ภูมิธรรม ยิงคำถาม 5 ข้อถึง คสช. อัด ส.ว. ไม่โปร่งใส มีแต่คนใกล้ชิด เครือข่ายเพื่อน-พี่น้อง
https://www.matichon.co.th/politics/news_1494868
“ภูมิธรรม” กังขา ปมคัดเลือก ส.ว. ฝากคำถาม 5 ข้อ บอกอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากผู้มีอำนาจหากเคารพสิทธิของคนทั้งประเทศ
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นาย
ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า 5 คำถามที่สังคมอยากฟังคำตอบเมื่อเห็นรายชื่อ ส.ว. เมื่อเห็นรายชื่อ ส.ว. ซึ่งจะมาทำหน้าที่สำคัญมากประการหนึ่งตามรัฐธรรมนูญ คือการมีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้ตนต้องตั้งคำถามสำคัญต่อผู้มีอำนาจดังนี้
1. งบประมาณ 1300 ล้านที่ใช้ในกระบวนการเพื่อให้ได้ ส.ว. จำนวน 250 คนนั้น เอาไปทำอะไรบ้างถึงได้ใช้งบประมาณมากมายขนาดนั้น ทั้งที่ ส.ว.ที่ประกาศออกมาล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับ คณะ คสช.และรัฐบาล แทบทั้งสิ้น
2. ตามรัฐธรรมนูญได้ระบุกระบวนการขั้นตอนในการคัดสรร ส.ว. เอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งมาตรา 269 (1) กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่งซึ่ง คสช.แต่งตั้งจากผู้คุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ และมีความเป็นกลางทางการเมืองจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน มีหน้าที่ดำเนินการสรรหาบุคคลซึ่งสมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่ในทางปฏิบัติสังคมกลับมองไม่เห็นขั้นตอนดังกล่าว มีแต่ความคลุมเครือไม่ชัดเจน ไม่เคยมีคำตอบใดๆจากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวข้อง ราวกับเป็นการเลือกสรรกันอยู่ในแดนสนธยา
3. วันนี้รายชื่อ ส.ว. ประกาศรายชื่อออกมาแล้ว แต่สังคมไม่เคยรับรู้ว่า นอกจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เป็นประธานกรรมการสรรหาแล้ว มีใครเป็นคณะกรรมการสรรหาบ้าง ทั้งที่ควรต้องมีความโปร่งใสชัดเจนว่าคณะกรรมการสรรหานั้น ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีความเป็นกลางทางการเมือง แต่เราไม่เคยได้รับความกระจ่างชัดในคำถามข้อนี้เลย
นายภูมิธรรม ระบุอีกว่า
4. สำคัญที่สุดคือ ส.ว.ชุดนี้ขาดความหลากหลายของกลุ่มอาชีพ เนื่องจากมีรายชื่อของบุคคลที่เป็นทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกราชการถึงกว่า 100 คน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะมีความเข้าใจในสภาพปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร
และ 5. ในอดีตเคยวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งว่าเป็น สภาผัวเมีย แต่วันนี้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งจาก คสช. กลายเป็นสภาเครือข่ายเพื่อนพ้องน้องพี่ ซึ่งแต่งตั้งให้มาเลือกผู้มีอำนาจคนเดิมกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อสืบทอดอำนาจอีกครั้ง แทนที่จะเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากความต้องการของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งมีผลที่ชัดเจนจากการเลือกตั้ง คำถามทั้งหมดนี้ ตนเชื่อว่าทุกคนในสังคมไทยอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากผู้มีอำนาจ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเคารพและเห็นความสำคัญของสิทธิ์และเสียงของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
https://www.facebook.com/pwechayachai/posts/2337604586307372
