ผมกับเขา เราคบกันเมื่อตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย สมัยนั้นปี2556 ผมเพิ่งเข้าปี1 ส่วนเขาอยู่ปี3 เป็นรุ่นพี่ผม(เรียนสาขาเดียวกัน) ตลอดเวลาที่คบกัน ตัวผมไม่เคยนอกลู่นอกทาง ผมพยายามเข้าใจในความเป็นผู้หญิง เพราะเขาเป็นแฟนคนแรกของผม ส่วนอุปสรรคที่เจอในสมัยเรียนนั่นคือ สังคมเพื่อน ส่วนตัวผมเองผมมีเพื่อนมหาลัยน้อยผมจึงไม่ซีเรียส ส่วนตัวเขาเขามีสังคมเพื่อนเยอะมากเพราะเขาเป็นคนเฟรนลี่ ในรุ่นเขามีผู้หญิงทั้งหมด7คน นอกนั้นผู้ชายหมด การเล่นกันอะไรกันค่อนข้างถึงเนื้อถึงตัว ผมไม่ชอบและเวลาผมไม่ชอบ ผมจะแสดงสีหน้าอาการออกมา ทำให้ต่อมาเพื่อนก็ไม่ค่อยเข้าหาเขา และเหตุผลสำคัญ สังคมมหาลัยจะเป็นสังคมที่มีการเที่ยวกลางคืน ตอนคบกันผมก็บอกกับเขาว่าไม่อยากให้ไป ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นการบังคับเขาหรือป่าว แต่เขาก็เลิกเที่ยวตามที่ผมขอ เพราะตัวผมเองผมก็ไม่นิยมเที่ยวกลางคืนแม้ว่าผมเพิ่งจะใช้ชีวิตแบบสังคมมหาลัยก็ตาม เราก็คบกันมาตลอด
แต่อุปสรรคใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาที่คบกัน
คือ ครอบครัว ครอบครัวผม ไม่ว่าผมจะคุยอะไรกับใคร หรือคบกับใครผมคุยให้ที่บ้านฟังตลอด แต่สำหรับครอบครัวเขา ไม่ใช่ ตลอดเวลาที่เราคบกันที่บ้านเขาไม่รู้เลยว่าเขามีแฟน เขาเป็นลูกคนสุดท้องมีพี่ชายและพี่สาว ผมรู้สึกไม่เข้าใจในเหตุผลของเขา ว่าทำไมถึงไม่บอกกับที่บ้าน ก่อนที่เขาจะเรียนจบ มีเหตุให้ผมได้เจอกับที่บ้านเขาแต่เจอกันที่มหาลัย เพราะที่บ้านเขารู้ว่าผมมีอะไรกันกับเขาแล้ว แต่รู้แค่เฉพาะพี่ชายกับพี่สาว ส่วนเตี่ยและแม่ของเขาไม่รู้ พี่ชายและพี่สาวเขาคงจะโกรธผมมาก คงจะอยากชกหน้าผม ที่ผมไปมีอะไรกับน้องสาวเขา ผมก็สารภาพตรงๆกับพี่ชายเขาว่าผมทำอะไรน้องสาวเขาบ้าง ทีนี้ผมก็ได้คุยกับแม่เขา แม่เขาขอผมว่า ขอให้ลูกเขาเรียนจบก่อนนะ ผมก็ได้แค่รับปาก และมีคำถามมากมายและอยากจะเถียงเอามากๆว่า เราคบกันเราไม่ได้ทำอะไรให้เสียการเรียนเลย ผมส่งเสริม สนับสนุนเขาตลอด ผมคอยช่วยเหลือเขาด้วยความเต็มใจทุกครั้ง แต่ก็ต้องเงียบด้วยความเป็นเด็กอายุ20 ในสมัยนั้น
ผมไม่มีปัญหาอะไรกับเขาหลังจากที่ผมเจอครอบครัวเขา เราทั้งคู่ก็แอบคบกันเหมือนเดิม โดยที่ผมก็รู้สึกอยากคบกันแบบเปิดเผย ไปมาหาสู่กันได้ โดยผมคิดว่า ผมต้องอดทนรอในวันที่เขาเรียนจบ
