ระหว่าง”ความถูกต้อง”กับ”ความรัก” คุณจะเลือกอะไร?

สวัสดีค่ะทุกคน.. เรามีเรื่องที่อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ และอยากฝากไว้เป็นคำถามกับใครหลายๆคนค่ะ.. 
ขอบอกไว้ก่อนว่า เรื่องทั้งหมดในนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับคนในครอบครัวเรา และเราไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือว่ากล่าวบุคคลในเรื่อง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ ยิ้ม 

เริ่มเลยละกัน...

เรื่องนี้เป็นเรื่องของน้าเราค่ะ.. น้าเราทำงานfreelance เช่นรับงานแต่งเพลงบ้าง พากย์เสียงการ์ตูรบ้าง แต่ในตอนนี้เขารับงานดูแลศิลปินค่ะ ต้องบอกไว้ก่อนว่าน้าเราเป็นทอมซึ่งเรื่องนี้เองเราก็รับรู้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว และก็ไม่มีคนในครอบครัวขัดแย้งอะไร ด้วยหน้าที่การงานทำให้น้าของเราต้องพบเจอผู้คนหลากหลาย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนค่อนข้างเข้าสังคมได้เก่งเลยทีเดียว ถ้าพูดในเรื่องของ”ความรัก” สาวๆที่เคยเป็นแฟนกับน้าเราก็มีแต่คนสวยๆ ทั้งนั้น ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีมากค่ะ แต่ว่านั่นมันไม่ใช่ประเด็น... 

เพราะเรื่องจริงมันเริ่มเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตอนนั้นน้าเราเพิ่งเลิกกับแฟนคนล่าสุดค่ะ ทำให้เขารู้สึกเฮิร์ตมาก มีหลายๆครั้งที่น้าเรามาบ่นกับคนที่บ้านว่า เหงา.. แต่สำหรับเราเราก็คิดว่าเขาคงเหงาได้ไม่นาน เพราะเอาจริงๆแล้วน้าเราก็เป็นคนที่ฮอตประมาณนึง(?) (อันนี้ไม่ได้อวยกันเองนะคะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด5555)  
จนมาวันหนึ่ง...​ น้าเราก็เจอผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ..​.
คนคนนี้เป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เราตั้งคำถามขึ้นมาในใจ..​ ว่า..​ระว่างความรัก กับ ความถูกต้อง อันไหนมันสำคัญกว่ากัน

ผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหาน้าเราค่ะ เธอเป็นผู้หญิงที่มีอายุพอสมควรแล้ว (เห็นว่าจะอายุประมาณ57 ส่วนน้าเราอายุ44 ค่ะ) ผู้หญิงคนนี้เป็นคนรู้จักกับแฟนเก่าของน้าเรา ซึ่งเขาทั้งสองคนนั้นมาเจอกันด้วยเรื่องอะไรนี่เราก็ไม่ทราบ แต่สุดท้ายเธอก็เริ่มทักไลน์มาหาน้าเราบ่อยขึ้นค่ะ..​ บางครั้งน้าเราก็มาเล่าว่า อยู่ๆเธอคนนี้ก็มาชวนคอลไลน์กัน จนดึกๆดื่นๆ..(คุยตั้งแต่4ทุ่มยันตี3-4)  จนน้าเราเริ่มมาบ่นค่ะ.. ว่านอนไม่ค่อยพอเพราะคนคนนี้มาคุย ซึ่งเราก็ลองบอกไปแล้วว่า ถ้าไม่อยากคุยก็บอกเขาไปสิ แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่กว่าเยอะ แถมยังเป็นคนมีหหน้ามีตาในสังคม ทำให้น้าเราไม่กล้าปฎิเสธค่ะ..  เธอคนนี้โทรมาเกือบทุกๆคืน โดยคุยกันอย่างน้อยประมาณ3-4ชม.​ จนน้าเรารู้สึกว่ามันแปลกๆ เลยมาเล่าให้คนที่บ้านฟัง คนที่บ้านเลยถามว่าคนคนนี้เป็นใคร อะไร ยังไง..​
ก็ได้ความมาว่า เธอเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดัง ตั้งอยู่ในเมืองกรุงเทพ แต่งงาน มีลูกแล้ว 3 คน โดยลูกคนโตนั้นก็เรียนจบแล้ว... 

