สวัสดีค่ะเรามีเรื่องเครียดที่ไม่รู้จะปรึกษาหรือถามใครเกี่ยวกับเรื่องเมียน้อยพ่อค่ะ (เราสมัครล๊อคอินใหม่เพราะอันเก่ามีเพื่อนรู้จักเราเยอะ กลัวเรื่องจะไปกันใหญ่)
เท้าความก่อนนะคะ เรามีพี่น้อง 3 คนค่ะ เรามีครอบครัวมีลูกแล้ว ส่วนน้องคนกลางเพิ่งรับปริญญา น้องคนเล็กกำลังเรียนขึ้นม.6 ค่ะ พ่อกับแม่เราแต่งงานอยู่ด้วยกัน 30 กว่าปีแล้วค่ะ เท่าที่คุณย่าคุณยายเล่าให้ฟัง ท่านทั้งสองผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมาเยอะมากกว่าจะยืนอยู่ทุกวันนี้ คือมีกิจการ มีบ้านหลังใหญ่ รุ่นลูกค่อนข้างสบาย (น้องเราสองคนนี่สบายเลย ส่วนเราสมัยเรียนปริญญาต้องหาเงินเองด้วยเพราะเป็นช่วงครอบครัวกำลังตั้งตัว เรารักพ่อแม่มากๆเพราะรู้สึกลำบากมาด้วยกัน) หลังจากเรามีครอบครัวพ่อไม่ต้องการให้เราย้ายไปที่ไหน ให้อยู่ด้วยกันในบริเวณบ้านหลังใหญ่ พ่อกับแม่เอาเงินเก็บยอมสร้างบ้านให้บอกว่าคิดถึงลูกอยากอยู่ใกล้ๆลูก เราจึงผูกพันธ์ท่านทั้งสองมากค่ะ คือพ่อมีงานประจำเป็นข้าราชการ (เพิ่งเกษียนอายุไป 9 เดือนค่ะ) ส่วนคนที่ทำกิจการเป็นหลักคือแม่ แต่เดิมพ่อเป็นคนที่น่ารักกับครอบครัวมากค่ะ มีเวลาให้ครอบครัว พูดคุยหยอกล้อกับลูกๆ หลานในบ้าน ครอบครัวมีความสุขดีมากค่ะ
3-4 เดือนที่ผ่านมา เรารู้สึกว่าพ่อเปลี่ยนไปค่ะ (ช่วงหลังเกษียนใหม่ๆ) พ่อเริ่มกลับบ้านดึก คือตื่นเช้ารีบออกไปทำธุระ กว่าจะกลับก็ดึกมากสุดคือ 5 ทุ่ม แต่ก่อนพ่อไม่เคยกลับบ้านดึกนะคะ เลิกงานคือกลับบ้าน กรณีที่ไม่เคยกลับคือบอกว่าประชุมอบรมอะไรพวกนี้ก็มีส่งรูปประชุมเข้าไลน์กลุ่มตลอด บอกทุกคนตลอดว่าตอนนี้พ่อทำอะไรที่ไหน แต่หลังเกษียนพ่อเงียบไปจากไลน์ เริ่มมีพฤติกรรมอย่างที่บอก บางทีมายืมรถเราบอกว่ามีธุระต่างจังหวัด ไปเช้ากลับอีกทีคือ 4-5 ทุ่ม เรารู้สึกว่ามันไม่ปกติ เคยถามแม่ แม่บอกว่าพ่อไปหาเพื่อน (แม่อ่อนกว่าพ่อ 12 ปีค่ะ น่ารัก พ่อบอกอะไรก็เชื่อค่ะ เป็นคนดูแลกิจการ เป็นแม่บ้าน เป็นคนดูแลบ้านทุกอย่าง) ต่อนะคะ ในความรู้สึกเราเซ้นซ์มันบอกว่าไม่ปกติ พักหลังๆที่พ่อออกไปธุระนอกบ้าน เราชอบแอบเอาเมมกล้องหน้ารถมาเปิด ปรากฏว่ามันดับทุกเครื่อง ที่บ้านมีรถยนต์ 4 คันคือช่วงที่พ่อออกจากบ้านจะดับหมด ไม่มีข้อมูล คือพ่อน่าจะดึงตัวเสียบชาร์ตแบตออกค่ะ มันทำให้เราสงสัยมากขึ้น แอบคิดคนเดียวว่ามีอะไรไม่ปกติ เพราะผิดสังเกตมากๆ (เหมือนจะระวังตัวมากพอสมควร) ความสงสัยนี้เราเก็บคนเดียวไม่กล้าบอกแม่
