ระบาย (ไม่ใช่ท้องเสียนะคะ)

สวัสดีค่ะ ดิฉันอยากจะมาเล่าเรื่องประสบการณ์ในชีวิตที่ได้เจอค่ะ (ค่อนข้างน่าเบื่อแต่ถ้าอยากรู้ก็ตามสบายค่ะ) 
              ค่ะ ปีนี้เป็น 17 ปีที่ได้เกิดมาอยู่บนโลกใบนี้ ตั้งแต่เด็กขายของมาตลอดค่ะ แม่ทำงานหมอดูไพ่ยิปซี พ่อทำงานขับรถแท็กซี่ ตั้งแต่เกิดมาพ่อและแม่ทะเลาะกันมาตลอดค่ะ ในทุกๆ3 เดือนแม่จะได้รับบาดแผลจากพ่อ แจ้งตำรวจไม่ได้ค่ะ แม่รักพ่อเลยยอมโดนตี ทนมา 8 ปีค่ะ แม่เป็นลมชัก แต่แม่ดีตรงที่นั่งสมาธิเลยดูและรู้อาการของตัวเองค่ะ แม่เป็นคนชอบสวดมนต์นั่งสมาธิ นั่งเป็นวันๆได้เลยค่ะ ยืนยันจากตัวเราที่เห็นเหตุการณ์ พอเข้าปีที่ 8 พ่อไปมีเมียน้อย และเมียน้อยคนนั้นก็คือลูกค้าของแม่ (เจ็บดีค่ะ ถ้าเป็นเรา) แม่รับไม่ได้ แม่เคยคิดฆ่าตัวตายตั้งหลายครั้ง เพราะเรา ตอนเด็กๆด้วยความซนของเราเอง อาจจะมีสารของยาก็ได้นะคะ ทำให้เราเป็นเด็กสมาธิสั้น อยากรู้อยากเห็น และชอบเที่ยว เดินไปคนเดียว ในป่า ในเขื่อน (ดื้อใช่มั้ยละ อิอิ) ค่ะ มันเลยทำให้แม่เครียดแม่ดูเเลทุกอย่างค่ะ ซักผ้า ล้างจาน หุงข้าว ทำกับข้าว ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับในบ้านค่ะ ตกกลางคืนไปทำงานค่ะ ตั้งโต๊ะเอา มีลูกค้าเยอะค่ะ เพราะแม่ค่อนข้างที่จะเซ้นต์ดี ( มี 10 ข้อ ถูก 8 ค่ะ ) แม่เหนื่อยมากๆค่ะ แทบไม่ได้นอนไหนจะเรื่องบนเตียงอีก ส่วนเราบางครั้งจะถูกทิ้งไว้ที่บ้านตั้งแต่ยังเล็กค่ะ บางครั้งก็จ้างพี่เลี้ยง พอเริ่มจำความได้ ก็จำได้ว่าถูกทิ้งให้นอนคนเดียวที่บ้านค่ะ พ่อก็ไปหาลูกค้าตอนกลางคืน บางครั้งแม่ก็จะพาไปทำงานด้วยแต่แม่ก็จะให้เราไปขายของค่ะ ขายดอกกุหลาบ เดินเร่ ขายอยู่บริเวณที่แม่สามารถมองเห็นได้ค่ะ 9 ขวบย้ายไปไปเรียนต่างจังหวัดก็โดนใช้งานตลอด ไปอยู่กับป้า ทำงาน ขยัน ชี้นกได้นก ชี้ไม้ได้ไม้ ตั้งใจเรียนหนังสือ สักวันจะได้เจอแม่ (ส่วนแม่เขาก็หางานทำที่อื่นค่ะ เราย้ายมาอยู่กับป้าเพราะไม่อำนวย) ชีวิตวัยเด็กตอนนั้นสำหรับเราคิดว่าลำบากมากค่ะ ถึงคนอื่นจะลำบากกว่าเรา แต่ไม่มาเป็นตัวเองที่เจอก็ไม่มีสิทธิ์พูดถูกใช่มั้ยคะ ? มันจะมีนมโรงเรียนอ่ะที่เป็นลังๆเราเเบกกลับบ้านคนเดียวตัวเท่าลูกหมา ส่วนตา (อาศัยอยู่กับป้า) ก็ไปรับไปส่งลูกพี่ลูกน้องอีกสองคน