ไม่รู้จะเกริ่นอะไรยังไง เรื่องค่อนข้างยาว เข้าเรื่องเลยล่ะกันนะคะ
ที่บ้านมีที่ดินมรดกต่างจังหวัดจากพ่อแม่ค่ะ
คุณพ่อเสียไปหลายปีแล้ว ส่วนคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ทำการโอนแบ่งไว้แล้วเป็นชื่อลูก (เรากับพี่สาว) ที่ดินค่อนข้างใหญ่ค่ะ เป็นหนังสือ นส3ก. ประมาณ 200กว่าไร่ เป็นที่ล้อมภูเล็กๆ (ที่ที่เป็นภูไม่มีหนังสืออยู่แล้วนะคะ) มี 7 ฉบับ ตอนซื้อจริงๆจ่ายเงินไป สำหรับที่ 300กว่าไร่ค่ะ แต่ได้หนังสือมาเท่านี้ ตอนนั้นพ่อแม่เรายอมรับในจุดนั้นเองค่ะ
คนในบ้านทุกคนมีพื้นเพ เป็นคนกรุงเทพค่ะ ที่ดินนี้ได้มาเพราะมีช่วงนึง เมื่อ 30 ปีก่อน พ่อไปร่วมลงทุนกับญาติที่ต่างจังหวัด ขาดทุนยับค่ะ 😂 พอตกลงเลิกกิจการ ยากแก่การเอาทุนคืนเป็นเงินสด จึงได้เป็นที่ดินที่ลงทุนซื้อเพื่อใช้ในการทำธุรกิจนั้นแทน
ตอนแรกปลุกต้นยูคาและต้นสัก แล้วปล่อยทิ้งไว้ ไม่มีใครว่างไปดูแลค่ะ และแล้ว 15 ปีให้หลัง คุณพ่อเริ่มไปลงทุนและใช้พื้นที่อีกครั้ง 🤣 ยังไม่เข็ดค่ะ!! (ต้นยูคาและต้นสักที่ลงไว้ตอนแรก หายเกลี้ยงเลยค่ะ) ตอนนี้ที่ทั้งหมด ปลุกสวนยาง โดยที่มีคุณลุง (พี่ชายของพ่อ) ที่ไม่มีครอบครัว และครอบครัวเราเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ เป็นผู้ดูแลและรับประโยชน์จากยางและต้นไม้ใดๆที่ได้ปลุกไว้ค่ะ
ปัญหามันอยู่ที่ ตอนนี้เราและพี่สาว ต้องการเปลี่ยนหนังสือ นส3ก. เป็นโฉนด ซึ่งกับทางราชการ ไม่ได้มีปัญหาอันใดค่ะ 😘
แต่ การไปทำโฉนดครั้งนี้ ทำให้ได้รู้ว่า คนที่ขายที่ให้พ่อแม่เรา จงใจชี้จุดผิด โกงการรังวัดในที่ที่ขายให้เรา คือเค้ารุกล้ำที่ตาม นส3ก. ที่ขายให้เรา แล้วชี้จุดว่า ที่ที่ขายให้เป็นที่ผืนข้างๆกัน โดยแท้จริงที่ตรงนั้นเป็นที่ว่าง ไม่มีหนังสือรับรอง ซึ่งทางเราคิดว่าเป็นที่ในหนังสือที่มีสิทธิ์ก็เลยไปปลุกยางไว้ตรงนั้นแล้วค่ะ 😅
ตอนนี้คนที่ขายที่ให้เสียชีวิตไปแล้ว แต่บรรดาลูกหลานของเค้ายังอยู่ และยังคงรุกล้ำทำกินในที่ของเราค่ะ
ลูกหลานเค้าอ้างว่า ที่ๆเค้าขายให้เราเป็นแปลงอื่น ที่ไม่มีหนังสือ (ข้ออ้างไม่ make sense เลยค่ะ ถ้าที่ไม่มีหนังสือ เราจะจ่ายค่าที่ดินให้เค้าและโอนหนังสือที่กรมที่ดินทำไม!?) เค้าบอกว่า บริเวณนี้ที่เค้าทำกินอยู่ เค้าไม่ได้ขาย แต่หนังสือเอกสาร นส3ก.ของพื้นที่นั้น 2 ฉบับ และการจ่ายภาษีใดๆจากการโอนที่ อยู่ที่ทางเราและเรามีเอกสารครบทุกอย่าง