2 สัปดาห์ก่อนเพื่อนแม่ (เพื่อนสมัยเรียนของแม่และทำงานที่เดียวกับพ่อ) มาบอกความจริงว่า ระแคะระคายอะไรบ้างไหม คือเขาทนไม่ไหวแล้วตอนแรกเขาบอกไม่อยากจะยุ่ง แต่เห็นพฤติกรรมแล้วทนไม่ไหว เขาบอกว่าพ่อแอบคบกับผู้หญิงที่ทำงาน คบมาประมาณเกือบ 1 ปีแล้ว คนนี้น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ คนที่ทำงานรู้หมด บางคนเตือนแต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ฟัง ยังคบต่อไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ที่หนักกว่านั้นคือผู้หญิงคนนั้นยังเป็นคนที่อาศัยละแวกใกล้เคียงกับบ้านเรา เจอแม่เราทุกวัน รู้จักแม่เราดี คือผู้หญิงคนนี้ต่อหน้าเหมือนไม่มีอะไรเลยเหมือนคนรู้จักทั่วไป ยิ้มทักทาย ช่วงงานเกษียนแม่เราไปร่วมงานด้วย ผู้หญิงคนนี้ยังมาพูดคุยถ่ายรูปกับแม่ลงเฟซอยู่เลย แม่รู้เรื่องโทรมาเล่าให้เราฟัง แม่นิ่งกว่าที่คิดคือไม่โวยวายแต่เสียงสั่นๆ เราได้แต่บอกแม่ว่าใจเย็นๆ สุดท้ายแม่ถามพ่อตรงๆว่ามีคนอื่นหรือเปล่า อย่าโกหกกันให้พูดความจริง เพราะถ้าใช่แล้วพ่อเลือกผู้หญิงคนนั้น แม่จะเป็นคนไปเองเพราะแม่รักพ่อมาก ไม่อยากเกลียดพ่อ พ่อปฏิเสธหมดเลยทุกเรื่องที่แม่ถาม เช่นว่าวันนั้นวันนี้ไปไหนยังไงพ่อมีข้ออ้างหมดเลย พ่อบอกว่าเพื่อนแม่คงอิจฉาแม่อยากให้ครอบครัวของเราพัง (แม่มาเล่าให้เราฟังทุกครั้งที่คุยเรื่องนี้กับพ่อ แล้วพ่อก็กำชับเรื่องนี้กับแม่ว่าอย่าเล่าให้ใครฟัง ถามแม่ว่าใครรู้เรื่องบ้าง แม่บอกตามตรงว่าเล่าให้เราฟัง ส่วนลูกอีกสองคนไม่มีใครรู้เรื่อง)
เราคือคนเดียวในบ้านที่ขับรถสวนทางกับพ่อบ่อยๆ แต่ก่อนเราไม่เคยสังเกตหรอกว่าใครอยู่ในรถก็ใครจะไปคิด สวนทางกันก็คงเป็นพ่อแม่เราคิดแบบนั้น หลังจากที่เราทราบเรื่องจากแม่เราก็ไม่ได้สวนทางกับพ่ออีกเลย พ่อเริ่มกลับบ้านตรงเวลา ที่แปลกไปกว่านั้นดันซื้อรถให้แม่ขับ 1 คันเป็นรถอีโก้คาร์ที่แม่ชอบ ประเด็นคือแม่อยากซื้อนานแล้ว กำลังเก็บเงินของตัวเองพ่อก็ห้ามไม่ให้ซื้อบอกว่ามีรถเยอะ คือรถพ่อ รถที่ไว้ขนของกิจการของบ้าน 2 คัน (รวมรถเรา