'ปิยบุตร' ชำแหละ ส.ว. ชี้ เป็น 'ระบบผลัดกันเกา' สูญภาษีพันล้านเพื่อสืบทอดอำนาจ คสช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1494753
“ปิยบุตร” นิยาม ส.ว. เป็น “ระบบผลัดกันเกา” ใช้ภาษีพันล้านสืบทอดอำนาจ คสช. ฉะ อุกอาจ-ท้าทายประชาชน ชวนจับตา โหวต “ประยุทธ์” ขัดรัฐธรรมนูญ ม.114
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ นาย
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงถึงรายชื่อ 250 ส.ว.จากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ประเทศไทยใช้การปกครองระบบรัฐสภา มี 2 สภา ปัญหาว่าวุฒิสภาควรมาจากไหนเป็นเรื่องเรื้อรังในประวัติศาสตร์มาโดยตลอด มีการช่วงชิงกันระหว่างอำนาจจากการเลือกตั้งกับอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ผลส่วนใหญ่ ส.ว.จะมาจากการแต่งตั้ง ส.ว.เลือกตั้ง มีตอนรัฐธรรมนูญ 2540 ตามหลักการหากจะให้มี ส.ว.ที่มีอำนาจมาก ก็ต้องเลือกตั้ง หากจะให้มีอำนาจน้อยแค่กลั่นกรองกฎหมาย ที่มาอาจจะมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมหรือแต่งตั้ง เช่น ในประเทศอังกฤษ อิตาลี แต่ประเทศไทยออกแบบ ส.ว.กลับตาลปัตร ให้อำนาจมากแต่มาจากการแต่งตั้ง ต่างจากรัฐธรรมนูญ 2540 ส.ว.มีอำนาจมาก ทั้งแต่งตั้งถอดถอน แต่มาจากการเลือกตั้ง พอมาถึงรัฐธรรมนูญ 2560 ส.ว.มีอำนาจมากที่สุด และมาจากกการแต่งตั้งโดย คสช.ที่รัฐประหาร จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ส.ว.แต่งตั้งคือเครื่องมือสำคัญในการสืบทอดอำนาจของ คสช.
นาย
ปิยบุตรกล่าวว่า โรดแมปสู่ ส.ว.เพื่อการสืบทอดอำนาจ เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อมีการรัฐประหาร ต้องมีเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจคือ ส.ว.แต่งตั้ง พรรคการเมือง และรัฐธรรมนูญ เช่น ฉบับ 2492, 2511 และ 2521 เอาข้าราชการ ทหาร ตำรวจ มานั่ง ส.ว. พอมาถึงรัฐประหาร 2557 พล.อ.
ธีรชัย นาควานิช ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องการให้มี ส.ว.แต่งตั้ง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จึงตั้งคำถามพ่วงเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถามตอนประชามติ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งตนขอเรียนว่า เป็นระบบ ส.ว.ผลัดกันเกาหลังคนละทีสองที เนื่องจาก 250 ส.ว.แบ่งเป็น 3 ก้อน ได้แก่ 6 คนจากผู้นำเหล่าทัพ 50 คนจากการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ ใช้เงิน 1.3 พันล้านบาท แต่งหน้าทาปาก ให้ดูเหมือนประชาชนคัดมา ก่อนจะให้ คสช.ให้ความเห็นชอบ และ 194 คนจากการสรรหา ที่มี พล.อ.
ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และ คสช.เป็นกรรมการ ซึ่งไม่เคยเห็นชื่อเลยว่าสรรหาใครบ้าง สุดท้ายก็ให้ คสช.เป็นผู้เคาะ ส.ว.ทั้งหมด ผลที่ได้คือเป็นทหาร 93 คน ตำรวจ 14 คน ซึ่งก็คือพรรคพวกเก่าๆ คนที่เคยทำงานกับ คสช. เช่น สปช., สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งก็คือคนที่ได้รับประโยชน์โภชผลจากการยึดอำนาจ
นาย
ปิยบุตรกล่าวว่า ส.ว.บางส่วนที่ถูกแต่งตั้ง บางคนเคยเป็นมาตั้งแต่ สนช. 2549, ส.ว.สรรหา 2550, สนช. 2557 และ ส.ว.2560 หากอยู่จนครบวาระ 5 ปี หมายความว่า คนเหล่านี้ได้นั่งในสภาใช้อำนาจนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่องโดยนั่งกระดิกเท้าอยู่เฉยๆแล้วมีคนอัญเชิญให้เป็น ส.ว.เกือบ 20 ปี ได้เป็นสมาชิกสภาจากการแต่งตั้ง โดยไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ได้ใช้อำนาจนิติบัญญัติของประชาชน การเลือกตั้งที่ผ่านมา ประชาชน 51 ล้านคน เลือก ส.ส.ได้ 500 คน แต่ พล.อ.
