เรื่องมีอยู่ว่า...ตอนนี้ผมและแฟนที่คบอยู่อายุจะ30แล้วครับ แม่เค้าอยากให้แต่งงาน แต่ผมยังไม่มีกำลังสร้าง
ขอเท้าก่อน...เรื่องผมกับแฟนคนนี้เกิดเมื่อเดือน ธันวาคม 2552 ตอนนั้นผมยังเรียน ปวส.ปีสุดท้ายแล้ว ในวันนั้นเป็นวันกีฬาสีของวิทยาลัย ผมเอารถยนต์ไปเพื่อขนของทำกิจกรรม หลังจากเสร็จกีฬา ผมออกมาจากวิท'ลัยเพื่อมาส่งเพื่อนแถวขนส่งสระบุรี...แต่ทันใดนั้นผมเจอนางฟ้าของผม เธอขับรถมอไซค์มา ผมจำได้ว่าผมเหมือนเจอรักแรกพบ ด้วยที่ขับรถกระบะไมตี้เอ๊กจะเปิดกระจกทีก็หมุนที ผมเลยตีขนาบคู่รถเธอเพื่อขอเบอร์ .... มันสำเร็จ เธอให้เบอร์มาด้วย เราคุยกันและครบกันได้ประมาณ 8 เดือน ตอนนั้นเธอได้เข้าไปเรียนต่อมหาลัยบัวชมพูย่านบางเขน ส่วนผมได้ไปสอบที่สถาบันแห่งหนึ่งแถวMBKแต่ผมสอบไม่ติด ผมจึงเลือกที่จะทำงานแถวบ้านเป็นร้านขายอะไหล่จักรกลเกษตรแล้วได้ดึงเพื่อนที่เรียน ปวส. ด้วยกันมาทำด้วย ในขณะทำงานนั้นผมก็มีไปหาเธอบ้างในบ้างวันหยุดหรือไม่ก็หยุดงานไป จนกระทั้งมีอยู่วันนึงผมโดนเพื่อนที่ผมดึงมาเข้าทำงานหักหลังผม(เรื่องนี้ไม่ขอเล่ารายละเอียด) ผมยังอยู่ได้ครับ อย่างน้อยๆผมก็ยังมีเธอที่เป็นรักแรกพบอยู่ข้างๆ แต่เหมือนผมโดนฟ้าฝ่าที่เดิมรอบสอง คนที่ผมรัก เขาไปมีคนอื่นแล้ว..... ผมเสียใจ ผมร้องไห้ ผมทำอะไรไม่ถูก ผมเหมือนคนบ้า (ตอนนั้นอายุ20-21)ผมคิดว่าทุกอย่างมันพังทะลายหมดแล้ว แต่เหมือนว่ามันจะดีขึ้น หลังจากเหตุการณ์นั้นประมาณ 1 เดือน ผมได้งานใหม่แล้วโดยเป็นช่างศูนย์รถญีปุ่นแหม่งนึง แต่ตลอดเวลาผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ผมโดนเพื่อนหักหลัง เขาไม่เคยหายไปไหนเลย เขามหาผมบ้าง เขาโทรหาผมทุกวัน เราคุยกันทุกวันทั้งๆที่เขาก็มีแฟนใหม่แล้ว ผมพยายามทุกๆทางเพื่อที่จะให้เขากลับมา.....แต่ไม่มีทางเลย จนเพื่อนของผมพูดมาคำหนึ่งว่า "เมื่อเขาแพ้เมื่อไหร่ เขาจะกลับมาเอง" ผมนี้น้ำตาไหลเลย จนแล้วจนรอด หลังจากที่เขาเลิกกับผมได้ 4 เดือน เธอคนนั้นขอผมกลับมาคบกันใหม่ ....ผมมีคำถามสำหรับเขาเพียงข้อเดียวคือ "เธอมีอะไรกับเขาหรือยัง" เธอตอบว่า "มีแล้ว" ผมนี่ใจสลายอีกแล้ว ผมคบกับเขา 8 เดือน แต่คนๆนั้น เพียง 4 เดือน ได้ทั้งตัวทั้งใจเธอไปครอง ผมเสียใจมาก แต่รู้มั้ยผมตอบเธอว่าอะไร.....ผมตอบตกลง โดยไม่คิดอะไรต่อ เราคบกันได้สักระยะ ผมได้ไปสอบวิศวะ ที่มหาลัยแห่งหนึ่งย่านสายคลอง ผมสอบติดครับ ผมได้เรียนวิศวะแล้ว....