รถของเรา เราซื้อเองผ่อนเองเพราะเรามีงานทำ ) แต่คือตอนนี้พ่อบอกว่าซื้อให้ พ่อเอาเงินที่ได้จากเกษียนซื้อให้ เอาใจแม่ เราว่ามันมากเกินปกติ แต่กับเราเองพ่อกลับหลบหน้าไม่ค่อยพูดหรือหัวเราะกันเหมือนแต่ก่อน เรารู้สึกว่ามันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่พ่อกำลังปิดบัง เพราะในบ้านทุกคนค่อนข้างให้เกียรติเรา ฟังเหตุผลเรา ขอความเห็นเราเป็นหลัก เพราะพ่อบอกว่าเป็นพี่คนโตต้องเป็นเสาหลักของบ้าน
จนกระทั่งเมื่อวานประมาณบ่ายโมง เรานั่งรถกับสามีไปธุระแล้วสวนทางกับรถพ่อ เราก็บอกสามีว่าเฮ้ยรถพ่ออ่ะ มาทำอะไรแถวนี้ เราเห็นแหละค่ะว่ามีคนนั่งข้าง แต่ไม่ใช่แม่เราแน่ๆ เรารีบบอกสามีว่าชัดเลยนะครั้งนี้คาหนังคาเขาเลยว่ามีคนอื่นจริงๆ เห็นกับตา (สามีเรารู้เรื่องนี้เพราะเราเล่าให้ฟัง ยังดีที่ได้สามีน่ารักให้กำลังใจ) สามีก็บอกว่าอาจจะเป็นแม่ก็ได้ เรายืนยันว่ารูปร่างแบบนั้นไม่ใช่แม่ แม้ที่เห็นผ่านกระจกไม่ชัดแบบ HD แต่เรามั่นใจ เราเลยลองโทรหาแม่ตอนนั้นว่าแม่อยู่ไหน แม่บอกว่าไม่ค่อยสบาย ปวดหัว นอนอยู่บ้าน เราก็เฉไฉบอกแม่ว่าช่วยไปดูรั้วบ้านจำไม่ได้ว่าปิดรั้วหรือเปล่ากลัวแม่สงสัยว่าโทรทำไม เราก็บอกสามีว่าไว้กลับจากธุระ จะเอากล้องหน้ารถไปเปิดจะได้มีหลักฐานเป็นภาพซะที เราโกรธมาก เรากลับถึงบ้านประมาณ 4 โมงเย็นตอนนั้นพ่อถึงบ้านแล้ว เราจอดรถหน้าบ้านแม่ กะว่าจะเข้าไปดูแม่ก่อนเพราะแม่ปวดหัว ไปๆมาๆทำกับข้าวกินกันในบ้านใหญ่เสร็จ 2 ทุ่ม ก่อนกลับบ้านเราแวะไปเอาเมมการ์ดกล้องหน้ารถกลับไปเปิดที่บ้าน ปรากฏว่าเวลาในกล้องที่บันทึกล่าสุดคือบ่ายสามโมง โห...เราน้ำตาไหลเลย ทำไมหลักฐานที่เราคิดว่าจะได้มันถึงหลุดมือไปอีกแล้ว สามีเราสงสัยว่าข้อมูลจะหายไปได้ยังไง ขี้เกียจไปเปิดวงจรปิดของบ้านเพราะมองตากันก็รู้ว่าฝีมือใคร เพราะตอนเราอยู่กันในบ้านคนเดียวที่หายไปคือพ่อ ทุกคนเข้าใจว่าพ่ออยู่ห้องทำงาน เราว่าเราน่าจะเหนือกว่าพ่อเรื่องไอทีอะไรแบบนี้ แต่พ่อเรามาเหนือกว่า ป้องกันทุกทางไม่ให้เรามีหลักฐาน เรารู้สึกโกรธและอึดอัดมาก กับผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยก็ไม่รู้จะจัดการยังไง ตอนนี้ความรู้สึกเราพังหมดแล้ว เราที่เคยรู้สึกว่าครอบครัวเราอบอุ่นมีความสุข ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทำไมคนเราถึงไม่รู้จักพอ พ่อที่เรารักเคารพ ยกย่องว่าเขาเป็นฮีโร่มันหายไปจากความคิดเรา เหลือแต่พ่อที่ควงเมียน้อย เราไม่อยากรู้สึกกับพ่อแบบนั้น พ่อไม่พูดกับเราเป็นอาทิตย์แล้ว ยิ่งเหตุการณืเมื่อวานตื่นมาเช้านี้หลบหน้าหลบตาไปเลย มันพังมากจริงๆตอนนี้ เราอายไม่กล้าออกจากบ้านเลย เพราะได้ข่าวว่าเพื่อนบ้านละแวกบ้านของเมียน้อย เขาพูดซุบซิบกันมานานแล้วแต่ไม่มีใครกล้ายุ่งกล้าบอก
เราอยากมีหลักฐาน ถึงแม้ว่าแม่เรายืนยันว่าแม่จะจากไปโดยดี ไม่ยื้อใคร แต่เราก็อยากมีหลักฐานถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ วันที่เมียน้อยมันแสดงตัว อย่างน้อยจะได้มีหลักฐานไปฟ้องศาลในเรื่องชู้ แต่เราก็ไม่อยากให้เหตุการณ์ไปถึงตรงนั้น อยากให้พ่อเลิกกับมัน กลับตัวกลับใจ เราเป็นห่วงความรู้สึกแม่และน้องๆอีกสองคน ขนาดเรามีที่พักทางใจคือสามีกับลูก ความรู้สึกเรายังพังขนาดนี้ แล้วพวกเขาจะเป็นยังไง ใครพอจะมีแนวทางหาหลักฐานแบบไม่ให้พ่อรู้ตัวบ้างคะ ตอนนี้เรานึกไม่ออกเลยจริงๆ มันรู้สึกแย่เอามากๆ
หากแท๊กผิดขออภัยด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำค่ะ
เมื่อรู้ว่าพ่อมีเมียน้อย มีวิธีจัดการอย่างไรบ้างคะ?
เท้าความก่อนนะคะ เรามีพี่น้อง 3 คนค่ะ เรามีครอบครัวมีลูกแล้ว ส่วนน้องคนกลางเพิ่งรับปริญญา น้องคนเล็กกำลังเรียนขึ้นม.6 ค่ะ พ่อกับแม่เราแต่งงานอยู่ด้วยกัน 30 กว่าปีแล้วค่ะ เท่าที่คุณย่าคุณยายเล่าให้ฟัง ท่านทั้งสองผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมาเยอะมากกว่าจะยืนอยู่ทุกวันนี้ คือมีกิจการ มีบ้านหลังใหญ่ รุ่นลูกค่อนข้างสบาย (น้องเราสองคนนี่สบายเลย ส่วนเราสมัยเรียนปริญญาต้องหาเงินเองด้วยเพราะเป็นช่วงครอบครัวกำลังตั้งตัว เรารักพ่อแม่มากๆเพราะรู้สึกลำบากมาด้วยกัน) หลังจากเรามีครอบครัวพ่อไม่ต้องการให้เราย้ายไปที่ไหน ให้อยู่ด้วยกันในบริเวณบ้านหลังใหญ่ พ่อกับแม่เอาเงินเก็บยอมสร้างบ้านให้บอกว่าคิดถึงลูกอยากอยู่ใกล้ๆลูก เราจึงผูกพันธ์ท่านทั้งสองมากค่ะ คือพ่อมีงานประจำเป็นข้าราชการ (เพิ่งเกษียนอายุไป 9 เดือนค่ะ) ส่วนคนที่ทำกิจการเป็นหลักคือแม่ แต่เดิมพ่อเป็นคนที่น่ารักกับครอบครัวมากค่ะ มีเวลาให้ครอบครัว พูดคุยหยอกล้อกับลูกๆ หลานในบ้าน ครอบครัวมีความสุขดีมากค่ะ