ประยุทธ์คนเดียวได้ตั้ง ส.ว. 250 คน ส.ส.1 คนจะต้องได้ 7.1 หมื่นเสียง ก็หมายความว่า พล.อ.
ประยุทธ์คนเดียวมี 17.7 ล้านเสียง แล้วรัฐธรรมนูญเขียนว่า ส.ว.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ปัญหาคือ ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง แต่ 250 ส.ว. เป็นผู้แทนได้อย่างไร ในเมื่อปวงชนชาวไทยไม่ได้เลือก ไม่ได้แม้แต่รู้รายชื่อ ดังนั้น ส.ว.ไม่ใช่ผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่ ส.ว.เป็นผู้แทนของคสช.
นาย
ปิยบุตรกล่าวว่า มาตรา 114 ของรัฐธรรมนูญเขียนว่า ส.ส.และ ส.ว.ต้องไม่อยู่ในความผูกมัดครอบงำภายใต้อาณัติมอบหมายของใคร แล้ว ส.ว.แต่งตั้งอยู่ภายใต้อาณัติมอบหมายครอบงำโดย คสช.หรือไม่ ทั้งยังระบุด้วยว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว.ต้องไม่ขัดกันโดยผลประโยชน์ ฉะนั้น เมื่อถึงการเลือกนายกฯขอให้จับตาว่า ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. จะกลับมาเลือก พล.อ.
ประยุทธ์เป็นนายกฯหรือไม่ ถ้าใช่ จะถือว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ ในเมื่อ พล.อ.
ประยุทธ์ตั้งมา แต่วันแรกที่ใช้อำนาจกลับมาเลือก พล.อ.
ประยุทธ์เป็นนายกฯอีก จะขัดมาตรา 114 หรือไม่ รัฐประหารไม่อาจอยู่ได้ชั่วกัลปาวสาน อย่างไรก็ต้องเลือกตั้ง แต่คณะรัฐประหารต้องการอุ่นใจว่าจะกลับมาได้อีก เมื่อตั้งพรรคการเมือง ดึง ส.ส.แล้ว ยังต้องมีอาวุธสำคัญคือวุฒิสภา เป็นกลไกสืบทอดอำนาจโดยงบประมาณแผ่นดินมหาศาล เพื่อแต่งหน้าทาปาก เอาวงวานว่านเครือ วงศาคณาญาติของ คสช.
“ปรากฏการณ์แบบนี้ต้องเรียกว่า อุกอาจและท้าทายอำนาจประชาชนมาก เหมือนบอกว่าพวกอั๊วจะเอาแบบนี้ จึงขอเรียกร้องให้ ส.ว.เคารพประชาชน อายประชาชนบ้าง รัฐธรรมนูญทุกฉบับบอกว่า ประชาชนทุกคนที่ช่วยทำมาหากินเสียภาษีเป็นเจ้าของอำนาจ แต่กลับเอาภาษีมาให้คนสืบทอดอำนาจ อยากให้คนไทยที่จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้ ส.ว.พวกนี้ ร่วมกันส่งเสียงออกไปดังๆ ให้ ส.ว. 250 คน ให้การใช้อำนาจหน้าที่ครั้งแรกในสภาไปในทางที่หยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. ต้องไม่ลืมว่าวันนี้ได้เป็น ส.ว.แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีอำนาจกดดันคุณได้อีกแล้ว ดังนั้นจงใช้อำนาจหน้าที่ของคุณเพื่อพิสูจน์ว่า คุณเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ผู้แทน คสช. จะใช้อำนาจโดยไม่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 114” นาย
ปิยบุตรกล่าว
เมื่อถามว่า หาก ส.ว.อ้างว่าโหวต พล.อ.
ประยุทธ์โดยใช้วิจารณญาณ ไม่ถูกครอบงำ นาย
ปิยบุตรกล่าวว่า พล.อ.
ประยุทธ์ตั้ง แล้วไปเลือก พล.อ.
