เมื่อวันก่อนไปเดินห้างก็กวาดตามองบูทไปเรื่อย มีบูทนึงที่ขายพวกครีมบำรุงผิวหน้ายื่นเทสเตอร์ซองเล็ก ๆ ให้ซองนึงก็รับมาเฉย ๆ แล้วจะเดินออกไป อยู่ ๆ ดึงมือไปทาครีมแล้วก็ดึงตัวไปที่บูทหน้าตาเฉย บอกสรรพคุณต่าง ๆ นานา ทานู่นี่ให้ดู ตอนเห็นแบร์นแค่แว็บแรกก็รู้แล้วว่าแพงมากแน่ ๆ และไม่ได้สนใจอยู่แล้วเลยปฏิเสธไม่ซื้อของแบบพยายามรักษาน้ำใจ ก็เป็นหน้าที่ในงานของเขานี่นะ จะไปวีนใส่ก็ไม่ใช่เรื่อง แล้วเดินไปดูอย่างอื่น ซึ่งตอนที่คุยไปแป็บนึงโดนถามอายุ อวยลูกค้าผิวดีบ้างหน้าเด็กบ้าง คืออวยเห็น ๆ อะ รู้ตัวว่าไม่ได้ผิวดีขนาดนั้น แต่ที่หน้าเกลี้ยงเพราะเลเซอร์มาค่ะ และที่ว่าหน้าเด็กน่ะไม่จริงหรอก ยังเคยโดนพนักงานมินิมาร์ทเรียกพี่เลยทั้งที่เราเด็กกว่าเค้าแท้ ๆ เด็กกว่าเยอะด้วย 555555 การถามอายุจขกท.มองว่าก็ดูปกติกับการขายครีมนะ แต่อยู่ ๆ ก็ถามชื่อเนี่ยะ... ตอนถามรอบแรกก็ไม่ได้ตอบทำเป็นดูของที่ขายไปเรื่อย ก็ยังถามชื่ออีกเขาบอกเอาชื่อเล่นก็ได้ และก็ถามเรื่องส่วนตัวอย่างอื่นอีก คือ...ไม่รู้ว่าปกติเซลเขาถามกันแบบนี้หรือเปล่าแต่ส่วนตัวจขกท.เริ่มรู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับการขายที่เซลเป็นฝายบุกเข้าหามากขนาดนี้ ซึ่งการขายครีมมันก็ต้องลองกับผิวพนักงานเลยมาจับไม้จับมือให้ลองทา แค่นี้จขกท.ก็รู้สึกว่ามันก็ต้องประชิดตัวกันพอแล้ว อาจเป็นเพราะจขกท.โลกส่วนตัวสูงด้วยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ไม่ชอบให้ใครที่ไม่รู้จักมาอยู่ประชิดตัวมาก ๆ และจขกท.เคยอ่านเจอพวกเทคนิกการเจรจาเรื่องนึงบอกว่า การเรียกชื่อคู่สนธนาซ้ำไปซ้ำมาจะเป็นการสร้างความสนิทและความไว้ใจ แต่ไม่เข้าใจว่าเซลเขาจะต้องมาสร้างความสนิทอะไรกับเราขนาดนั้น รู้สึกว่ามันรุกเข้าหามากไปจนเราอึดอัดอะ และก็ไม่ได้ประทับใจกับวีธีการแบบนี้ แทบจะยัดเยียดให้ซื้อแทนเสนออขายเลยหละ 555 พิธีกรอีเวนท์หรือพริตตี้บางคนยังไม่ขนาดนี้เลยนะเราว่า
ที่เล่ามานี้ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวและสิ่งที่จขกท.เจอมา ไม่ใช่ว่าเซลเขาจะเป็นแบบนี้ทุกคนหรอก แค่จขกท.ไม่โอเคกับเหตุการณ์นี้ ตอนโดนถามชื่อเผลอหลุดบอกไปเหมือนกันเพราะตอนนั้นเริ่มหงุดหงิดซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ควรบอกหรอก เลยพูด ๆ ออกไปเสียงเบา ๆ แล้วเขาจะได้ยินว่าเราชื่ออะไร จะเรียกผิดเรียกถูกก็ช่างเขา แต่ยังดีที่คุยเสร็จเร็วไม่งั้นโดนเรียกตลอดแน่ และเรื่องส่วนตัวจขกท.จะไม่ตอบตรง ๆ แล้วเลี่ยงคำถามโดยหันไปถามถึงของที่เขาจะขาย ให้เขาเป็นฝ่ายดำเนินบทสนธนาไปเอง(ก็อยากขายของไม่ใช่หรอ เอ้า! present มาเลย 555) เราฟังไปอย่างเดียว พูดเรื่องตัวเองให้น้อยที่สุดเพราะเซลจะอ่านพฤติกรรมเราจากข้อมูลส่วนตัว น้ำเสียง ท่าทางที่แสดงออก ดูว่าเราชอบอะไรไม่ชอบอะไร เชื่อมโยงตัวแบร์นให้ดูใกล้ตัว หาจุดอ่อนที่จะทำให้ใจอ่อนยอมซื่อ อย่าให้เข้ามาประชิดตัวมากเพราะเขาจะดึงตัวเราเข้าไปเทสของได้ง่าย ๆ (แต่ส่วนตัวกับจขกท.ที่เป็นคนโลกส่วนตัวสูงมาก ๆ นะจะได้ผลตรงกันข้ามเลยหละ เพราะไม่เกิดความประทับใจตั้งแต่แรก) หรืออาจจะถามจิกไปเยอะ ๆ เลยก็ได้ว่าแบร์นที่เอามาขายนี่เป็นยังไงบ้าง จิกถามให้ละเอียดที่สุด ตัวเซลเองเคยใช้มัย? ใช้มานานเท่าไหร่? จ่ายไปขนานไหน? ถามจะเขายอมปล่อยเราไปเองเลย 555 จขกท.จะเลี่ยงเหตุการณ์แบบนี้โดยไม่เดินเฉียดเข้าไปตามบูทที่ไม่ได้เป็นร้านถาวร คือถ้าเป็นร้านถาวรในห้างเขาจะทำเป็นห้องที่ตกแต่งธีมของแบร์นหรือเป็นโซนที่รวมบิวตี้แบร์นไว้ชัดเจน ถ้ากลัวโดนลากตัวเข้าไปก็เลี่ยงบูทที่ตั้งลอย ๆ จากกลุ่ม ยิ่งบูทที่พนักงานยืนให้เห็นจะ ๆ ก็เลี่ยงได้เลย เลี่ยงการรับเทสเตอร์ (เพราะถ้ารู้สึกสนใจจริง ๆ สังเกตเราจะเป็นฝ่ายบุกไปเทสเอง) และไม่มีeye contactกับเซล เอาง่าย ๆ คือถ้าไม่สนใจก็ปฎิเสธไปตรง ๆ หนักแน่น ชัดเจน เพราะหลายคนปฏิเสธไม่ลงเพราะใจอ่อน แต่ไม่ใช่วีนหรือหยาบคายนะ เพราะเขาก็ทำงานของเขา
จขกท.ไม่ค่อยไปเดินห้างโซนนี้เท่าไหร่เลยอาจจะไม่ค่อยมีวิธีรับมือพวกเซลที่ตามตื้อหรือเป็นสายบุกหาลูกค้ามาก ๆ ถ้าใครมีประสบการณ์ มีวิธีการปฏิเสธการตามตื้อหรือเรื่องแปลก ๆ ที่โดนถามก็มาเล่ามาแชร์กันและก็หวังว่าวิธีของจขกท.จะเป็นประโยชน์กับคนที่เข้ามาอ่าน ถ้าสิ่งข้างต้นที่เล่ามามีอะไรผิดก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ^^
จะเลี่ยงเซลขายครีมยังไงดี??? (โดนเซลถามชื่อด้วย!?)