จนถึงวันที่เขาเรียนจบ เราก็ไม่ได้เจอกันเลย ได้คุยแต่ไลน์และผมไม่สามารถโทรไปหาเขาได้ เพราะเขาอยู่บ้าน ผมมีหน้าที่รอรับโทรศัพท์ได้อย่างเดียวโดยที่ไม่รู้ว่าเขาจะโทรหาได้ตอนไหน ไม่ได้เจอกันเกือบ 4-5เดือน จนวันที่เขามาซ้อมรับปริญญา ผมได้ทำของขวัญแฮนเมดที่ผมทำขึ้นเพื่อจะแสดงความยินดีกับเขา ผมอยากไปเจอเขามาก แต่เขามากับครอบครัวเขา ผมก็ไปหาไม่ได้เพราะเขาบอกว่าไปไม่ได้อยู่กับที่บ้าน ทันใดนั้นน้ำตาผมไหลอัตโนมัตินอนร้องไห้อยู่ที่หอใน ผมก็พยายามหาโอกาสที่จะได้เจอเขา สุดท้ายก็ได้เจอได้ถ่ายรูปด้วยกัน รูปผมตาบวมมาก ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขารู้มั้ยว่าผมร้องไห้ แต่ตอนที่ได้เจอผมดีใจมาก แต่..ของขวัญผมก็ไม่มีโอกาสได้ให้เขา สุดท้ายก็ได้เจอกันไม่ถึง5นาที แต่มันก็มีค่ามากๆสำหรับผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมต้องรอไปถึงเมื่อไหร่ในวันที่ผมกับเขา เราจะคบกันได้อย่างเปิดเผย ตอนนี้ผมปี 3 แล้ว มันเป็นคำถามที่อยู่ในหัวผมตลอดเวลา ว่าผมต้องอดทนรอไปถึงเมื่อไหร่ จนครบ1 ปี ที่ผมกับเขาไม่ได้เจอกันเลย ผมไม่มีปัญหาอะไรกับเขาเลยในความรู้สึกที่มีให้กัน แต่ถึงตอนนี้ผมเริ่มไม่โอเคแล้วครับกับสิ่งที่ต้องอดทนรอโดยไม่มีปลายทางว่าต้องรอถึงเมื่อไหร่ สุดท้ายทางออกข้างปัญหา ผมก็ตัดสินใจไปคุยกับผู้หญิงอื่น เขาจับได้ เขาก็บอกเลิก ผมก็ยื้อไม่ยอมเลิก ผมก็บอกรักเขา สารภาพผิดกับเขา แต่ผมก็ไม่ได้บอกเหตุผลจริงๆของผมไปว่า ผมไม่โอเคกับเหตุผลของเขาที่ทำให้เราไม่ได้เจอกันเป็นปีๆ ตอนนั้นเขามาทำงานที่กรุงเทพแล้วแต่ก็ยังอยู่กับพี่สาวเขา ผมนอกใจเธอครั้งแรก เดือนมกราคม ปี 2559 แต่ผมก็ง้อเธอสำเร็จ แต่ไม่ใช่ในสถานะคบกัน โดนลดสถานะมาเป็นคนคุย
ผมก็บ่นตลอดว่าอยากเจอ มีโอกาสจะได้เจอกันมั้ยจะไปหา สุดท้ายก็ไม่มีเราก็ได้แค่คุยกันในไลน์ โทรได้บางครั้ง เป็นเวลาต่อโปรอีก 6 เดือน จนมาถึงเดือนกรกฏาคม ครับอีกประมาณ 7 เดือน ที่เราคุยกันโดยไม่มีสถานะในเฟซ จนมาเกิดความรู้สึกว่าไม่โอเคอีกแล้ว ในครั้งนี้ผมอยากเลิกแล้วจริงๆ ความรู้สึกผมคือผมรักเขามาก แต่ผมไม่ไหวกับการรอ แต่จะบอกเธอตรงๆว่าผมไม่โอเคด้วยเหตุผลนี้นะ ว่าผมอึดอัดทำไมเราต้องไม่ได้เจอกันด้วยเพราะที่บ้านไม่ปล่อยเธอแบบนี้หรอ ผมก็ไม่กล้าพูดตรงๆ ผมก็เลยตัดสินใจนอกใจเธอเป็นครั้งที่2 ครั้งนี้ผมตั้งใจคุยกับผู้หญิงคนอื่น ตั้งใจให้เขาจับได้ พอเขาจับได้เขาจะได้เลิกกันกับผม แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ผมคิด เขาจับได้ แต่เขาไม่เลิก ผมบอกผมอยากเลิก เขายื้อผม จนผมตัดสินใจพูดคำว่า "เราไม่ได้รักเธอแล้ว" จริงๆไม่อยากพูดคำนี้เลย เหมือนทำร้ายเขา2เท่า สุดท้าย เขาก็ยอมเลิก สุดท้ายผมก็อยู่กับความรู้สึกผิด 2เดือนให้หลัง ผมทักไปหาเธอ ไปขอโทษเธอ ตอนนั้นเพิ่งเปิดทอมปี 4 ผมคิดว่าอีกปีเดียวผมก็ได้ทำงานแล้ว เอาวะลองอีกสักตั้ง ที่นี้ เขาไม่ให้โอกาสผมแล้ว เขาเป็นคนพูดจริงทำจริง บล็อคทุกอย่าง ผมติดต่ออะไรไม่ได้เลย เบอร์ที่โทรไปเขาก็ตัดสายทิ้ง สุดท้ายผมก็ทำได้แต่ส่งข้อความ SMS ไปหาเขา นานๆเขาจะตอบกลับมาสักทีนึง ผมทำอย่างนี้ เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่เขาจะตอบกลับมา เหมือนเขาจะให้โอกาสผมอีกครั้ง เหมือนผมมีความหวัง จนผมเรียนจบปี 4 ผมก็ได้ตัดสินใจส่งของแฮนเมดที่ผมทำขึ้นที่ตั้งใจจะให้เขาเมื่อตอนที่เขาเรียนจบ ส่งไปที่บ้านเขา(ผมแอบสืบที่อยู่เขา) แต่ตัวเขาทำงานอยู่กรุงเทพ พอตั้งแต่ผมส่งของขวัญไป เขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ด่าผมเสียๆหายๆ ผมก็มานั่งคุ่นคิดว่าเป็นเพราะอะไร ผมคิดออกว่า แฮนเมดที่ผมทำ มันเป็นรูปถ่ายคู่กันตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน นั่นคงหมายความว่า เตี่ยกับแม่เขาคงรู้แล้วว่า ผมมีอะไรกับลูกสาวเขา ผมทำร้ายเธออีกแล้ว ในเดือน พฤษภาคม 2560 ผมก็หมดโอกาสแล้วหล่ะ
ผมก็ได้มาทำงานที่ชลบุรี ผมติดตามข่าวสารเขาตลอดว่าอยู่ไหนทำอะไรอยู่ ผมได้ส่งข้อความหาเธออีกครั้ง ครั้งนี้เธอตอบกลับมาว่า เลิกยุ่งกันสักทีมีแฟนใหม่แล้ว แล้วเตี่ยกับแม่ก็รู้และรักแฟนเหมือนลูกคนหนึ่ง (วาจาเขาค่อนข้างรุนแรง ผมใช้คำซอฟต์นิดนึง) ผมก็เลยเลิกติดต่อเขาตั้งแต่นั้นมา ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะมีแฟนใหม่หรอกเพราะที่บ้านเขาไม่ปล่อย ผมก็คิดถึงเขา ผมลองเปิดใจไปคุยกับคนใหม่สุดท้ายก็ไม่ใช่ ผมก็เลิกคุย ผมก็ลองคุยมาแล้วหลายคนสุดท้ายผมก็นึกถึงเขาตลอด เพราะเขาเป็นกำลังใจเดียวที่ผมนึกถึงแล้วทำให้ผมยิ้มได้ทุกครั้ง
จนกระทั่ง วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ผมได้รู้ว่าเธอทำงานที่ไหน แต่เธอก็อยู่กับพี่สาวเหมือนเดิม แต่ที่แน่ๆ ผมมั่นใจว่าเธอยังไม่มีแฟนใหม่
ผมเขียนมาเป็นชั่วโมงแล้วครับเนี้ย 555 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากเรื่องจริงที่ผมเป็นคนสร้างเอง ผมอยากอ่านความเห็นทุกๆคนว่า ผมควรทำยังไงต่อไปดี
1.เก็บเรื่องราวดีๆที่เคยทำร่วมกัน ใส่หีบแล้วล็อคกุญแจ แล้วเริ่มใหม่
2.พยายามขอโอกาสอีกสักครั้ง และพิสูจน์ตัวเองให้ที่บ้านเขารับรู้
หรือ...