ผมคบกับเธอได้อีกแค่เพียง 4 เดือนครับ แล้วเราก็เลิกกันอีกรอบ แต่ครั้งนี้คือผมเป็นต้นเหตุใช้อารมณ์มากเกินไป แล้วหลังจากเลิกกันผมก็ทำเหมือนๆเคยครับ ง้อเธอให้กลับมา จำได้เลยช่วงนั้นเป็นสัปดาห์นรก(รับน้อง)ผมมีน้ำตาไปหมาลัยเสมอ(มิถุนายน 2554)จนเพื่อนสนิทที่มาจากสระบุรีและรุ่นพี่ที่สนิทแซวบ้าง ล้อบ้าง แต่ผมโอเค แต่แล้วมันไม่ได้จบแค่นั้น เธอยังคงวนเวียนโทรมาถามว่า เรียนเป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย เออผมลืมบอกไป เธอคนนั้นมีแฟนแล้วนะ คือคนเดิมที่ทิ้งผมไปรอบแรกอ่ะแหละ ผมนี่จี๊ดเลยครับ ร้องไห้ ตีอกชกตัวตลอด จนมาถึงเดือนพฤษจิกายน น้ำท่วมจ้าาาาา ผมและเธอต้องกลับมาอยู่บ้าน เราก็ยังคุยยังมาเจอกันทั้งๆที่ผมก็รู้ว่าเธอคบใคร คนไหนอยู่....ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2554 เปิดเทอมสอง หลังจากน้ำลด ผมเลือกที่จะตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รับโทรศัพท์เธอคนนั้นอีกแล้วเพราะผมเจ็บมามากพอแล้ว แล้วผมก็ทำได้ วันที่ 1 ม.ค. 2555 ผมตัดสินใจเปลี่ยนเบอร์หนีแล้วผมก็ไม่ได้ติดต่อเธออีกเลย จนพบแล้วคบคนๆหนึ่ง ที่มหาลัยเดียวกัน ผมคบได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์เหมือนกับมันจะไปได้สวยกะคนนี้ เฟสบุ๊คเด้งขึ้นมา "เธอตัดสินใจกับคนนี้แล้วใช่มั้ย ไม่กลับมาแล้วใช่มั้ย" เธอคนนั้นกลับมาอีกแล้วครับ หลังจากที่หายไปหลายเดือน ผมตกใจมาก ผมงง ผมสับสน ผมจึงตอบข้อความนั้นไปว่า "พอแล้ว ไม่เอาแล้ว" ผมตอบตรงๆนะผมยังรักเธอเสมอ แต่ผมเลือกที่จะไม่กลับไปแล้ว.....ผมไม่สามารถติดตามอะไรเธอได้เลยเพราะเฟสบุ๊คเธอไม่ได้เปิดสาธารณะ ทุกๆครั้งที่เพื่อนสนิทผมมาห้องผม ผมจะขอดูเฟสบุ๊คเธอเสมอๆ (เพราะว่าเขาเป็นเพื่อนกัน).....ผมคบกับแฟนผมที่เจอกันในมหาลัยได้ประมาณ 4 ปี เราเหมือนจะตกลงปลงใจกันกับคนนี้แล้ว ถึงเธอจะมีลูกติดก็ตาม ผมไม่เคยรังเกียจ ผมคบกันมาจนเธอเรียนจบ ผมเรียนจบ จนเธอทำงาน จนผมทำงาน แต่แล้วสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นมันกลับเกิด ผมกับแฟนที่เรียนมหาลัยด้วยกันต้องเลิกกันเพราะคำว่า "ผมไม่เคยพยายามทำอะไรเลย" ทั้งที่ผ่านๆมาตลอด 4 ที่ที่คบกันเราต่างผ่านทุกข์-สุขมาด้วยกันตลอด เหตุเกิดเพราะผมกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอ line มา ผมอ่านแต่ไม่ได้ตอบเธอเท่านั้น ..... เราไม่ได้คุยกันสักประมาณ 1 เดือน ผมเศร้ามากกกกกกกก คือมันพังทะลายลงอีกแล้ว แล้วช่วงนั้นผมกำลังจะบวชด้วย (ทำงานครบปีพอดี)ผมตัดสินใจเฟสบุ๊คข้อความสาวบัวชมพูอีกครั้ง เพื่อบอกเธอว่า "ผมจะบวชแล้ว อโหสิให้ผมด้วยนะ"และชวนเธอมางานบวช ..... ส่วนคนที่คบตอนอยู่มหาลัยเขาพยายามง้อผมอยู่นาน แต่ผมไม่เอา จนสุดท้ายผมตัดสิ้นใจคบกับเธอคนเก่า.....ผมคบกับเธอคนเก่ามาได้สัก 11-12 เดือน ผมจับได้ว่าเธอคบ เธอแอบคบซ้อนอีกแล้ว ไปกินข้าว ถ่ายรูปคู่กันอีกแล้ว ผมเสียใจกับครั้งนี้มากกกกกก ..... เสียใจมาก กับคนที่ให้ใจขนาดนี้ ทำไม ทำไม ทำไม ผมยอมรับนะผมไม่ได้ดีเท่าใครแต่ผมทำทั้งใจให้เขาคนนี้ ถึงผมจะไม่มีอะไรก็ตาม พอเลิกกันผมเสียศูนย์มากเพราะการศูนย์เสีย ผมขายกองทุน RMF ที่เก็บไว้ เพื่อทำหลายๆอย่าง เพราะเขาเคยบอกผมว่าไม่อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตอนนั้นผมซื้อมอไซค์ 500 cc หน้าตาโบราณ มาคันนึง ซึ่งผมไปจองและออกมาก่อนที่จะกลับมาคบกะเธอด้วยซ้ำ ผมจิตตกมากกก จนถึงโทรหาเพื่อนเพื่อรับคำปรึกษา ...... หลังจากเลิกกันกับเธอคนนั้น ผมพยายามทำใจลืมเธอมาสัก 3 เดือน สุดท้ายผมกับเธอกับมาคบกันอีกครั้ง............ผมก็โดนคำเดิมๆว่า ผมไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน โอเค ถึงเวลาแล้ว ผมตัดสินใจซื้อรถมือสองเงินสด(ถึงจะเป็นรถคันเล็กๆก็ตาม)พร้อมปิดไฟแนนท์รถมอไซค์ที่เหลืออีก 2 ปี ให้หมด ถ้าเพื่อนๆ อ่านมาถึงตรงนี้ตรงคงคิดว่า ทำไมโง่จัง กับอีแค่คำคน ทำไมไม่ทำให้พ่อแม่ขนาดนี้บ้าง ครับ..... (ตั้งแต่ผมเรียนจบมา ผมไม่เคยขอเงินทางบ้านเลย ทุกๆเดือน ผมจะส่งเงินให้แม่ผมทุกๆเดือน ครับ) พอผมให้เงินไปกะส่วนข้างบนหมด ผมตั้งใจจะเริ่มเก็บเงินใหม่ทั้งหมด(เพราะหมดตัวแล้ว) ผมพึ่งเริ่มเก็บเงินเมื่อต้นปีครับ เธอคนนั้นก็ถามว่า "เมื่อไรจะได้แต่งงาน" ผมขอเวลาเก็บเงิน 2 ปี ผมขอเขาเเยอะไปใช่มั้ยหรือว่าผมสนใจแค่น้ำลายถูกๆของเขาคนนั้น ผมว่าผมมีความสามารถมากพอที่จะเก็บเงินให้ได้ 400,000 บาทภายใน 2 ปี ผมผิดที่ขอเวลามากไปใช่มั้ยครับ....หรือว่า อายุจะ 30 มันเริ่มช้าไป (ตลอดเวลาที่คบกับเขามาแม้แต่รูปเรา เขายังไม่เคยเอาลงเฟสบุ๊คเลย ผมก็เลยทำเช่นกัน)