3-4 เดือนที่ผ่านมา เรารู้สึกว่าพ่อเปลี่ยนไปค่ะ (ช่วงหลังเกษียนใหม่ๆ) พ่อเริ่มกลับบ้านดึก คือตื่นเช้ารีบออกไปทำธุระ กว่าจะกลับก็ดึกมากสุดคือ 5 ทุ่ม แต่ก่อนพ่อไม่เคยกลับบ้านดึกนะคะ เลิกงานคือกลับบ้าน กรณีที่ไม่เคยกลับคือบอกว่าประชุมอบรมอะไรพวกนี้ก็มีส่งรูปประชุมเข้าไลน์กลุ่มตลอด บอกทุกคนตลอดว่าตอนนี้พ่อทำอะไรที่ไหน แต่หลังเกษียนพ่อเงียบไปจากไลน์ เริ่มมีพฤติกรรมอย่างที่บอก บางทีมายืมรถเราบอกว่ามีธุระต่างจังหวัด ไปเช้ากลับอีกทีคือ 4-5 ทุ่ม เรารู้สึกว่ามันไม่ปกติ เคยถามแม่ แม่บอกว่าพ่อไปหาเพื่อน (แม่อ่อนกว่าพ่อ 12 ปีค่ะ น่ารัก พ่อบอกอะไรก็เชื่อค่ะ เป็นคนดูแลกิจการ เป็นแม่บ้าน เป็นคนดูแลบ้านทุกอย่าง) ต่อนะคะ ในความรู้สึกเราเซ้นซ์มันบอกว่าไม่ปกติ พักหลังๆที่พ่อออกไปธุระนอกบ้าน เราชอบแอบเอาเมมกล้องหน้ารถมาเปิด ปรากฏว่ามันดับทุกเครื่อง ที่บ้านมีรถยนต์ 4 คันคือช่วงที่พ่อออกจากบ้านจะดับหมด ไม่มีข้อมูล คือพ่อน่าจะดึงตัวเสียบชาร์ตแบตออกค่ะ มันทำให้เราสงสัยมากขึ้น แอบคิดคนเดียวว่ามีอะไรไม่ปกติ เพราะผิดสังเกตมากๆ (เหมือนจะระวังตัวมากพอสมควร) ความสงสัยนี้เราเก็บคนเดียวไม่กล้าบอกแม่
2 สัปดาห์ก่อนเพื่อนแม่ (เพื่อนสมัยเรียนของแม่และทำงานที่เดียวกับพ่อ) มาบอกความจริงว่า ระแคะระคายอะไรบ้างไหม คือเขาทนไม่ไหวแล้วตอนแรกเขาบอกไม่อยากจะยุ่ง แต่เห็นพฤติกรรมแล้วทนไม่ไหว เขาบอกว่าพ่อแอบคบกับผู้หญิงที่ทำงาน คบมาประมาณเกือบ 1 ปีแล้ว คนนี้น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ คนที่ทำงานรู้หมด บางคนเตือนแต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ฟัง ยังคบต่อไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ที่หนักกว่านั้นคือผู้หญิงคนนั้นยังเป็นคนที่อาศัยละแวกใกล้เคียงกับบ้านเรา เจอแม่เราทุกวัน รู้จักแม่เราดี คือผู้หญิงคนนี้ต่อหน้าเหมือนไม่มีอะไรเลยเหมือนคนรู้จักทั่วไป ยิ้มทักทาย ช่วงงานเกษียนแม่เราไปร่วมงานด้วย ผู้หญิงคนนี้ยังมาพูดคุยถ่ายรูปกับแม่ลงเฟซอยู่เลย แม่รู้เรื่องโทรมาเล่าให้เราฟัง แม่นิ่งกว่าที่คิดคือไม่โวยวายแต่เสียงสั่นๆ เราได้แต่บอกแม่ว่าใจเย็นๆ สุดท้ายแม่ถามพ่อตรงๆว่ามีคนอื่นหรือเปล่า อย่าโกหกกันให้พูดความจริง เพราะถ้าใช่แล้วพ่อเลือกผู้หญิงคนนั้น แม่จะเป็นคนไปเองเพราะแม่รักพ่อมาก ไม่อยากเกลียดพ่อ พ่อปฏิเสธหมดเลยทุกเรื่องที่แม่ถาม เช่นว่าวันนั้นวันนี้ไปไหนยังไงพ่อมีข้ออ้างหมดเลย พ่อบอกว่าเพื่อนแม่คงอิจฉาแม่อยากให้ครอบครัวของเราพัง (แม่มาเล่าให้เราฟังทุกครั้งที่คุยเรื่องนี้กับพ่อ แล้วพ่อก็กำชับเรื่องนี้กับแม่ว่าอย่าเล่าให้ใครฟัง ถามแม่ว่าใครรู้เรื่องบ้าง แม่บอกตามตรงว่าเล่าให้เราฟัง ส่วนลูกอีกสองคนไม่มีใครรู้เรื่อง)
เราคือคนเดียวในบ้านที่ขับรถสวนทางกับพ่อบ่อยๆ แต่ก่อนเราไม่เคยสังเกตหรอกว่าใครอยู่ในรถก็ใครจะไปคิด สวนทางกันก็คงเป็นพ่อแม่เราคิดแบบนั้น หลังจากที่เราทราบเรื่องจากแม่เราก็ไม่ได้สวนทางกับพ่ออีกเลย พ่อเริ่มกลับบ้านตรงเวลา ที่แปลกไปกว่านั้นดันซื้อรถให้แม่ขับ 1 คันเป็นรถอีโก้คาร์ที่แม่ชอบ ประเด็นคือแม่อยากซื้อนานแล้ว กำลังเก็บเงินของตัวเองพ่อก็ห้ามไม่ให้ซื้อบอกว่ามีรถเยอะ คือรถพ่อ รถที่ไว้ขนของกิจการของบ้าน 2 คัน (รวมรถเรา รถของเรา เราซื้อเองผ่อนเองเพราะเรามีงานทำ ) แต่คือตอนนี้พ่อบอกว่าซื้อให้ พ่อเอาเงินที่ได้จากเกษียนซื้อให้ เอาใจแม่ เราว่ามันมากเกินปกติ แต่กับเราเองพ่อกลับหลบหน้าไม่ค่อยพูดหรือหัวเราะกันเหมือนแต่ก่อน เรารู้สึกว่ามันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่พ่อกำลังปิดบัง เพราะในบ้านทุกคนค่อนข้างให้เกียรติเรา ฟังเหตุผลเรา ขอความเห็นเราเป็นหลัก เพราะพ่อบอกว่าเป็นพี่คนโตต้องเป็นเสาหลักของบ้าน
จนกระทั่งเมื่อวานประมาณบ่ายโมง เรานั่งรถกับสามีไปธุระแล้วสวนทางกับรถพ่อ เราก็บอกสามีว่าเฮ้ยรถพ่ออ่ะ มาทำอะไรแถวนี้ เราเห็นแหละค่ะว่ามีคนนั่งข้าง แต่ไม่ใช่แม่เราแน่ๆ เรารีบบอกสามีว่าชัดเลยนะครั้งนี้คาหนังคาเขาเลยว่ามีคนอื่นจริงๆ เห็นกับตา (สามีเรารู้เรื่องนี้เพราะเราเล่าให้ฟัง ยังดีที่ได้สามีน่ารักให้กำลังใจ) สามีก็บอกว่าอาจจะเป็นแม่ก็ได้ เรายืนยันว่ารูปร่างแบบนั้นไม่ใช่แม่ แม้ที่เห็นผ่านกระจกไม่ชัดแบบ HD แต่เรามั่นใจ เราเลยลองโทรหาแม่ตอนนั้นว่าแม่อยู่ไหน แม่บอกว่าไม่ค่อยสบาย ปวดหัว นอนอยู่บ้าน เราก็เฉไฉบอกแม่ว่าช่วยไปดูรั้วบ้านจำไม่ได้ว่าปิดรั้วหรือเปล่ากลัวแม่สงสัยว่าโทรทำไม