กลายเป็นสามคน ค่ะ แน่นค่ะ กระเป๋าอีกนมลังอีกค่ะ ก็กลายเป็นเราที่เดินแบกหามคนเดียว ตาบอกจะมารับกว่าจะทำอะไรเสร็จเราถึงบ้านแล้วค่ะ และไม่ต้องการให้ตาลำบากด้วย (กตัญญูไปอี๊กกก) แม่สอนเราทางโทรศัพท์อยู่เสมอว่า " บ้านเขาไม่ใช่บ้านเรา ต้องอดทนนะลูก" ค่ะตั้งแต่นั้นมา ก็ได้แต่ทำตามคำสั่งแม่มาตลอดค่ะ ทุกอย่างทุกเรื่อง เราตั้งใจเรียนได้เกรดดี เป็นคนทำกิจกรรม พิธีกร แล้วทุกคนก็ชมแบบส่งๆ แล้วก็ไม่พูดอีกเลยค่ะ อาจจะไม่ใช่ลูกรักของใครมั้งคะ 555 อย่าถามค่ะว่าร้องมั้ย แหม่มาขนาดนี้ ร้องค่ะ ทุกคนในชีวิตต้องจากเราไปหมด ไม่ถึงตาย แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เข้าสังคมยากค่ะตัวเรา ถึงเป็นพิธีกรมีคนรู้จัก แต่เด็กก็คือเด็กค่ะ โดนแกล้งจากเพื่อน โดนด่าทอสาระพัด สนใจค่ะ เก็บคำพูดเอามาคิด จนกลายเป็นเครียดแบบไม่รู้ตัวทุกวันนี้ ก็ชอบเก็บไว้คนเดียว ระบายกับใครไม่ได้ เพราะเรื่องที่เราเล่าเราคิดมากมันจริงจัง แต่คนอื่นกลับคิดว่าเรื่องเล็กๆ เจ็บใจค่ะ ต้องกลายเป็นคนที่อยู่คนเดียวตลอด มีเพื่อน แต่ก็ได้แค่คบๆคุย ๆ สนิทไม่มีค่ะ เคยมีแต่เขาก็ตบเราตีเรา แต่เขาก็ยิ้ม และทำให้เราผิด ทั้งๆที่เราง้อ ไม่ได้คิดว่าตัวเองถูกแต่ผิดเราก็ขอโทษไปแล้ว เขาไม่รับและจะหาเรื่องเราเป็นคนไม่มีพวก เเละเพื่อน(เคย)สนิทเขาพูดเก่งใครๆก็ชอบ ต่างจากเรา พูดจาโพงพ่าง ขวานผ่าซาก ตั้งใจเปลี่ยนแล้วค่ะ แต่ก็รังเกียจตัวเองที่ยิ้มทั้งๆที่ไม่ชอบ และหยุดและยอมอยู่คนเดียวค่ะ แม่เป็นคนรู้ทุกอย่างในชีวิตเรา (ทุกอย่าง) ด้วยเซ้นต์ของแม่เอง เรามีแฟนตอน 16 ค่ะ อยากได้คนมาอยู่ข้างๆ อยากได้คนที่เป็นกำลังใจให้กับเราเวลาเราเหนื่อยเราท้อ แต่สุดท้ายก็ดั่งที่สุภาษิตว่า จุดเทียนท่ามกลางสายฝน ค่ะ มีเเต่เรื่อง ที่บ้านเราพอรู้ว่าเราคบกับเเฟน โทรมาว่าเราค่ะ"อยากเป็นเหมือนคนข้างบ้านเหรอ " คนข้างบ้านท้องวัยใสค่ะ เราเลยได้เเต่ยอมรับ อ่อ เราย้ายมาอยู่กับแม่แล้วนะคะตอน 14 เราทำตามคำสั่งแม่ทุกอย่างม.