JJNY : 4in1 พท.ติวเข้มส.ส.ระวังกม./ปิยบุตร หาเสียงเลือกตั้งซ่อม/ชี้ คกก.สรรหาส.ว.ขัดรธน./เปิดเทอมศก.ฐานรากใช้จ่ายลด18%

พท.ติวเข้มส.ส.ระวังข้อกฎหมาย เชื่อไร้งูเห่าเลือดใหม่
https://www.dailynews.co.th/politics/709286

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรค พท.อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย เป็นต้น เรียกประชุม ส.ส.ใหม่ เพื่ออบรมหลักสูตรเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่ ส.ส. โดยมี ส.ส.ใหม่ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรกรวม 34 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นทายาทนักการเมือง และบางส่วนเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่ผันตัวมาลงการเมืองระดับชาติ

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า สำหรับการอบรม ส.ส.ใหม่ในครั้งนี้ อยากให้ ส.ส.เข้าใจกฎกติการวมทั้งข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญ รวมถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่และข้อควรระวัง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ซึ่ง ส.ส.ใหม่ต้องพึงระวัง ทั้งนี้ ทางพรรคจะจัดอบรม ส.ส.ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยอยากให้ ส.ส.ใช้เทคโนโลยีสื่อสารกับประชาชนให้มากที่สุด

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้เราเชิญส.ส.ใหม่ของพรรคมาพูดคุยกัน ซึ่งเป็นกระบวนการปกติของพรรค ก่อนที่วันพรุ่งนี้ (16 พ.ค.) จะประชุมส.ส.ทั้งหมดของพรรค ทั้งที่ต้องเข้าไปอยู่ในสภาและคนที่ต้องทำงานนอกสภา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ผู้ใหญ่ของเราหลายคนไม่มีโอกาสเข้าไปทำงานในสภาได้ แต่การอยู่ข้างนอกก็สามารถแสดงบทบาทในการที่จะช่วยให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหาที่เผชิญอยู่ได้ วันนี้เราก็ได้เรียนกับสมาชิกว่าเราเข้ามาทำงานครั้งนี้ เราเข้ามาพร้อมกับข้อจำกัดและอุปสรรค แต่การที่เรามาถึงตรงนี้ได้เพราะประชาชนให้การสนับสนุน และให้ความเชื่อมั่นเรา ดังนั้นขอให้ทุกคนยึดมั่นใจเจตนารมณ์ของประชาชน ยึดเอาสิ่งที่ประชาชนต้องการไว้ในหัวใจในการทำงาน นอกจากนี้เรามาครั้งนี้เพื่อภารกิจสำคัญ เพราะบ้านเมืองเผชิญปัญหามาถึง 4-5 ปีแล้ว สภาเป็นที่ที่สำคัญที่เราจะเข้าไปทำหน้าที่ ทั้งในการสะท้อนปัญหาและแก้ไขปัญหาของงประชาชน และคลี่คลายปัญหาที่เกิดจากกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

เมื่อถามว่าจะดูส.ส.ใหม่ที่อาจจะยังไม่มีความผูกพันธ์กับพรรคอย่างไรให้ไม่กลายเป็นงูเห่า นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราไม่เคยกังวล เพราะส.ส.ใหม่ที่เข้ามาไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักพรรคมาก่อน แต่เป็นคนที่มีความนิยมและศรัทธาในพรรคการเมือง เพราะพรรคได้พิสูจน์ตัวเองมา ทั้งนี้ตนนมั่นใจว่าฐานสำคัญที่ประชาชนโอบอุ้มเรา จะเป็นกำลังใจให้พวกเขาทำงาน อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าส.ส.ใหม่จะเป็นเลือดใหม่ที่เข้ามาทำงานเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคเพื่อไทยมากขึ้น

เมื่อถามถึงฉายาของโฉมหน้าของส.ว.ทั้ง 250 คน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนยังไม่อยากไปตั้งฉายา แต่คนที่จะให้ฉายาส.ว. ชุดนี้คือประชาชน ดังนั้นอยากให้ประชาชนช่วยกันดูช่วยกันตรวจสอบ แต่ที่เราดูวันนี้เห็นว่าเป็นเครือข่ายของรัฐบาลปัจจุบัน ยังไม่เห็นบุคคลภายนอกเท่าไหร่ ซึ่งเครือข่ายเหล่านี้เคยมีท่าทีที่เคยต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และที่เราตั้งคำถามไปคือคณะกรรมการสรรหาที่เข้ามาคัดเลือกส.ว. ที่ไม่มีความชัดเจนว่าเป็นกลาง หรือเป็นใครเข้ามาคัดเลือกส.ว. ได้อย่างไร ยิ่งปกปิดยิ่งจะทำให้คนไม่สบายใจเพราะมีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าท่านคัดสรรตัวเองเข้ามาเป็นส.ว. ถ้าไม่จริงก็แจกแจงรายชื่อคณะกรรมการคัดสรรออกมา

เมื่อถามว่าถ้ารายชื่อคณะกรรมการคัดเลือกส.ว. ไปตรงกับรายชื่อส.ว.ที่ออกมาจะถือว่าเข้าข่ายขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเรื่องทางกฎหมายที่ต้องว่ากันยาว ฝ่ายประชาธิปไตยของเรา แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับกติกาที่ออกมา แต่เมื่อกติกาเป็นกิตกาแล้วเราก็ไม่สามารถเลือกปฎิบัติหรือไม่ปฎิบัติได้ ดังนั้นก็เป็นเรื่องขององค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องตีความและถ้าเป็นการขัดต่อกฎหมายก็ต้องมีความรับผิดชอบ ตั้งแต่นายกฯ คนเลือก และคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด สังคมไทยเราไม่ยินยอมให้ใครมาใช้อำนาจตามอำเภอใจและให้พวกพ้องของตัวเองเข้ามามีบทบาทต่อบ้านเมือง ถ้าเรื่องแค่นี้ไม่สามารถทำให้โปร่งใสได้จะไปแก้ปัญหาอะไรในวันข้างหน้า ที่จะเกิดวิกฤติอีกมากมายได้ ทั้งนี้หากมีอะไรที่ไม่ชัดเจนก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะต้องให้เกิดความชัดเจน