ขอบคุณครับ
ความเป็นไปได้ที่แฟนที่เลิกกันไปแล้ว จะให้โอกาสผมอีกครั้ง แล้วกลับมาคบกันใหม่ :)
แต่อุปสรรคใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาที่คบกัน
คือ ครอบครัว ครอบครัวผม ไม่ว่าผมจะคุยอะไรกับใคร หรือคบกับใครผมคุยให้ที่บ้านฟังตลอด แต่สำหรับครอบครัวเขา ไม่ใช่ ตลอดเวลาที่เราคบกันที่บ้านเขาไม่รู้เลยว่าเขามีแฟน เขาเป็นลูกคนสุดท้องมีพี่ชายและพี่สาว ผมรู้สึกไม่เข้าใจในเหตุผลของเขา ว่าทำไมถึงไม่บอกกับที่บ้าน ก่อนที่เขาจะเรียนจบ มีเหตุให้ผมได้เจอกับที่บ้านเขาแต่เจอกันที่มหาลัย เพราะที่บ้านเขารู้ว่าผมมีอะไรกันกับเขาแล้ว แต่รู้แค่เฉพาะพี่ชายกับพี่สาว ส่วนเตี่ยและแม่ของเขาไม่รู้ พี่ชายและพี่สาวเขาคงจะโกรธผมมาก คงจะอยากชกหน้าผม ที่ผมไปมีอะไรกับน้องสาวเขา ผมก็สารภาพตรงๆกับพี่ชายเขาว่าผมทำอะไรน้องสาวเขาบ้าง ทีนี้ผมก็ได้คุยกับแม่เขา แม่เขาขอผมว่า ขอให้ลูกเขาเรียนจบก่อนนะ ผมก็ได้แค่รับปาก และมีคำถามมากมายและอยากจะเถียงเอามากๆว่า เราคบกันเราไม่ได้ทำอะไรให้เสียการเรียนเลย ผมส่งเสริม สนับสนุนเขาตลอด ผมคอยช่วยเหลือเขาด้วยความเต็มใจทุกครั้ง แต่ก็ต้องเงียบด้วยความเป็นเด็กอายุ20 ในสมัยนั้น
ผมไม่มีปัญหาอะไรกับเขาหลังจากที่ผมเจอครอบครัวเขา เราทั้งคู่ก็แอบคบกันเหมือนเดิม โดยที่ผมก็รู้สึกอยากคบกันแบบเปิดเผย ไปมาหาสู่กันได้ โดยผมคิดว่า ผมต้องอดทนรอในวันที่เขาเรียนจบ
จนถึงวันที่เขาเรียนจบ เราก็ไม่ได้เจอกันเลย ได้คุยแต่ไลน์และผมไม่สามารถโทรไปหาเขาได้ เพราะเขาอยู่บ้าน ผมมีหน้าที่รอรับโทรศัพท์ได้อย่างเดียวโดยที่ไม่รู้ว่าเขาจะโทรหาได้ตอนไหน ไม่ได้เจอกันเกือบ 4-5เดือน จนวันที่เขามาซ้อมรับปริญญา ผมได้ทำของขวัญแฮนเมดที่ผมทำขึ้นเพื่อจะแสดงความยินดีกับเขา ผมอยากไปเจอเขามาก แต่เขามากับครอบครัวเขา ผมก็ไปหาไม่ได้เพราะเขาบอกว่าไปไม่ได้อยู่กับที่บ้าน ทันใดนั้นน้ำตาผมไหลอัตโนมัตินอนร้องไห้อยู่ที่หอใน ผมก็พยายามหาโอกาสที่จะได้เจอเขา สุดท้ายก็ได้เจอได้ถ่ายรูปด้วยกัน รูปผมตาบวมมาก ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขารู้มั้ยว่าผมร้องไห้ แต่ตอนที่ได้เจอผมดีใจมาก แต่..