ต้นแม่สั่งห้ามเที่ยวเราไม่เที่ยวค่ะ เลิกเรียนกลับบ้าน ๆ ทรมาน มากๆอยากเที่ยวแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะคำสั่งของแม่ เป็นชอบเที่ยวค่ะ ชอบมากๆ อยากเปิดโลกแล้วแม่ก็ได้แต่บอกว่า "โตไปก็ได้เที่ยวเองนั้นแหละ" เก็ตค่ะ ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ เป็นคนชอบอ่านหนังสือค่ะ ปรัชญา พวกพี่ขุนเขา พี่ฌอน หนังสือเสียง ฟังมาพอสมควรค่ะ เพราะไม่ได้ออกไปเจอโลกเลยต้องหาประสบการณ์ในหนังสือ เราเคยมาพิจารณาตัวเองค่ะว่าเราขาดอะไรไป สิ่งที่เราได้กลับค่ะ นั้นก็คือ "ความรัก" ไม่ใช่เเค่เเฟนค่ะ เพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง เราขาดสิ่งนี้มาตลอด เราเคยฟังคลิปหนังสือเสียงค่ะ เขาพูดว่า " ถ้าเราไม่เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้เราจะเริ่มทำตั้งแต่ตอนไหน" เก็ตค่ะ เราทนแม่บ่นแม่ว่า และกลับบ้านตัวคนเดียวมาตลอด พอขึ้นม.ปลาย ใจแตกค่ะ 5555555 มีเเฟนแล้วค่ะ และลองเหลวไหลด้วยค่ะ ใช้คำว่าลองค่ะ เพราะเราเรียนดีได้เกรดดีๆ แม่ได้เเค่ชมแล้วก็ด่าเหมือนเดิมค่ะ เลยลองเเย่ดูบาง หนักกว่าเดิมค่ะ 55555555 หาเรื่องใส่ตัวจริงๆ  อิอิ แต่สนุกค่ะ แหกกฏทุกอย่าง แต่ไม่ยุ่งสารเสพติดค่ะ หักโกหกแม่ เวลาพ่อให้เงินอยาดอิบใช้เองแม่ก็จับได้ 5555555555 เครียดยิ้ม แต่ก็สนุกค่ะ จนมาถึงเดือนหลัง แม่ติดค่าเช่าห้องที่มหาประลัยเเสนแพง จนกลายว่าแม่ที่ชอบบ่น ก็กลายเป็นหนักกว่าเดิมค่ะ อยู่กันสองคน แกจะลงที่ไหนคะ ไม่ต้องหาค่ะ ตัวเรารเองนี้เเหละ โดนจนเครียด ลูกบ้านอื่นกลับดึกๆ ตีสองตีสาม ลูกบ้านนี้ขอออกไปเที่ยวเหมือนจะตาย จบกัน ชีวิตวัยรุ่นของเรา เราโตขึ้นเราก็ทำงานถูกมั้ยคะ ช่วงเวลาเรียนคือช่วงที่สนุกที่สุด แต่เรากลับโดนห้ามสิ่งที่สนุก มีคนมาขอเราไปเป็นนักร้องในวงดนตรีวงหนึ่ง ไม่ให้ค่ะ ตัดโอกาสพ้น จบค่ะเชื่อแม่ รักแม่อยากกตัญญูสิ่งที่ได้มาคืออย่างนี้เหรอคะ นี้คือสาเหตุที่ทำให้ชอบแหกกฏ ทุกวันนี้เรากลับบ้านไม่เกินสามทุ่ม เต็มที่สองทุ่มกว่า เพราะกลัวแม่เป็นห่วง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น แม่ก็กลับว่าเราด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เรารับไม่ได้ค่ะ อยู่บ้านก็โดน กลับมาก็โดน ชีวิตเราทางเลือกเยอะค่ะ แต่ทำไมไม่เคยคิดที่จะทิ้งจากผญ คนนี้เลยซักครั้ง ทำไมกันคะ เคยโดนไล่ ว่า เราไปทำงานเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย กลับโดนว่าอีก แบบไหนกันค่ะ ถึงจะเรียกว่าดี หนูหามาได้เเค่นี้ด้วยอายุและภาระเรียนที่มี หนูหามาได้แค่นี้ทำไมแม่เค้าไม่เคยจะใส่ใจกับเรื่องนี้บ้างคะ เคยพูด แม่ก็เอาแต่ว่า ท้อค่ะยอมรับ ท้อจริงๆ เคยคิดฆ่าตัวตาย และหนีออกมานอนคนเดียวนอกบ้านหลายครั้งทำไม่ได้ค่ะ ทำไม่ได้จริง ได้เเต่บ่นกับตัวเองว่าถ้าออกไปชีวิตจะดีกว่านี้รึเปล่า แม่ว่าเราทำผิดทำให้เงินไม่เข้าบ้านทั้งๆที่ไม่มองตัวเอง ทำไมคะ หนูทนมาขนาดนี้ ทำไมหนูอยากออกอยากอยู่ให้หายเครียดสบายๆ มีชีวิตกรุ๋งกริ๋งๆ กับคนอื่นเขาบาง โมเมนต์นั้นน้อยค่ะที่เกิดกับเรา ดีสักพักเปลี่ยนเป็นอีกคน คนที่บ้านก็ไม่เข้าใจเราว่าเราต้องเจออะไรมาบ้าง ได้แต่ท่องในใจว่า "นั้นแม่กูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" ค่ะ อยากตายค่ะ แต่ตายไปก็วนกลับมาตายอีกอยู่ดี เลยมองว่าแล้วถามอีกว่า "ทำให้กูเครียดได้แค่นี้เหรอ" หึ ค่ะ ส่วนแฟนอยู่ดีมีทุกข์ค่ะ ทะเลาะกันแทบทุกวัน แต่ก็ไม่ตีเหมือนพ่อก็ดีไปค่ะ อิอิ เรากับเเฟนจะเปิดธุรกิจกัน เดาสิๆว่าจะทำอะไร........................ เย้  ขายทุเรียน อิอิ ก็หาให้แม่ใช้อยู่ดีค่ะ จะส่งแม่ไปบวช ไม่ได้ไล่นะคะ สนับสนุน จริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ประมาณโยนเงินหมื่นแล้วบอกแม่ว่าไปบวชวัดไหนก็เชิญเสด็จแม่ค่ะ และเราก็จะได้อยู่กับเเฟนเย้ เลวใช่ม่ะ แต่ขอโทษค่ะ พวกหนูไม่ได้ทิ้งการเรียนและเราก็ทำงานกันตอนช่วงปิดเทอมกันทั้งคู่ ตอนเปิดเทอมทำธุรกิจขายของค่ะ แต่ก็ใจเเตกอยู่ดี แต่ทางนี้หนูเลือกแล้วค่ะ หนูเองก็ผ่านอะไรมาค่อนข้างเยอะพอสมควร ทำงานกับคนหมู่มากมาก็มาก พม่างี้อย่างชอบเลยค่ะ ร้านอาหารที่เราแอบไปดูสูตรอาหารทำเอาหน้าและนินทาเก่งจริงเชียวค่ะ ถ้าถามทำไมตัวเเค่นี้ริอยากมีผัวเร็ว ทำไมไม่รอให้สมควรก่อน หนูมองว่าสังคมสมัยนี้เด็กไทย มีเพศสัมพันธ์กันเร็วกันจริง จากความคิดเห็นที่เราผ่านจุดนั้นมานะคะ

1.สถาบันครอบครัวค่ะ ถ้าเด็กมีปมมีปัญหาแต่เบือกที่จะอยู่จุดเดิมแล้วไม่แก้ เรามองว่าเด็กจะซึมซับและนำมาใช้กับครอบครัวตัวเองโดยไม่รู้ตัวค่ะ เพราะนั้นค่ะสิ่งที่ซึมซับมา