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงส.ว.250 คนว่า อาจมีคนภูมิใจที่เข้ามาเป็น ส.ว. โดยการเลือกของคสช. แต่คงไม่กล้าพูดได้เต็มปากว่าเป็นผู้แทนที่มาจากประชาชน อยากให้ส.ว.ตระหนักถึงหน้าที่ที่มีต่อประชาชนให้มาก ไม่ใช่ตอบแทนผู้มีอำนาจที่ทำให้ตัวเองได้รับการแต่งตั้ง เพราะส.ว.ชุดนี้มีอำนาจแปลกพิสดารมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยชุดหนึ่ง เพราะสามารถยกมือโหวตเลือกนายกฯได้ แถมแคนดิเดตนายกฯที่เสนอตัวลงชิง ก็คือหัวหน้าคสช.ที่แต่งตั้งส.ว.มาเองกับมือ ขณะที่ผู้แทนฯอย่างพวกตน ต้องออกไปรณรงค์หาเสียง เสนอนโยบายกันทั่วประเทศ กว่าจะได้รับความไว้วางใจเลือกเข้ามา แต่คนแค่กลุ่มเดียวอย่าง คสช. กลับมีอำนาจเลือกส.ว.ได้เท่าๆกับประชาชนทั้งประเทศ

“ถ้านี่คือผลงานจากการทุ่มเทของ คสช.ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาทำให้เราได้ น้องชาย พี่ชายของผู้มีอำนาจในคสช.และรัฐบาลมาเป็นส.ว. ถ้าการเลือกคสช.ด้วยกันเองมาเป็นส.ว.คือผลงาน และถ้าการเลือกส.ว.จากทหาร นายพล อดีตสนช.ที่เคยได้รับการแต่งตั้งมาแล้วมาทำหน้าที่ตรงนี้ ก็ต้องบอกเลยว่า ที่เคยด่านักการเมือง เคยอ้างคุณธรรม เป็นเรื่องวาทกรรมหลอกลวงประชาชนเท่านั้นเอง” นายพลภูมิ กล่าว.



ปิยบุตร หาเสียงเลือกตั้งซ่อม ชี้ชะตา ส.ส.ปีกประชาธิปไตย ชูนโยบายชาติพันธุ์
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2518085

ปิยบุตร หาเสียงเลือกตั้งซ่อม ชี้ชะตา ส.ส.ปีกประชาธิปไตย ชูนโยบายชาติพันธุ์
วันทื่ 15 พ.ค. นาย ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ นายมานพ คีรีภูวดล ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ เดินทางไปช่วย นายศรีนวล บุญลือ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 8 จ.เชียงใหม่ หาเสียงกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ม้งและปกาเกอะญอ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ หวังกวาดคะแนนในการเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 26 พ.ค. นี้

โดยนายปิยบุตร ขึ้นปราศรัยบนรถแห่ว่าการเลือกตั้งซ่อมของเขต 8 จ.เชียงใหม่ ที่จะถึงนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่จะชี้ชะตาจำนวน ส.ส. ในสภาของฝ่ายประชาธิปไตย เราต้องเพิ่มที่นั่งในสภาให้ฝ่ายประชาธิปไตยด้วยการเลือกพรรคอนาคตใหม่ให้ถล่มทลาย

ขอให้ประชาชนทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อมอีกครั้งเพื่อจะได้ช่วยกันกำหนดอนาคตการเมืองไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่ายอมให้กติกาที่ไม่ยุติธรรมทำให้พี่น้องรู้สึกสิ้นหวังกับการเมือง

ทั้งนี้นายปิยบุตรกล่าวถึงนโยบายกลุ่มชาติพันธุ์ของพรรคอนาคตใหม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ยึดอุดมการณ์หลักของพรรคที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ

สำหรับปัญหาที่ดินทับซ้อนกับป่าและอุทยาน พรรคอนาคตใหม่เสนอให้ระงับข้อพิพาทและการดำเนินคดีความระหว่างรัฐและชุมชนเรื่องที่ดินทับซ้อนลงชั่วคราว เพื่อตกลงเจรจาจัดการกันใหม่ พร้อมสะสางกฎหมาย ขีดเส้นป่าใหม่ สำรวจแนวเขตพื้นที่ป่าใหม่ เมื่อขีดเส้นป่าใหม่ ก็ควรนำพื้นที่ที่ไม่เหลือสภาพเป็นป่า กลายเป็นเมืองไปแล้ว นำมาจัดสรรและออกโฉนดให้กับชาวบ้านที่ครอบครองที่ดินอยู่แล้ว

หรือจัดสรรเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้และออกเป็นโฉนดชุมชน หากการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนเสียงถล่มทลาย จะสามารถพา ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่เป็นพื่น้องชาติพันธุ์กะเหรื่ยงคือ นายมานพ คีรีภูวดล เข้าไปทำงานให้พี่น้องในเรื่องชาติพันธุ์อีกหนึ่งคนด้วย

บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ พ่อค้าแม่ขายในตลาด ประชาชนทั่วไปเข้ามาพูดคุยทักทาย ให้กำลังใจ และขอถ่ายรูปกับปิยบุตรเป็นจำนวนมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่