ประยุทธ์ ถามว่าขัดกันหรือไม่ วันนี้ทุกคนปรามาสเต็มไปหมด วันนั้นก็ควรแสดงให้ประจักษ์ ทั้งนี้ รายชื่อ 250 ส.ว. ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปตามคาดหมายหรือไม่ตามคาดหมาย แต่เป็นเรื่องผิดปกติ ที่ไม่ควรมีเลย ไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ
JJNY : 4in1 ภูมิธรรมยิงคำถามถึงคสช./ปิยบุตรชำแหละส.ว./วงเสวนาชี้ส่อเค้าเลือกตั้งใหม่/พบ1ใน250ส.ว. เคยถูกไล่ออก-ต้องโทษ
https://www.matichon.co.th/politics/news_1494868
“ภูมิธรรม” กังขา ปมคัดเลือก ส.ว. ฝากคำถาม 5 ข้อ บอกอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากผู้มีอำนาจหากเคารพสิทธิของคนทั้งประเทศ
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า 5 คำถามที่สังคมอยากฟังคำตอบเมื่อเห็นรายชื่อ ส.ว. เมื่อเห็นรายชื่อ ส.ว. ซึ่งจะมาทำหน้าที่สำคัญมากประการหนึ่งตามรัฐธรรมนูญ คือการมีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้ตนต้องตั้งคำถามสำคัญต่อผู้มีอำนาจดังนี้
1. งบประมาณ 1300 ล้านที่ใช้ในกระบวนการเพื่อให้ได้ ส.ว. จำนวน 250 คนนั้น เอาไปทำอะไรบ้างถึงได้ใช้งบประมาณมากมายขนาดนั้น ทั้งที่ ส.ว.ที่ประกาศออกมาล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับ คณะ คสช.และรัฐบาล แทบทั้งสิ้น
2. ตามรัฐธรรมนูญได้ระบุกระบวนการขั้นตอนในการคัดสรร ส.ว. เอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งมาตรา 269 (1) กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่งซึ่ง คสช.แต่งตั้งจากผู้คุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ และมีความเป็นกลางทางการเมืองจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน มีหน้าที่ดำเนินการสรรหาบุคคลซึ่งสมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่ในทางปฏิบัติสังคมกลับมองไม่เห็นขั้นตอนดังกล่าว มีแต่ความคลุมเครือไม่ชัดเจน ไม่เคยมีคำตอบใดๆจากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวข้อง ราวกับเป็นการเลือกสรรกันอยู่ในแดนสนธยา
3. วันนี้รายชื่อ ส.ว. ประกาศรายชื่อออกมาแล้ว แต่สังคมไม่เคยรับรู้ว่า นอกจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เป็นประธานกรรมการสรรหาแล้ว มีใครเป็นคณะกรรมการสรรหาบ้าง ทั้งที่ควรต้องมีความโปร่งใสชัดเจนว่าคณะกรรมการสรรหานั้น ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีความเป็นกลางทางการเมือง แต่เราไม่เคยได้รับความกระจ่างชัดในคำถามข้อนี้เลย
นายภูมิธรรม ระบุอีกว่า
4. สำคัญที่สุดคือ ส.ว.ชุดนี้ขาดความหลากหลายของกลุ่มอาชีพ เนื่องจากมีรายชื่อของบุคคลที่เป็นทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกราชการถึงกว่า 100 คน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะมีความเข้าใจในสภาพปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร
และ 5. ในอดีตเคยวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งว่าเป็น สภาผัวเมีย แต่วันนี้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งจาก คสช. กลายเป็นสภาเครือข่ายเพื่อนพ้องน้องพี่ ซึ่งแต่งตั้งให้มาเลือกผู้มีอำนาจคนเดิมกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อสืบทอดอำนาจอีกครั้ง แทนที่จะเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากความต้องการของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งมีผลที่ชัดเจนจากการเลือกตั้ง คำถามทั้งหมดนี้ ตนเชื่อว่าทุกคนในสังคมไทยอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากผู้มีอำนาจ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเคารพและเห็นความสำคัญของสิทธิ์และเสียงของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
https://www.facebook.com/pwechayachai/posts/2337604586307372
'ปิยบุตร' ชำแหละ ส.ว. ชี้ เป็น 'ระบบผลัดกันเกา' สูญภาษีพันล้านเพื่อสืบทอดอำนาจ คสช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1494753