2.สังคม สมัยนี้วิวัฒนาการเทคโนโลยีก้าวไกลและรวดเร็วมากค่ะ สังเกตได้เลยค่ะ เด็กสมัยนี้พูดคำหยาบตั้งแต่อายุเท่าไหร่คะ ให้เวลาเดาค่ะ................ ตั้งแต่อนุบาลเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่บางท่านอาจจะไม่รู้ แต่ลูกของคุณที่หนูสังเกตมา ยืนด่าหนูหน้าด้านเลยค่ะ เพราะอะไรหรอคะ เพราะสื่อ และสังคมสมัยนี้ไงคะ คิดว่าเด็กมันโง่ไม่รู้เรื่องแต่ความจริงไม่ใช่ค่ะ เด็กไทยฉลาดนะคะ แต่สอนไม่ถูกวิธี คำหยาบแล้วเรื่องเพศก็ตามมาค่ะ เด็กสมัยนี้เร็วมาก แค่ประถมก็มีเเฟนกันแล้ว สมัยหนู กระโดดยาง ดีดลูกแก้วค่ะ หนูเคยได้ยินสำนวนหนึ่งอย่างมานะคะว่า "รักนวล สงวนตัว" ค่ะๆด้ยินมาตั้งแต่เล็กๆแต่ทำไมกันคะ ผู้หญิงบริการถึงมีมากที่สุดในโลก ทำไมวัฒนธรรมต่างประเทศเขาเปิดโอกาสต่างๆนาๆให้นักเรียนรู้จักวิธีป้องกัน (หนูพูดจาอวดดีขอกราบขออภัยนะคะ) แต่กลับกันเด็กประเทศเราถึง มีคุณแม่วัยใส มากเป็นอันดับต้นๆของโลกทั้งๆที่ค่านิยมของเราคือ "รักนวล สงวนตัว"
นอกเรื่องแล้วนะคะ 
3.หนูอยากพูดเรื่องการศึกษาประเทศไทยค่ะ ให้ความสำคัญมากที่สุด หนูอยากให้นำปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระภูมิพล ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ และเรื่องของ PDCA หนูต้องการให้เด็กไทยรู้จักมากยิ่งขึ้นค่ะ ท่านนายอำเภอเคยกล่าวให้หนูฟังว่า "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข เรามีแค่ 100 เราจะใช้เงิน 60 ให้ไม่เรียกว่าพอเพียง แต่ถ้าเรามีเงิน หนึ่งล้านบาท แต่เราใช้เงินหนึ่งเเสน เงินหนึ่งเเสนนั้นเยอะนะ แต่ว่าเราเกิดมาฐานะไม่เท่าเทียบกัน เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรเกินตัว " จำได้ขึ้นใจนะคะ รู้สึกโชคดีจริงๆที่ได้เรียนหนังสือได้เรียนรู้คำสอน ได้เป็นสภา แกนนำในเรื่องต่างๆ อยากให้นำหลักสูตรนี้มาใช้ในหลักการเรียนการสอนค่ะ 

                  ขอจบการกล่าวเพียงเท่านี้ค่ะ ถ้าหนูรู้เรื่องไม่จริงรู้เรื่องไม่มากพอแล้วเอามาพูดขออภัย ณ ที่นี้ นะคะด้วยความไม่รู้ความแก่นกล้ามาพูด แต่ทั้งหมดมานี้คือความจริงที่ประสบเจอค่ะ ขอบพระคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ค้าาาาาาาาาาาาาาาา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่