มาถึงตอนนี้คนที่บ้านก็บอกน้าเราค่ะ ว่าถ้าเขามีครอบครัวแล้วก็อย่าไปยุ่งกับเขาเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี..​น้าเราก็เห็นด้วยค่ะ น้าเราพยายามไม่ตอบไลน์ แต่พอไม่ตอบ คนคนนี้ก็จะคอลมาหาน้าเราทันที และก็คุยกันนานมากๆ จนไม่เป็นอันทำอะไร 

อยู่มาวันหนึ่ง... ตอนที่น้าเราไปวิ่งออกกำลังกาที่สวนแถวบ้าน จู่ๆผู้หญิงคนนี้ก็โทรหาน้าเรา แต่น้าเราไม่ได้รับสายเพราะออกกำลังกายอยู่ พอออกกำลังเสร็จนน้าเราค่อยโทรกลับหาเธอค่ะ...​ เธอบอกว่า.. ขับรถจากโรงแรมของเธอมาหาน้าเราแต่ไม่เจอ.... (ถึงขนาดขับรถตาม แล้วบ้านที่น้าเราอยู่ก็คือบ้านยายเรา คืออยู่ตรงดอนเมือง จะว่าไปก็ไกลพอสมควร) น้าเราก็ตกใจค่ะ แต่สุดท้ายน้าเราก็ไปเจอเธอค่ะ เพราะเธอคนนั้นบอกว่ารอน้าเราอยู่แถวๆนั้น น้าเราเล่าว่าสุดท้ายเขาก็ถามผู้หญิงคนนั้นไปค่ะ ว่าทำแบบนี้คืออะไร คนนั้นบอกว่า”ชอบน้าเรา” ชอบแบบชอบจริงๆ ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองนั้นไม่ใช่สเปคน้าเราเลย แต่ก็ห้ามใจตนเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน. ...​ แต่น้าเราก็ถามไปนะคะ ว่าจะมาชอบได้ยังไง พี่มีลูก มีสามีแล้วนะ..​ ซึ่งตอนที่เราฟังน้าเราเล่าคำตอบที่ได้กลับมานั้นมันทำให้เราอึ้งไปเลยค่ะ... เพราะว่าคนคนนั้นตอบมาว่า ก็เธอชอบน้าเรา อยากให้น้าเราไปเป็นกิ๊กเธอค่ะ..... 