ล่าสุด เค้าไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รังวัด เข้าไปวัดที่ ทั้งยังยืนยันให้เรายกที่ผืนนั้นให้เค้าค่ะ เค้าขอครอบครองปรปักษ์ และอ้างว่า ทางครอบครัวฐานะยากจน อย่ารังแกเค้า 😒
มี 1 ในบรรดาลูกหลานที่มารวมตัวยืนขวางการวัดที่ เป็นคุณป้าท่านนึง ถึงกับพูดว่า ถ้าจะเอาพื้นที่ตรงนี้คืน เค้าจะฆ่าตัวตายค่ะ
(เรื่องนี้ จขกท.ไม่ได้ไปดำเนินการเอง ซื้อตั๋วเครื่องบินให้คุณอาและพี่สาวไปทำเรื่องแทน คุณอาบอกว่า ยังเจอคุณป้าท่านนั้นบนเครื่องบินขากลับกรุงเทพฯอยู่เลยค่ะ)
ที่ที่เค้ารุกล้ำกินพื้นที่ตามหนังสือไปประมาณ 50ไร่ค่ะ พื้นที่ดังกล่าวมีมูลค่า อิงจากที่มีคนเคยเสนอซื้อพื้นที่ทั้งหมด200กว่าไร่นะคะ ที่ดินส่วนนั้นจะประมาณ 4-5 ล้านค่ะ
ทีนี้ มีคำถามค่ะ มีข้อเสนอแนะหรือวิธีจะจัดการกับปัญหานี้ ยังไงดีคะ
ตอนนี้มีคนเสนอให้ฟ้อง ฉ้อโกง แต่คนขายก็ลาโลกไปนานแล้ว แถมว่าตามตรง โง่กันมาหลายสิบปี เรื่องอายุความใดๆและหลายสิ่งหลายอันค่ะ กำลังอยู่ในช่วงประมวลผล เรื่องเกิดยังไม่ถึง 1 สัปดาห์เลยค่ะ
กราบขอความเห็นอันเป็นประโยชน์ จากเพื่อนสมาชิกใน pantip ทุกท่านนะคะ ขอบคุณค่ะ
ปล. กระทู้แรกจริงจัง ไม่รู้แท็กอะไรยังไง ถ้าพิมพ์ตรงไหนผิด อ่านยาก บอกกล่าวตักเตือนได้ค่ะ แต่อย่าแรง ☺️ เจ้าของกระทู้บอบบางค่ะ
ที่ดินโดนรุกล้ำ เหมือนจะถูกหลอกฉ้อโกงมานับ30ปี อยากรู้ว่ามีใครมีความคิดเห็นว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงค่ะ
ที่บ้านมีที่ดินมรดกต่างจังหวัดจากพ่อแม่ค่ะ
คุณพ่อเสียไปหลายปีแล้ว ส่วนคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ทำการโอนแบ่งไว้แล้วเป็นชื่อลูก (เรากับพี่สาว) ที่ดินค่อนข้างใหญ่ค่ะ เป็นหนังสือ นส3ก. ประมาณ 200กว่าไร่ เป็นที่ล้อมภูเล็กๆ (ที่ที่เป็นภูไม่มีหนังสืออยู่แล้วนะคะ) มี 7 ฉบับ ตอนซื้อจริงๆจ่ายเงินไป สำหรับที่ 300กว่าไร่ค่ะ แต่ได้หนังสือมาเท่านี้ ตอนนั้นพ่อแม่เรายอมรับในจุดนั้นเองค่ะ
คนในบ้านทุกคนมีพื้นเพ เป็นคนกรุงเทพค่ะ ที่ดินนี้ได้มาเพราะมีช่วงนึง เมื่อ 30 ปีก่อน พ่อไปร่วมลงทุนกับญาติที่ต่างจังหวัด ขาดทุนยับค่ะ 😂 พอตกลงเลิกกิจการ ยากแก่การเอาทุนคืนเป็นเงินสด จึงได้เป็นที่ดินที่ลงทุนซื้อเพื่อใช้ในการทำธุรกิจนั้นแทน
ตอนแรกปลุกต้นยูคาและต้นสัก แล้วปล่อยทิ้งไว้ ไม่มีใครว่างไปดูแลค่ะ และแล้ว 15 ปีให้หลัง คุณพ่อเริ่มไปลงทุนและใช้พื้นที่อีกครั้ง 🤣 ยังไม่เข็ดค่ะ!! (ต้นยูคาและต้นสักที่ลงไว้ตอนแรก หายเกลี้ยงเลยค่ะ) ตอนนี้ที่ทั้งหมด ปลุกสวนยาง โดยที่มีคุณลุง (พี่ชายของพ่อ) ที่ไม่มีครอบครัว และครอบครัวเราเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ เป็นผู้ดูแลและรับประโยชน์จากยางและต้นไม้ใดๆที่ได้ปลุกไว้ค่ะ
