บางทีผมคิดว่า ระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัยไทย อย่าใช้คำว่ารอบที่... จะดีกว่าไหมครับ + ความเห็นอื่นๆ

ช่วงเวลาประกาศผลสอบเข้ามหาลัยทีไร ก็จะมีคนโพสอะไรต่างๆนานาอยู่ตลอด
บ้างก็ยินดีปรีดา (โดยยังไม่รู้ว่าอะไรรออยู่) บ้างก็บอกว่ารอรอบต่อไป

ทีนี้ปีหลังๆมานี้ ระบบสอบของไทยคือเปลี่ยนแปลงเป็นว่าเล่น (แต่ก็ไม่เห็นว่าอะไรจะดีขึ้นเท่าไหร่) จนแทบจะต้องเขียนผังทำความเข้าใจ
พอเด็กๆหลายคน ที่มีสิทธิ์ยื่นได้รอบแรกคือรอบ 3
แล้วทีนี้ในสายตาผู้ใหญ่หลายๆคนคือ มักจะไม่เข้าใจ หรือไม่รับรู้ว่าระบบทุกวันนี้เป็นยังไง

พอหลายคนไม่ได้รอบ 3 (ซึ่งจริงๆคือรอบแรก) ที่ได้เห็นผู้ใหญ่บางคนก็พาลไปเช่นว่า
“ทำไมม*ถึงโง่ขนาดนี้ สมัยกมีสอบแค่รอบเดียวก็ติด ม*สอบมาตั้ง 3 รอบยังไม่ติด กไม่รู้จะเลี้ยงลูกโง่ๆอย่างม*ไปทำไม ไปตายซะเถอะไป”
(ผมไม่มั่นใจว่าพันทิปจะเซ็นเซอร์เป็นหน้ายิ้มเหมือนคำว่าเสือฏมั้ย ปกติไม่ค่อยโพสครับ)
ที่ผมเห็นเด็กหลายคนเอามาโพสตัดพ้อชีวิตไปเรื่อยๆ ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้ 
ถึงจะไม่เห็นด้วยกับการสอบแบบนี้ เนื้อหาสอบที่ยากผิดปกติ ระเบียบการที่ไม่เป็นสากล(ไม่นับพวกหน้าดำคร่ำเครียดแบบจีน เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์นะครับ)

แต่อีกอย่างนึง ที่ผมคิดว่าน่าจะพอช่วยได้นิดๆ อย่างน้อยๆก็ไม่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเปิดสอบแล้วสอบอีกคือเรื่องชื่อ 
น่าจะเปลี่ยนจาก รอบที่ 1 รอบที่ 2 ฯลฯ เป็น ประเภทที่ 1 ประเภทที่ 2 ฯลฯ แทนจะดีกว่าไหมครับ
ความเห็นส่วนตัวว่าถ้าเด็กบอกว่า “ไม่ติดประเภท 3” ฟังดูแล้ว ผู้ใหญ่ที่พอมีเหตุผล น่าจะเข้าใจง่ายกว่า “ไม่ติดรอบ 3” นะครับ

ถึงใจจริงอยากให้แก้ตัวระบบ และมาตรฐานข้อสอบมากกว่า แต่ดูเหมือนผู้หลักผู้ใหญ่ในด้านนี้คงไม่ปล่อยให้แก้แน่ๆ

ตัวผมเองไม่ได้อยู่กับระบบนี้อีกแล้วก็จริง แต่ก็เคยสอบ gat pat วิชาสามัญ รับตรงที่มหาลัยจัดสอบเอง ฯลฯ เคยยื่น เคยติด เคยเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยไทยมาแล้ว พอทักวันนี้มาอยู่ต่างประเทศ ก็เห็นความแตกต่างที่คิดไม่ถึงหลายๆเรื่อง พอหันกลับไปมองสิ่งที่เคยคุ้นชินมา กลับกลายเป็นว่าแปลกไปเลย 

รวมถึงเคยถกเถียงกับนักเรียน-อาจารย์ ที่มาจากเอเชียและยุโรป พูดถึงการสอบเกาเข่า เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยของจีน ที่ผู้ใหญ่ไทยชอบเอามาใช้กดดันเด็ก การกวดวิชาเพื่อสอบเข้ากวดวิชาที่มีชื่อเสียงเรื่องเข้ามหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น การฆ่าตัวตายฉลองสอบติดในเกาหลี

หลายๆความเห็นก็มองว่า บางครั้งสิ่งเหล่านี้ กลายเป็นเหมือนการทำลายเด็กส่วนใหญ่เสียมากกว่า คนเก่งๆส่วนน้อยที่มาจากระบบนี้ มักเป็นคนที่มีความสามารถอยู่แล้ว อยู่ในระบบไหนก็เก่งอยู่ดี ระบบนี้มีแต่คัดคนที่อ่อนกว่าออกไปให้พ้นเท่านั้น ระบบนี้ไม่ได้สร้างคนเก่ง แค่คัดขึ้นมาแล้วทำให้เด่นเท่านั้น

แต่อีกอย่างนึงที่ผมเข้าใจดี ก็คือไม่มีระบบไหนดีพร้อมทุกอย่าง ทุกระบบมีปัญหาของมันทั้งสิ้น
บางระบบอาจจะไม่ตอบสนองความต้องการของผู้ใหญ่ เพราะไม่สามารถคัดเอาคนเก่งมากๆ ออกมาทำให้เด่นเป็นพิเศษได้
แต่สิ่งที่ต่างกันอีกอย่าง คือแนวคิดที่ว่า จะพัฒนาเด็กไปพร้อมๆกัน หรือจะคัดคนที่อ่อนกว่าออกไปเรื่อยๆเท่านั้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็เชื่อว่า ทุกอย่างก็มีส่วนร่วมของมัน ระบบเป็นตัวกลไก แต่ตัวเด็กและครอบครัวเอง หากไม่มีส่วนร่วมกับระบบ ก็ไม่สามารถทำให้อะไรดีขึ้นได้ ต่อให้ใช้ระบบ sat แบบอเมริกา A level แบบอังกฤษ หรือแบบใดๆก็ตาม ถ้าตัวเด็กไม่ใส่ใจ ผู้ใหญ่ไม่เหลียวแล ก็ไม่มีทางจะดีขึ้นได้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่