ที่เล่ามานี้ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวและสิ่งที่จขกท.เจอมา ไม่ใช่ว่าเซลเขาจะเป็นแบบนี้ทุกคนหรอก แค่จขกท.ไม่โอเคกับเหตุการณ์นี้ ตอนโดนถามชื่อเผลอหลุดบอกไปเหมือนกันเพราะตอนนั้นเริ่มหงุดหงิดซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ควรบอกหรอก เลยพูด ๆ ออกไปเสียงเบา ๆ แล้วเขาจะได้ยินว่าเราชื่ออะไร จะเรียกผิดเรียกถูกก็ช่างเขา แต่ยังดีที่คุยเสร็จเร็วไม่งั้นโดนเรียกตลอดแน่ และเรื่องส่วนตัวจขกท.จะไม่ตอบตรง ๆ แล้วเลี่ยงคำถามโดยหันไปถามถึงของที่เขาจะขาย ให้เขาเป็นฝ่ายดำเนินบทสนธนาไปเอง(ก็อยากขายของไม่ใช่หรอ เอ้า! present มาเลย 555) เราฟังไปอย่างเดียว พูดเรื่องตัวเองให้น้อยที่สุดเพราะเซลจะอ่านพฤติกรรมเราจากข้อมูลส่วนตัว น้ำเสียง ท่าทางที่แสดงออก ดูว่าเราชอบอะไรไม่ชอบอะไร เชื่อมโยงตัวแบร์นให้ดูใกล้ตัว หาจุดอ่อนที่จะทำให้ใจอ่อนยอมซื่อ อย่าให้เข้ามาประชิดตัวมากเพราะเขาจะดึงตัวเราเข้าไปเทสของได้ง่าย ๆ (แต่ส่วนตัวกับจขกท.ที่เป็นคนโลกส่วนตัวสูงมาก ๆ นะจะได้ผลตรงกันข้ามเลยหละ เพราะไม่เกิดความประทับใจตั้งแต่แรก) หรืออาจจะถามจิกไปเยอะ ๆ เลยก็ได้ว่าแบร์นที่เอามาขายนี่เป็นยังไงบ้าง จิกถามให้ละเอียดที่สุด ตัวเซลเองเคยใช้มัย? ใช้มานานเท่าไหร่? จ่ายไปขนานไหน? ถามจะเขายอมปล่อยเราไปเองเลย 555 จขกท.จะเลี่ยงเหตุการณ์แบบนี้โดยไม่เดินเฉียดเข้าไปตามบูทที่ไม่ได้เป็นร้านถาวร คือถ้าเป็นร้านถาวรในห้างเขาจะทำเป็นห้องที่ตกแต่งธีมของแบร์นหรือเป็นโซนที่รวมบิวตี้แบร์นไว้ชัดเจน ถ้ากลัวโดนลากตัวเข้าไปก็เลี่ยงบูทที่ตั้งลอย ๆ จากกลุ่ม ยิ่งบูทที่พนักงานยืนให้เห็นจะ ๆ ก็เลี่ยงได้เลย เลี่ยงการรับเทสเตอร์ (เพราะถ้ารู้สึกสนใจจริง ๆ สังเกตเราจะเป็นฝ่ายบุกไปเทสเอง) และไม่มีeye contactกับเซล เอาง่าย ๆ คือถ้าไม่สนใจก็ปฎิเสธไปตรง ๆ หนักแน่น ชัดเจน เพราะหลายคนปฏิเสธไม่ลงเพราะใจอ่อน แต่ไม่ใช่วีนหรือหยาบคายนะ เพราะเขาก็ทำงานของเขา
จขกท.ไม่ค่อยไปเดินห้างโซนนี้เท่าไหร่เลยอาจจะไม่ค่อยมีวิธีรับมือพวกเซลที่ตามตื้อหรือเป็นสายบุกหาลูกค้ามาก ๆ ถ้าใครมีประสบการณ์ มีวิธีการปฏิเสธการตามตื้อหรือเรื่องแปลก ๆ ที่โดนถามก็มาเล่ามาแชร์กันและก็หวังว่าวิธีของจขกท.จะเป็นประโยชน์กับคนที่เข้ามาอ่าน ถ้าสิ่งข้างต้นที่เล่ามามีอะไรผิดก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ^^