ของขวัญผมก็ไม่มีโอกาสได้ให้เขา สุดท้ายก็ได้เจอกันไม่ถึง5นาที แต่มันก็มีค่ามากๆสำหรับผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมต้องรอไปถึงเมื่อไหร่ในวันที่ผมกับเขา เราจะคบกันได้อย่างเปิดเผย ตอนนี้ผมปี 3 แล้ว มันเป็นคำถามที่อยู่ในหัวผมตลอดเวลา ว่าผมต้องอดทนรอไปถึงเมื่อไหร่ จนครบ1 ปี ที่ผมกับเขาไม่ได้เจอกันเลย ผมไม่มีปัญหาอะไรกับเขาเลยในความรู้สึกที่มีให้กัน แต่ถึงตอนนี้ผมเริ่มไม่โอเคแล้วครับกับสิ่งที่ต้องอดทนรอโดยไม่มีปลายทางว่าต้องรอถึงเมื่อไหร่ สุดท้ายทางออกข้างปัญหา ผมก็ตัดสินใจไปคุยกับผู้หญิงอื่น เขาจับได้ เขาก็บอกเลิก ผมก็ยื้อไม่ยอมเลิก ผมก็บอกรักเขา สารภาพผิดกับเขา แต่ผมก็ไม่ได้บอกเหตุผลจริงๆของผมไปว่า ผมไม่โอเคกับเหตุผลของเขาที่ทำให้เราไม่ได้เจอกันเป็นปีๆ ตอนนั้นเขามาทำงานที่กรุงเทพแล้วแต่ก็ยังอยู่กับพี่สาวเขา ผมนอกใจเธอครั้งแรก เดือนมกราคม ปี 2559 แต่ผมก็ง้อเธอสำเร็จ แต่ไม่ใช่ในสถานะคบกัน โดนลดสถานะมาเป็นคนคุย
ผมก็บ่นตลอดว่าอยากเจอ มีโอกาสจะได้เจอกันมั้ยจะไปหา สุดท้ายก็ไม่มีเราก็ได้แค่คุยกันในไลน์ โทรได้บางครั้ง เป็นเวลาต่อโปรอีก 6 เดือน จนมาถึงเดือนกรกฏาคม ครับอีกประมาณ 7 เดือน ที่เราคุยกันโดยไม่มีสถานะในเฟซ จนมาเกิดความรู้สึกว่าไม่โอเคอีกแล้ว ในครั้งนี้ผมอยากเลิกแล้วจริงๆ ความรู้สึกผมคือผมรักเขามาก แต่ผมไม่ไหวกับการรอ แต่จะบอกเธอตรงๆว่าผมไม่โอเคด้วยเหตุผลนี้นะ ว่าผมอึดอัดทำไมเราต้องไม่ได้เจอกันด้วยเพราะที่บ้านไม่ปล่อยเธอแบบนี้หรอ ผมก็ไม่กล้าพูดตรงๆ ผมก็เลยตัดสินใจนอกใจเธอเป็นครั้งที่2 ครั้งนี้ผมตั้งใจคุยกับผู้หญิงคนอื่น ตั้งใจให้เขาจับได้ พอเขาจับได้เขาจะได้เลิกกันกับผม แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ผมคิด เขาจับได้ แต่เขาไม่เลิก ผมบอกผมอยากเลิก เขายื้อผม จนผมตัดสินใจพูดคำว่า "เราไม่ได้รักเธอแล้ว" จริงๆไม่อยากพูดคำนี้เลย เหมือนทำร้ายเขา2เท่า สุดท้าย เขาก็ยอมเลิก สุดท้ายผมก็อยู่กับความรู้สึกผิด 2เดือนให้หลัง ผมทักไปหาเธอ ไปขอโทษเธอ ตอนนั้นเพิ่งเปิดทอมปี 4 ผมคิดว่าอีกปีเดียวผมก็ได้ทำงานแล้ว เอาวะลองอีกสักตั้ง ที่นี้ เขาไม่ให้โอกาสผมแล้ว เขาเป็นคนพูดจริงทำจริง