ปัญหามันอยู่ที่ ตอนนี้เราและพี่สาว ต้องการเปลี่ยนหนังสือ นส3ก. เป็นโฉนด ซึ่งกับทางราชการ ไม่ได้มีปัญหาอันใดค่ะ 😘
แต่ การไปทำโฉนดครั้งนี้ ทำให้ได้รู้ว่า คนที่ขายที่ให้พ่อแม่เรา จงใจชี้จุดผิด โกงการรังวัดในที่ที่ขายให้เรา คือเค้ารุกล้ำที่ตาม นส3ก. ที่ขายให้เรา แล้วชี้จุดว่า ที่ที่ขายให้เป็นที่ผืนข้างๆกัน โดยแท้จริงที่ตรงนั้นเป็นที่ว่าง ไม่มีหนังสือรับรอง ซึ่งทางเราคิดว่าเป็นที่ในหนังสือที่มีสิทธิ์ก็เลยไปปลุกยางไว้ตรงนั้นแล้วค่ะ 😅
ตอนนี้คนที่ขายที่ให้เสียชีวิตไปแล้ว แต่บรรดาลูกหลานของเค้ายังอยู่ และยังคงรุกล้ำทำกินในที่ของเราค่ะ
ลูกหลานเค้าอ้างว่า ที่ๆเค้าขายให้เราเป็นแปลงอื่น ที่ไม่มีหนังสือ (ข้ออ้างไม่ make sense เลยค่ะ ถ้าที่ไม่มีหนังสือ เราจะจ่ายค่าที่ดินให้เค้าและโอนหนังสือที่กรมที่ดินทำไม!?) เค้าบอกว่า บริเวณนี้ที่เค้าทำกินอยู่ เค้าไม่ได้ขาย แต่หนังสือเอกสาร นส3ก.ของพื้นที่นั้น 2 ฉบับ และการจ่ายภาษีใดๆจากการโอนที่ อยู่ที่ทางเราและเรามีเอกสารครบทุกอย่าง
ล่าสุด เค้าไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รังวัด เข้าไปวัดที่ ทั้งยังยืนยันให้เรายกที่ผืนนั้นให้เค้าค่ะ เค้าขอครอบครองปรปักษ์ และอ้างว่า ทางครอบครัวฐานะยากจน อย่ารังแกเค้า 😒
มี 1 ในบรรดาลูกหลานที่มารวมตัวยืนขวางการวัดที่ เป็นคุณป้าท่านนึง ถึงกับพูดว่า ถ้าจะเอาพื้นที่ตรงนี้คืน เค้าจะฆ่าตัวตายค่ะ
(เรื่องนี้ จขกท.ไม่ได้ไปดำเนินการเอง ซื้อตั๋วเครื่องบินให้คุณอาและพี่สาวไปทำเรื่องแทน คุณอาบอกว่า ยังเจอคุณป้าท่านนั้นบนเครื่องบินขากลับกรุงเทพฯอยู่เลยค่ะ)
ที่ที่เค้ารุกล้ำกินพื้นที่ตามหนังสือไปประมาณ 50ไร่ค่ะ พื้นที่ดังกล่าวมีมูลค่า อิงจากที่มีคนเคยเสนอซื้อพื้นที่ทั้งหมด200กว่าไร่นะคะ ที่ดินส่วนนั้นจะประมาณ 4-5 ล้านค่ะ
ทีนี้ มีคำถามค่ะ มีข้อเสนอแนะหรือวิธีจะจัดการกับปัญหานี้ ยังไงดีคะ
ตอนนี้มีคนเสนอให้ฟ้อง ฉ้อโกง แต่คนขายก็ลาโลกไปนานแล้ว แถมว่าตามตรง โง่กันมาหลายสิบปี เรื่องอายุความใดๆและหลายสิ่งหลายอันค่ะ กำลังอยู่ในช่วงประมวลผล เรื่องเกิดยังไม่ถึง 1 สัปดาห์เลยค่ะ
กราบขอความเห็นอันเป็นประโยชน์ จากเพื่อนสมาชิกใน pantip ทุกท่านนะคะ ขอบคุณค่ะ
ปล. กระทู้แรกจริงจัง ไม่รู้แท็กอะไรยังไง ถ้าพิมพ์ตรงไหนผิด อ่านยาก บอกกล่าวตักเตือนได้ค่ะ แต่อย่าแรง ☺️ เจ้าของกระทู้บอบบางค่ะ