เรื่องไม่ได้จบแค่นั้นค่ะ... ความจริงแล้ว เรื่องอะไรอย่างนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกจริงไหมคะ? เพราะด้วยความที่น้าเราเหงาและอะไรหลายๆอย่าง และอีกฝ่ายก็เป็นคนพูดเพราะ และก็เอาใจน้าเรา พยายามทำให้น้าเราพอใจ ถึงหน้าตาจะไม่ได้สวยมาก แต่ก็ถือว่าดูดี...​
ก็อย่างว่านะคะ น้ำหยดลงหินทุกวัน.. ยังไงมันก็ต้องมีกร่อนบ้างอยู่แล้ว.. สุดท้ายน้าเราก็ใจอ่อนคบกับนคนนี้ค่ะ.. ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง... 
ด้วยความที่ เราเป็นคนที่คิดว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ถูกต้องอยู่แล้ว แล้วอีกอย่าง... พอทั้งสองคนตกลงเป็นแฟนกัน เขาก็คุยกันทั้งวันเลยค่ะ.. ทั้งวันแบบทั้งวันจริงๆ กลางวัน กลางคืน และก็ไปเจอกันบ่อยครั้ง.. จนเราคิดว่า..  “ไม่มีการมีงานทำกันเหรอวะ...” สำหรับน้าเราที่เป็นfreelance งานเขาก็ไม่ค่อยจะตรงเวลาอยู่แล้ว อันนี้เข้าใจค่ะ แต่สำหรับผู้หญิงคนนั้น มีหลายครั้งที่น้าเราถามเธอว่า ไม่ต้องทำงานเหรอ เธอก็ตอบว่า.. ทำ แต่อยากคุยกับน้าเราก่อน... 
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่า สำหรับคนที่เป็นถึงเจ้าของโรงแรม ระดับผู้บริหาร เขาคิดกันอย่างนี้เหรอคะ.. แล้วลูกๆของเขา สามีของเขา ถามว่าตอนนี้คนเหล่านั้นรู้เรื่องไหม เราคิดว่าพวกเขายังไม่รู้ค่ะ..​ เพราะเธอคนนั้นบอกกับน้าเราว่า เธอแต่งงานกับสามีมานาน แต่ก็ไม่ได้รักอะไรขนาดนั้นแค่อยู่กันได้.. 
ซึ่งเรามองว่าเรื่องแบบนี้ออกจะเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวไปหน่อย... เหมือนหลอกคนที่เป็นครอบครัวตัวเอง.. เพราะพวกคุณลองคิดดูสิ.. ว่าถ้าลูกของเธอ สามีของเธอรู้มันจะเป็นยังไง?

แต่เราก็ไม่ได้บอกว่าผู้หญิงคนนั้นผิดฝ่ายเดียวนะคะ ที่ทำแบบนี้ เพราะจริงๆน้าเราก็มีส่วนผิด และทำให้เรารู้สึกแย่ไปด้วย เพราะพวกเขาคุยกันทั้งวันแทบไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ น้าเราเลี้ยงสัตว์ที่บ้าน พอช่วงหลังๆก็ไม่ค่อยดูแลสัตว์เลี้ยง ทิ้งให้น้าเราอีกคน และก็ยายเราดูแทน ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไร้ความรับผิดชอบมากค่ะ..​

มาถึงตรงนี้...​ ทุกคนอาจจะคิดว่าเราเอาเรื่องของคนในครอบครัวมาแฉ ในคามจริงแล้วเราไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นค่ะ เราแค่รู้สึกอึดอัดและสงสัยจริงๆ เรารู้ว่า ความรักนั้นมันเป็นเรื่องของคนสองคน แต่มันถูกแล้วจริงๆเหรอคะที่เราจะรักกันแล้วไม่สนใจเลยว่าความรักของเรานั้นจะทำให้คนอื่น โดยเฉพาะคนในครอบครัวต้องมาเป็นทุกข์...  ? มันคือความรักจริงๆเหรอ?
อยากกกทราบความเห็นของทุกคนค่ะ.. และอยากถามด้วยว่าเราควรจะทำยังไงกับความคิดตนเองดี เพราะในตอนนี้เรารู้สึกไม่ดีกับสองคนนี้มากๆค่ะ.. ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะรู้บ้างไหม.. 

จากเรื่องนี้ทำให้เราคิดได้เลยค่ะ..​ว่าอายุที่เพิ่มขึ้นหรือหน้าที่การงานที่ดี ไม่ได้ทำให้คุณภาพทางความคิดของคนนั้นดีขึ้นเลย.... 

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ... อย่างที่เราบอกไปตอนต้น โพสต์นี้เราไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่เราแค่อยากแชร์เรื่องพวกนี้ และอยากรับฟังความเห็นทุกคนค่ะ 
เพราะเราไม่อยากจะรู้สึกแย่กับน้าเราซึ่งเป็นคนในครอบครัวมากไปกว่านี้.... 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่