อายุจะ 30 แล้ว คบกะคนๆหนึ่งอยู่ แล้วเขาอยากแต่งงาน แต่ผมยังไม่มีเงินไปขอ แต่กำลังสร้างตัวอยู่ ผมสร้างตัวช้าไปหรือป่าวคับ
ขอเท้าก่อน...เรื่องผมกับแฟนคนนี้เกิดเมื่อเดือน ธันวาคม 2552 ตอนนั้นผมยังเรียน ปวส.ปีสุดท้ายแล้ว ในวันนั้นเป็นวันกีฬาสีของวิทยาลัย ผมเอารถยนต์ไปเพื่อขนของทำกิจกรรม หลังจากเสร็จกีฬา ผมออกมาจากวิท'ลัยเพื่อมาส่งเพื่อนแถวขนส่งสระบุรี...แต่ทันใดนั้นผมเจอนางฟ้าของผม เธอขับรถมอไซค์มา ผมจำได้ว่าผมเหมือนเจอรักแรกพบ ด้วยที่ขับรถกระบะไมตี้เอ๊กจะเปิดกระจกทีก็หมุนที ผมเลยตีขนาบคู่รถเธอเพื่อขอเบอร์ .... มันสำเร็จ เธอให้เบอร์มาด้วย เราคุยกันและครบกันได้ประมาณ 8 เดือน ตอนนั้นเธอได้เข้าไปเรียนต่อมหาลัยบัวชมพูย่านบางเขน ส่วนผมได้ไปสอบที่สถาบันแห่งหนึ่งแถวMBKแต่ผมสอบไม่ติด ผมจึงเลือกที่จะทำงานแถวบ้านเป็นร้านขายอะไหล่จักรกลเกษตรแล้วได้ดึงเพื่อนที่เรียน ปวส. ด้วยกันมาทำด้วย ในขณะทำงานนั้นผมก็มีไปหาเธอบ้างในบ้างวันหยุดหรือไม่ก็หยุดงานไป จนกระทั้งมีอยู่วันนึงผมโดนเพื่อนที่ผมดึงมาเข้าทำงานหักหลังผม(เรื่องนี้ไม่ขอเล่ารายละเอียด) ผมยังอยู่ได้ครับ อย่างน้อยๆผมก็ยังมีเธอที่เป็นรักแรกพบอยู่ข้างๆ แต่เหมือนผมโดนฟ้าฝ่าที่เดิมรอบสอง คนที่ผมรัก เขาไปมีคนอื่นแล้ว..... ผมเสียใจ ผมร้องไห้ ผมทำอะไรไม่ถูก ผมเหมือนคนบ้า (ตอนนั้นอายุ20-21)ผมคิดว่าทุกอย่างมันพังทะลายหมดแล้ว แต่เหมือนว่ามันจะดีขึ้น หลังจากเหตุการณ์นั้นประมาณ 1 เดือน ผมได้งานใหม่แล้วโดยเป็นช่างศูนย์รถญีปุ่นแหม่งนึง แต่ตลอดเวลาผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ผมโดนเพื่อนหักหลัง เขาไม่เคยหายไปไหนเลย เขามหาผมบ้าง เขาโทรหาผมทุกวัน เราคุยกันทุกวันทั้งๆที่เขาก็มีแฟนใหม่แล้ว ผมพยายามทุกๆทางเพื่อที่จะให้เขากลับมา.....แต่ไม่มีทางเลย จนเพื่อนของผมพูดมาคำหนึ่งว่า "เมื่อเขาแพ้เมื่อไหร่ เขาจะกลับมาเอง" ผมนี้น้ำตาไหลเลย จนแล้วจนรอด หลังจากที่เขาเลิกกับผมได้ 4 เดือน เธอคนนั้นขอผมกลับมาคบกันใหม่ ....ผมมีคำถามสำหรับเขาเพียงข้อเดียวคือ "เธอมีอะไรกับเขาหรือยัง" เธอตอบว่า "มีแล้ว" ผมนี่ใจสลายอีกแล้ว ผมคบกับเขา 8 เดือน แต่คนๆนั้น เพียง 4 เดือน ได้ทั้งตัวทั้งใจเธอไปครอง ผมเสียใจมาก แต่รู้มั้ยผมตอบเธอว่าอะไร.....