เราก็บอกสามีว่าไว้กลับจากธุระ จะเอากล้องหน้ารถไปเปิดจะได้มีหลักฐานเป็นภาพซะที เราโกรธมาก เรากลับถึงบ้านประมาณ 4 โมงเย็นตอนนั้นพ่อถึงบ้านแล้ว เราจอดรถหน้าบ้านแม่ กะว่าจะเข้าไปดูแม่ก่อนเพราะแม่ปวดหัว ไปๆมาๆทำกับข้าวกินกันในบ้านใหญ่เสร็จ 2 ทุ่ม ก่อนกลับบ้านเราแวะไปเอาเมมการ์ดกล้องหน้ารถกลับไปเปิดที่บ้าน ปรากฏว่าเวลาในกล้องที่บันทึกล่าสุดคือบ่ายสามโมง โห...เราน้ำตาไหลเลย ทำไมหลักฐานที่เราคิดว่าจะได้มันถึงหลุดมือไปอีกแล้ว สามีเราสงสัยว่าข้อมูลจะหายไปได้ยังไง ขี้เกียจไปเปิดวงจรปิดของบ้านเพราะมองตากันก็รู้ว่าฝีมือใคร เพราะตอนเราอยู่กันในบ้านคนเดียวที่หายไปคือพ่อ ทุกคนเข้าใจว่าพ่ออยู่ห้องทำงาน เราว่าเราน่าจะเหนือกว่าพ่อเรื่องไอทีอะไรแบบนี้ แต่พ่อเรามาเหนือกว่า ป้องกันทุกทางไม่ให้เรามีหลักฐาน เรารู้สึกโกรธและอึดอัดมาก กับผู้หญิงที่เป็นเมียน้อยก็ไม่รู้จะจัดการยังไง ตอนนี้ความรู้สึกเราพังหมดแล้ว เราที่เคยรู้สึกว่าครอบครัวเราอบอุ่นมีความสุข ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทำไมคนเราถึงไม่รู้จักพอ พ่อที่เรารักเคารพ ยกย่องว่าเขาเป็นฮีโร่มันหายไปจากความคิดเรา เหลือแต่พ่อที่ควงเมียน้อย เราไม่อยากรู้สึกกับพ่อแบบนั้น พ่อไม่พูดกับเราเป็นอาทิตย์แล้ว ยิ่งเหตุการณืเมื่อวานตื่นมาเช้านี้หลบหน้าหลบตาไปเลย มันพังมากจริงๆตอนนี้ เราอายไม่กล้าออกจากบ้านเลย เพราะได้ข่าวว่าเพื่อนบ้านละแวกบ้านของเมียน้อย เขาพูดซุบซิบกันมานานแล้วแต่ไม่มีใครกล้ายุ่งกล้าบอก
เราอยากมีหลักฐาน ถึงแม้ว่าแม่เรายืนยันว่าแม่จะจากไปโดยดี ไม่ยื้อใคร แต่เราก็อยากมีหลักฐานถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ วันที่เมียน้อยมันแสดงตัว อย่างน้อยจะได้มีหลักฐานไปฟ้องศาลในเรื่องชู้ แต่เราก็ไม่อยากให้เหตุการณ์ไปถึงตรงนั้น อยากให้พ่อเลิกกับมัน กลับตัวกลับใจ เราเป็นห่วงความรู้สึกแม่และน้องๆอีกสองคน ขนาดเรามีที่พักทางใจคือสามีกับลูก ความรู้สึกเรายังพังขนาดนี้ แล้วพวกเขาจะเป็นยังไง ใครพอจะมีแนวทางหาหลักฐานแบบไม่ให้พ่อรู้ตัวบ้างคะ ตอนนี้เรานึกไม่ออกเลยจริงๆ มันรู้สึกแย่เอามากๆ
หากแท๊กผิดขออภัยด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำค่ะ