผู้นำประธานาธิบดีทรัมป์ ชาวอเมริกาจะสามารถไว้วางใจได้ว่าข้อมูลและสาธารณูปโภคพื้นฐานของเรามีความปลอดภัย"

รอยเตอร์เคยรายงานไปเมื่อวันอังคาร(14พ.ค.) คาดหมายว่าทรัมป์จะดำเนินการในข้อเสนอที่รอกันมานานในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้แม้ในคำสั่งพิเศษไม่ได้เจาะจงชื่อประเทศหรือบริษัท แต่ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเคยตราหน้าหัวเว่ยว่าเป็น "ภัยคุกคาม" และเคลื่อนไหวล็อบบี้เหล่าชาติพันธมิตรไม่ให้ใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมของหัวเว่ยในการวางโครงข่าย 5G

คำสั่งพิเศษนี้มีออกมาในช่วงเวลาแห่งความละเอียดอ่อนในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในขณะที่สองชาติเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของโลกต่างตอบโต้รีดภาษีกันไปมา ในศึกพิพาทที่ทางเจ้าหน้าที่อเมริกาโวยวายว่าปักกิ่งมีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม

วอชิงตันเชื่อว่าอุปกรณ์ของหัวเว่ยอาจถูกใช้สอดแนมแก่รัฐจีน แต่ทางหัวเว่ยยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวซ้ำๆ ขณะที่พวกเขายังไม่ออกแสดงความคิดเห็นต่อความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ

สหรัฐฯเคลื่อนไหวอย่างกระตือรือร้นในการผลักดันประเทศอื่นๆไม่ให้ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยในการวางโครงข่าย 5G ที่พวกเขาระบุว่า "ไม่น่าไว้วางใจ" และในเดือนสิงหาคมปีก่อน ทรัมป์ ได้ลงนามในร่างกฎหมายฉบับหนึ่งห้ามหน่วยงานรัฐบาลจากการใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยและ แซดทีอี คอร์ปอเรชัน อีกหนึ่งผู้ให้บริการสัญชาติจีน

ประธานคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารสหรัฐฯ (FCC) ซึ่งเคยระบุว่าหัวเว่ยเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ระบุในวันพุธ(15พ.ค.) "ด้วยภัยคุกคามโดยอุปกรณ์และการบริการจากบริษัทต่างชาติบางแห่ง นี่ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการคุ้มกันเครือข่ายของอเมริกา"

คำสั่งพิเศษสั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ คลอดผลการประเมินในช่วงปลายเดือนมิถุนายน เกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสหรัฐฯและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ จากข้อมูลและเทคโนโลยีคมนาคมหรือการบริการ ที่พัฒนา,ผลิตหรือจัดหาโดยบุคคลหรือบริษัทที่มีเจ้าของ, ควบคุมโดย, อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจหรือสั่งการโดยศัตรูต่างชาติ

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อัยการสหรัฐฯได้ตั้งข้อหาบริษัทในเครือของหัวเว่ย 2 แห่งในรัฐวอชิงตัน โดยกล่าวหาว่าพวกเขาสมคบติดขโมยความลับทางการค้าของบริษัทโทรคมนาคม ที-โมไบล์ ของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังตั้งข้อหาหัวเว่ยและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ตามคำกล่าวหาละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน

ในเดือนเมษายน 2018 คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารสหรัฐฯ โหวตเดินหน้าข้อเสนอห้ามใช้งบประมาณภาครัฐ 9,000 ล้านดอลลาร์ ในการซื้ออุปกรณ์และบริการจากบริษัทต่างๆที่เป็นภัยคุกคามต่อเครือข่ายโทรคมนาคมของอเมริกา

นอกจากนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารสหรัฐฯยังลงมติเป็นเอกฉันท์ห้ามบริษัทไชน่า โมบายล์ จากการเป็นผู้จัดหางานบริการด้านโทรคมนาคมของสหรัฐฯ และบอกว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาเอกสารอนุญาตที่ก่อนหน้านี้เคยมอบให้แก่บริษัทโทรคมนาคมของจีนอีก 2 รายอย่างไชน่า เทเลคอม และไชน่า ยูนิคอม

https://mgronline.com/around/detail/9620000046746



แม้ประกาศนี้จะไม่ได้กล่าวถึงบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ทุกฝ่ายคาดว่าการที่สหรัฐฯ ออกประกาศนี้มาเพื่อที่จะขวางบริษัทผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่อย่าง Huawei รวมไปถึง ZTE ของจีน ไม่ให้เติบโตไปมากกว่านี้ โดยก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ขอร้องให้ประเทศพันธมิตรเลิกใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมจาก Huawei มาแล้ว รวมไปถึงการขู่ประเทศอื่นๆ ว่าถ้าหากยังใช้อุปกรณ์จาก Huawei อยู่ สหรัฐฯ อาจทบทวนเรื่องของความมั่นคงกับประเทศนั้นๆ

หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศคำสั่งนี้ออกมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้นำรายชื่อของ Huawei และบริษัทที่เกี่ยวข้อง เข้าไปอยู่ในบัญชีดำ ห้ามบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ ทำธุรกิจหรือใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ทุกชนิดโดยเด็ดขาด คาดว่าคำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 150 วัน

วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้กล่าวว่า “มีการพิจารณาในเรื่องนี้มานานถึง 1 ปีแล้ว” โดยก่อนหน้านี้มีข่าวที่ว่าอุปกรณ์ของ Huawei อาจเป็นจุดอ่อนที่ทำให้จีนสามารถใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมได้ รวมไปถึงการพบช่องโหว่ในอุปกรณ์โทรคมนาคมของ Huawei ที่ประเทศอิตาลี ในเครือข่ายของ Vodafone

นอกจากนี้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Huawei ได้ประกาศว่าพร้อมเซ็นสัญญากับรัฐบาลประเทศต่างๆ เช่น รัฐบาลอังกฤษ ฯลฯ ว่าอุปกรณ์ของ Huawei ไม่สามารถที่จะสอดแนมได้ เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาลประเทศต่างๆ ด้วย

ล่าสุดทางด้าน Huawei ได้ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า การที่สหรัฐฯ ห้ามไม่ให้ Huawei ทำธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ทำให้ความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังทำให้การพัฒนา 5G ของสหรัฐฯ มีราคาแพงมากขึ้น ทำให้สหรัฐฯ ล้าหลังจากประเทศอื่น

https://brandinside.asia/us-ban-telecom-equipment-to-threat-national-security-its-effect-to-huawei-immediately/
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่