“ปิยบุตร” นิยาม ส.ว. เป็น “ระบบผลัดกันเกา” ใช้ภาษีพันล้านสืบทอดอำนาจ คสช. ฉะ อุกอาจ-ท้าทายประชาชน ชวนจับตา โหวต “ประยุทธ์” ขัดรัฐธรรมนูญ ม.114
เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงถึงรายชื่อ 250 ส.ว.จากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ประเทศไทยใช้การปกครองระบบรัฐสภา มี 2 สภา ปัญหาว่าวุฒิสภาควรมาจากไหนเป็นเรื่องเรื้อรังในประวัติศาสตร์มาโดยตลอด มีการช่วงชิงกันระหว่างอำนาจจากการเลือกตั้งกับอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ผลส่วนใหญ่ ส.ว.จะมาจากการแต่งตั้ง ส.ว.เลือกตั้ง มีตอนรัฐธรรมนูญ 2540 ตามหลักการหากจะให้มี ส.ว.ที่มีอำนาจมาก ก็ต้องเลือกตั้ง หากจะให้มีอำนาจน้อยแค่กลั่นกรองกฎหมาย ที่มาอาจจะมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมหรือแต่งตั้ง เช่น ในประเทศอังกฤษ อิตาลี แต่ประเทศไทยออกแบบ ส.ว.กลับตาลปัตร ให้อำนาจมากแต่มาจากการแต่งตั้ง ต่างจากรัฐธรรมนูญ 2540 ส.ว.มีอำนาจมาก ทั้งแต่งตั้งถอดถอน แต่มาจากการเลือกตั้ง พอมาถึงรัฐธรรมนูญ 2560 ส.ว.มีอำนาจมากที่สุด และมาจากกการแต่งตั้งโดย คสช.ที่รัฐประหาร จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ส.ว.แต่งตั้งคือเครื่องมือสำคัญในการสืบทอดอำนาจของ คสช.
นายปิยบุตรกล่าวว่า โรดแมปสู่ ส.ว.เพื่อการสืบทอดอำนาจ เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อมีการรัฐประหาร ต้องมีเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจคือ ส.ว.แต่งตั้ง พรรคการเมือง และรัฐธรรมนูญ เช่น ฉบับ 2492, 2511 และ 2521 เอาข้าราชการ ทหาร ตำรวจ มานั่ง ส.ว. พอมาถึงรัฐประหาร 2557 พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องการให้มี ส.ว.แต่งตั้ง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จึงตั้งคำถามพ่วงเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถามตอนประชามติ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งตนขอเรียนว่า เป็นระบบ ส.ว.ผลัดกันเกาหลังคนละทีสองที เนื่องจาก 250 ส.ว.แบ่งเป็น 3 ก้อน ได้แก่ 6 คนจากผู้นำเหล่าทัพ 50 คนจากการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ ใช้เงิน 1.3 พันล้านบาท แต่งหน้าทาปาก ให้ดูเหมือนประชาชนคัดมา ก่อนจะให้ คสช.ให้ความเห็นชอบ และ 194 คนจากการสรรหา ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และ คสช.เป็นกรรมการ ซึ่งไม่เคยเห็นชื่อเลยว่าสรรหาใครบ้าง สุดท้ายก็ให้ คสช.เป็นผู้เคาะ ส.ว.ทั้งหมด ผลที่ได้คือเป็นทหาร 93 คน ตำรวจ 14 คน ซึ่งก็คือพรรคพวกเก่าๆ คนที่เคยทำงานกับ คสช. เช่น สปช., สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งก็คือคนที่ได้รับประโยชน์โภชผลจากการยึดอำนาจ
นายปิยบุตรกล่าวว่า ส.ว.บางส่วนที่ถูกแต่งตั้ง บางคนเคยเป็นมาตั้งแต่ สนช. 2549, ส.ว.สรรหา 2550, สนช. 2557 และ ส.ว.2560 หากอยู่จนครบวาระ 5 ปี หมายความว่า คนเหล่านี้ได้นั่งในสภาใช้อำนาจนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่องโดยนั่งกระดิกเท้าอยู่เฉยๆแล้วมีคนอัญเชิญให้เป็น ส.ว.เกือบ 20 ปี ได้เป็นสมาชิกสภาจากการแต่งตั้ง โดยไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ได้ใช้อำนาจนิติบัญญัติของประชาชน การเลือกตั้งที่ผ่านมา ประชาชน 51 ล้านคน เลือก ส.ส.ได้ 500 คน แต่ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียวได้ตั้ง ส.ว. 250 คน ส.ส.1 คนจะต้องได้ 7.1 หมื่นเสียง ก็หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์คนเดียวมี 17.7 ล้านเสียง แล้วรัฐธรรมนูญเขียนว่า ส.ว.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ปัญหาคือ ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง แต่ 250 ส.ว. เป็นผู้แทนได้อย่างไร ในเมื่อปวงชนชาวไทยไม่ได้เลือก ไม่ได้แม้แต่รู้รายชื่อ ดังนั้น ส.ว.ไม่ใช่ผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่ ส.ว.เป็นผู้แทนของคสช.