บล็อคทุกอย่าง ผมติดต่ออะไรไม่ได้เลย เบอร์ที่โทรไปเขาก็ตัดสายทิ้ง สุดท้ายผมก็ทำได้แต่ส่งข้อความ SMS ไปหาเขา นานๆเขาจะตอบกลับมาสักทีนึง ผมทำอย่างนี้ เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่เขาจะตอบกลับมา เหมือนเขาจะให้โอกาสผมอีกครั้ง เหมือนผมมีความหวัง จนผมเรียนจบปี 4 ผมก็ได้ตัดสินใจส่งของแฮนเมดที่ผมทำขึ้นที่ตั้งใจจะให้เขาเมื่อตอนที่เขาเรียนจบ ส่งไปที่บ้านเขา(ผมแอบสืบที่อยู่เขา) แต่ตัวเขาทำงานอยู่กรุงเทพ พอตั้งแต่ผมส่งของขวัญไป เขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ด่าผมเสียๆหายๆ ผมก็มานั่งคุ่นคิดว่าเป็นเพราะอะไร ผมคิดออกว่า แฮนเมดที่ผมทำ มันเป็นรูปถ่ายคู่กันตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน นั่นคงหมายความว่า เตี่ยกับแม่เขาคงรู้แล้วว่า ผมมีอะไรกับลูกสาวเขา ผมทำร้ายเธออีกแล้ว ในเดือน พฤษภาคม 2560 ผมก็หมดโอกาสแล้วหล่ะ
ผมก็ได้มาทำงานที่ชลบุรี ผมติดตามข่าวสารเขาตลอดว่าอยู่ไหนทำอะไรอยู่ ผมได้ส่งข้อความหาเธออีกครั้ง ครั้งนี้เธอตอบกลับมาว่า เลิกยุ่งกันสักทีมีแฟนใหม่แล้ว แล้วเตี่ยกับแม่ก็รู้และรักแฟนเหมือนลูกคนหนึ่ง (วาจาเขาค่อนข้างรุนแรง ผมใช้คำซอฟต์นิดนึง) ผมก็เลยเลิกติดต่อเขาตั้งแต่นั้นมา ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะมีแฟนใหม่หรอกเพราะที่บ้านเขาไม่ปล่อย ผมก็คิดถึงเขา ผมลองเปิดใจไปคุยกับคนใหม่สุดท้ายก็ไม่ใช่ ผมก็เลิกคุย ผมก็ลองคุยมาแล้วหลายคนสุดท้ายผมก็นึกถึงเขาตลอด เพราะเขาเป็นกำลังใจเดียวที่ผมนึกถึงแล้วทำให้ผมยิ้มได้ทุกครั้ง
จนกระทั่ง วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 ผมได้รู้ว่าเธอทำงานที่ไหน แต่เธอก็อยู่กับพี่สาวเหมือนเดิม แต่ที่แน่ๆ ผมมั่นใจว่าเธอยังไม่มีแฟนใหม่
ผมเขียนมาเป็นชั่วโมงแล้วครับเนี้ย 555 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากเรื่องจริงที่ผมเป็นคนสร้างเอง ผมอยากอ่านความเห็นทุกๆคนว่า ผมควรทำยังไงต่อไปดี
1.เก็บเรื่องราวดีๆที่เคยทำร่วมกัน ใส่หีบแล้วล็อคกุญแจ แล้วเริ่มใหม่
2.พยายามขอโอกาสอีกสักครั้ง และพิสูจน์ตัวเองให้ที่บ้านเขารับรู้
หรือ...
ขอบคุณครับ