ผมตอบตกลง โดยไม่คิดอะไรต่อ เราคบกันได้สักระยะ ผมได้ไปสอบวิศวะ ที่มหาลัยแห่งหนึ่งย่านสายคลอง ผมสอบติดครับ ผมได้เรียนวิศวะแล้ว....ผมคบกับเธอได้อีกแค่เพียง 4 เดือนครับ แล้วเราก็เลิกกันอีกรอบ แต่ครั้งนี้คือผมเป็นต้นเหตุใช้อารมณ์มากเกินไป แล้วหลังจากเลิกกันผมก็ทำเหมือนๆเคยครับ ง้อเธอให้กลับมา จำได้เลยช่วงนั้นเป็นสัปดาห์นรก(รับน้อง)ผมมีน้ำตาไปหมาลัยเสมอ(มิถุนายน 2554)จนเพื่อนสนิทที่มาจากสระบุรีและรุ่นพี่ที่สนิทแซวบ้าง ล้อบ้าง แต่ผมโอเค แต่แล้วมันไม่ได้จบแค่นั้น เธอยังคงวนเวียนโทรมาถามว่า เรียนเป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย เออผมลืมบอกไป เธอคนนั้นมีแฟนแล้วนะ คือคนเดิมที่ทิ้งผมไปรอบแรกอ่ะแหละ ผมนี่จี๊ดเลยครับ ร้องไห้ ตีอกชกตัวตลอด จนมาถึงเดือนพฤษจิกายน น้ำท่วมจ้าาาาา ผมและเธอต้องกลับมาอยู่บ้าน เราก็ยังคุยยังมาเจอกันทั้งๆที่ผมก็รู้ว่าเธอคบใคร คนไหนอยู่....ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2554 เปิดเทอมสอง หลังจากน้ำลด ผมเลือกที่จะตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รับโทรศัพท์เธอคนนั้นอีกแล้วเพราะผมเจ็บมามากพอแล้ว แล้วผมก็ทำได้ วันที่ 1 ม.ค. 2555 ผมตัดสินใจเปลี่ยนเบอร์หนีแล้วผมก็ไม่ได้ติดต่อเธออีกเลย จนพบแล้วคบคนๆหนึ่ง ที่มหาลัยเดียวกัน ผมคบได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์เหมือนกับมันจะไปได้สวยกะคนนี้ เฟสบุ๊คเด้งขึ้นมา "เธอตัดสินใจกับคนนี้แล้วใช่มั้ย ไม่กลับมาแล้วใช่มั้ย" เธอคนนั้นกลับมาอีกแล้วครับ หลังจากที่หายไปหลายเดือน ผมตกใจมาก ผมงง ผมสับสน ผมจึงตอบข้อความนั้นไปว่า "พอแล้ว ไม่เอาแล้ว" ผมตอบตรงๆนะผมยังรักเธอเสมอ แต่ผมเลือกที่จะไม่กลับไปแล้ว.....ผมไม่สามารถติดตามอะไรเธอได้เลยเพราะเฟสบุ๊คเธอไม่ได้เปิดสาธารณะ ทุกๆครั้งที่เพื่อนสนิทผมมาห้องผม ผมจะขอดูเฟสบุ๊คเธอเสมอๆ (เพราะว่าเขาเป็นเพื่อนกัน).....ผมคบกับแฟนผมที่เจอกันในมหาลัยได้ประมาณ 4 ปี เราเหมือนจะตกลงปลงใจกันกับคนนี้แล้ว ถึงเธอจะมีลูกติดก็ตาม ผมไม่เคยรังเกียจ ผมคบกันมาจนเธอเรียนจบ ผมเรียนจบ จนเธอทำงาน จนผมทำงาน แต่แล้วสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นมันกลับเกิด ผมกับแฟนที่เรียนมหาลัยด้วยกันต้องเลิกกันเพราะคำว่า "ผมไม่เคยพยายามทำอะไรเลย" ทั้งที่ผ่านๆมาตลอด 4 ที่ที่คบกันเราต่างผ่านทุกข์-สุขมาด้วยกันตลอด เหตุเกิดเพราะผมกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอ line มา ผมอ่านแต่ไม่ได้ตอบเธอเท่านั้น ..... เราไม่ได้คุยกันสักประมาณ 1 เดือน ผมเศร้ามากกกกกกกก คือมันพังทะลายลงอีกแล้ว แล้วช่วงนั้นผมกำลังจะบวชด้วย (ทำงานครบปีพอดี)ผมตัดสินใจเฟสบุ๊คข้อความสาวบัวชมพูอีกครั้ง เพื่อบอกเธอว่า "ผมจะบวชแล้ว อโหสิให้ผมด้วยนะ"และชวนเธอมางานบวช ..... ส่วนคนที่คบตอนอยู่มหาลัยเขาพยายามง้อผมอยู่นาน แต่ผมไม่เอา จนสุดท้ายผมตัดสิ้นใจคบกับเธอคนเก่า.....ผมคบกับเธอคนเก่ามาได้สัก 11-12 เดือน ผมจับได้ว่าเธอคบ เธอแอบคบซ้อนอีกแล้ว ไปกินข้าว ถ่ายรูปคู่กันอีกแล้ว ผมเสียใจกับครั้งนี้มากกกกกก ..... เสียใจมาก กับคนที่ให้ใจขนาดนี้ ทำไม ทำไม ทำไม ผมยอมรับนะผมไม่ได้ดีเท่าใครแต่ผมทำทั้งใจให้เขาคนนี้ ถึงผมจะไม่มีอะไรก็ตาม พอเลิกกันผมเสียศูนย์มากเพราะการศูนย์เสีย ผมขายกองทุน RMF ที่เก็บไว้ เพื่อทำหลายๆอย่าง เพราะเขาเคยบอกผมว่าไม่อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตอนนั้นผมซื้อมอไซค์ 500 cc หน้าตาโบราณ มาคันนึง ซึ่งผมไปจองและออกมาก่อนที่จะกลับมาคบกะเธอด้วยซ้ำ ผมจิตตกมากกก จนถึงโทรหาเพื่อนเพื่อรับคำปรึกษา ...... หลังจากเลิกกันกับเธอคนนั้น ผมพยายามทำใจลืมเธอมาสัก 3 เดือน สุดท้ายผมกับเธอกับมาคบกันอีกครั้ง............ผมก็โดนคำเดิมๆว่า ผมไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน โอเค ถึงเวลาแล้ว ผมตัดสินใจซื้อรถมือสองเงินสด(ถึงจะเป็นรถคันเล็กๆก็ตาม)พร้อมปิดไฟแนนท์รถมอไซค์ที่เหลืออีก 2 ปี ให้หมด ถ้าเพื่อนๆ อ่านมาถึงตรงนี้ตรงคงคิดว่า ทำไมโง่จัง กับอีแค่คำคน ทำไมไม่ทำให้พ่อแม่ขนาดนี้บ้าง ครับ..... (ตั้งแต่ผมเรียนจบมา ผมไม่เคยขอเงินทางบ้านเลย ทุกๆเดือน ผมจะส่งเงินให้แม่ผมทุกๆเดือน ครับ) พอผมให้เงินไปกะส่วนข้างบนหมด ผมตั้งใจจะเริ่มเก็บเงินใหม่ทั้งหมด(เพราะหมดตัวแล้ว) ผมพึ่งเริ่มเก็บเงินเมื่อต้นปีครับ เธอคนนั้นก็ถามว่า "เมื่อไรจะได้แต่งงาน" ผมขอเวลาเก็บเงิน 2 ปี ผมขอเขาเเยอะไปใช่มั้ยหรือว่าผมสนใจแค่น้ำลายถูกๆของเขาคนนั้น ผมว่าผมมีความสามารถมากพอที่จะเก็บเงินให้ได้ 400,000 บาทภายใน 2 ปี ผมผิดที่ขอเวลามากไปใช่มั้ยครับ....หรือว่า อายุจะ 30 มันเริ่มช้าไป (ตลอดเวลาที่คบกับเขามาแม้แต่รูปเรา เขายังไม่เคยเอาลงเฟสบุ๊คเลย ผมก็เลยทำเช่นกัน)