นายปิยบุตรกล่าวว่า มาตรา 114 ของรัฐธรรมนูญเขียนว่า ส.ส.และ ส.ว.ต้องไม่อยู่ในความผูกมัดครอบงำภายใต้อาณัติมอบหมายของใคร แล้ว ส.ว.แต่งตั้งอยู่ภายใต้อาณัติมอบหมายครอบงำโดย คสช.หรือไม่ ทั้งยังระบุด้วยว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว.ต้องไม่ขัดกันโดยผลประโยชน์ ฉะนั้น เมื่อถึงการเลือกนายกฯขอให้จับตาว่า ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. จะกลับมาเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหรือไม่ ถ้าใช่ จะถือว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งมา แต่วันแรกที่ใช้อำนาจกลับมาเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีก จะขัดมาตรา 114 หรือไม่ รัฐประหารไม่อาจอยู่ได้ชั่วกัลปาวสาน อย่างไรก็ต้องเลือกตั้ง แต่คณะรัฐประหารต้องการอุ่นใจว่าจะกลับมาได้อีก เมื่อตั้งพรรคการเมือง ดึง ส.ส.แล้ว ยังต้องมีอาวุธสำคัญคือวุฒิสภา เป็นกลไกสืบทอดอำนาจโดยงบประมาณแผ่นดินมหาศาล เพื่อแต่งหน้าทาปาก เอาวงวานว่านเครือ วงศาคณาญาติของ คสช.
“ปรากฏการณ์แบบนี้ต้องเรียกว่า อุกอาจและท้าทายอำนาจประชาชนมาก เหมือนบอกว่าพวกอั๊วจะเอาแบบนี้ จึงขอเรียกร้องให้ ส.ว.เคารพประชาชน อายประชาชนบ้าง รัฐธรรมนูญทุกฉบับบอกว่า ประชาชนทุกคนที่ช่วยทำมาหากินเสียภาษีเป็นเจ้าของอำนาจ แต่กลับเอาภาษีมาให้คนสืบทอดอำนาจ อยากให้คนไทยที่จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้ ส.ว.พวกนี้ ร่วมกันส่งเสียงออกไปดังๆ ให้ ส.ว. 250 คน ให้การใช้อำนาจหน้าที่ครั้งแรกในสภาไปในทางที่หยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. ต้องไม่ลืมว่าวันนี้ได้เป็น ส.ว.แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีอำนาจกดดันคุณได้อีกแล้ว ดังนั้นจงใช้อำนาจหน้าที่ของคุณเพื่อพิสูจน์ว่า คุณเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ผู้แทน คสช. จะใช้อำนาจโดยไม่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 114” นายปิยบุตรกล่าว
เมื่อถามว่า หาก ส.ว.อ้างว่าโหวต พล.อ.ประยุทธ์โดยใช้วิจารณญาณ ไม่ถูกครอบงำ นายปิยบุตรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ตั้ง แล้วไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ถามว่าขัดกันหรือไม่ วันนี้ทุกคนปรามาสเต็มไปหมด วันนั้นก็ควรแสดงให้ประจักษ์ ทั้งนี้ รายชื่อ 250 ส.ว. ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปตามคาดหมายหรือไม่ตามคาดหมาย แต่เป็นเรื่องผิดปกติ ที่ไม่ควรมีเลย ไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง เพราะเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