จบมานาน...แต่ทำไมยังเจ็บ

แค่อยากหาที่ระบาย ไม่ได้หวังให้ต้องกลับคืน
เพราะเรื่องของเรามันคงไม่บรรจบกัน

ในสมัยวัยรุ่น(19) เราเคยรักผู้ชายคนนึง รักมากถึงขนาดที่คิดว่า "หากฉันขาดผู้ชายคนนี้ไปจะอยู่อย่างไร"

เรารู้ว่าความคิดนั้นมันเป็นเพียงความคิดเด็กๆ คิดแต่ว่าก็แค่รัก
ปีๆนึงเราเจอกับผู้ชายคนนั้นที่เรียกว่าแฟนแบบนับครั้งได้
เพราะเราอยู่ห่างกัน แค่โทรหาทุกวัน แชทกันแทบตลอด
ปีนึงจะเจอหน้ากันแค่1-2ครั้งก็ชื่นใจ และทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ฉันจะตกหลุ่มรักเค้าใหม่เรื่อยๆ

ยิ่งนานวันความรักของฉันยิ่งมากขึ้น ฉันอภัยให้เค้าเสมอ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันฉันจะคิดว่า ยังไงเค้าก็ไม่ไปไหน

ฉันเป็นผู้หญิงคนนึงที่อาจจะดูน่าลำคาญ ที่ชอบพูดแต่คำว่ารัก จนเค้ามองว่า "คำว่ารักของฉันมันไม่น่าตื่นเต้นอีกต่อไป"

ฉันกลัว กลัวว่าเราจะต้องจากกัน แต่ดูเหมือนเค้าจะเริ่มลำคาญฉันมากขึ้นทุกที

ยิ่งนานวันอายุฉันเข้าใกล้เลข3เรื่อยๆ การคบกันมายาวนานแต่ไม่มีท่าทีมองเห็นอนาคตยิ่งทำให้ใจฉันกลัว

ตั้งแต่คบกันมา ฉันพยายามเข้าหาครอบครัวเค้า แต่เค้าไม่
ฉันต้องการให้เราเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เค้าไม่

แน่นอนคำถามยอดฮิตของผู้หญิงที่ใจสั่นไหวแบบนี้คือ "พี่ต้องการแต่งงานกับหนูไหม"
เพียงแต่คำตอบที่ได้กลับมามันเหมือนโดนฟ้าผ่าลงมากลางใจ " พี่มีภาระเยอะอยู่แล้วหนูจะมาเพิ่มภาระให้พี่อีกทำไม"

ความเสียใจมันถาโถมเข้ามาเหมือนพายุ ช่วงนั้นเราทำอะไรก็จะดูขัดหูขัดตาไปหมด
ทะเลาะกันบ่อยขึ้น จนใจเริ่มด้านชา

ตุ๊กตาสุดรักของเราที่ฝากเค้าไว้ เค้าก็ยกให้ลูกเค้าอย่างง่ายดาย
แม่เคยถามเรามาแต่ต้น คิดจะรักพ่อม่ายรักลูกเค้าไหม ยอมรับได้หรือเปล่า
ใจเราให้ลูกเค้าได้นะแต่เสียใจที่นั่นคือของที่ฝากไว้ ซึ่งของสิ่งนั้นมันมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับเรา

เราเสียใจเหมือนใจพัง แต่เค้ามองเราว่างี่เง่าไม่รู้จักโต
ความเสียใจมันสะสมมาเรื่อยๆ
จนเราเริ่มคิดว่า...ถ้าไม่มีเราเค้าอาจจะดีกว่านี้ก็ได้
ฉันตั้งใจว่าถ้าเจอหน้าเค้าครั้งต่อไป ฉันจะบอกเลิกเค้า

แต่วินาทีที่เจอหน้าเค้าอีกครั้งใจมันก็สั่นไหว กลัว กลัวการต้องจากกัน แต่ยังไม่ทันได้บอกอะไรเค้ากลับไม่สบายซะก่อน
อยู่ๆเป็นกรดไหลย้อนเฉียบพลันต้องเข้าโรงพยาบาล
วินาทีที่ฉันถูกหมอถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเค้า ทำให้รู้ว่า ฉันไม่ได้รู้จักเค้าดีพอเลย
ฉันไม่รู้ พ่อกับแม่เค้าชื่ออะไร ข้อมูลส่วนตัวเค้าฉันแทบไม่รู้อะไรเลย

ฉันรู้แค่เค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แค่นั้นเอง
ตอนนั้นในหัวมันสับสน การนั่งรออยู่นอกห้องผู้ป่วยฉุกเฉินเพียงลำพังทั้งๆที่ไม่รู้อะไรเลยมันทำให้ฉันแย่
ฉันคิดอะไรมากมาย
และอีกหนึ่งความคิดของฉันที่เปลี่ยนไปคือ
ฉันจะไม่เลิกกับเค้า ฉันต้องทำความรู้จักเค้าให้มากกว่านี้

หลังออกจากโรงพยาบาลไม่นานเค้าก็ต้องกลับไปทำงานอีกครั้ง
การเจอกันของเรามันสั้นนัก
ในสมัยวัยรุ่น1-2ปีเจอกันทีนึง เจอกันครั้งนึง2-3วันก็ชื่นใจ
แต่ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลง เค้าย้ายมาอยู่ไม่ไกลจากบ้านฉันนัก
แต่การเจอกันของเรามันลำบากมาก 2-3เดือนขอเจอหน้าสักครั้งนึงก็ยากขึ้น
เค้าติดงาน ต้องปาตี้กับเพื่อน จากที่เคยโทรคุยกันตลอดก็ไม่โทร ส่งข้อความไปไม่อ่านโดยทุกคนั้งเค้าจะยุ่ง

ฉันเริ่มคิดไม่ดีว่าถ้าเค้ามีคนใหม่ขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง
ในตอนนั้นฉันเหมือนคนไร้ทางออก จึงเริ่มปรึกษาเพื่อน
และการปรึกษาเพื่อนครั้งนี้นี่แหละที่ทำให้ฉันคิดผิดมาจนถึงทุกวันนี้
ฉันยอมรับว่าฉันอ่อนแอ ทั้งๆที่ฉันกลัวว่าเค้าจะมีคนใหม่แต่สุดท้ายฉันกลับเป็นฝ่ายผิดซะเอง
ฉันแอบคุยกับเพื่อนจนเกินคำว่าเพื่อน แต่ใจก็รู้สึกไม่ดี เพราะฉันรักเค้า รักมานาน และนึกภาพตัวเองไม่มีเค้าไม่ออก

ฉันต้องการความมั่นคงขอชีวิต ไม่อยากเสียใจอีก
ฉันจึงตัดสินใจโทรไปเล่าเรื่องที่ฉันคุยเกินเพื่อนให้เค้าฟังและถามเค้าอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายว่าเค้าจะแต่งงานกับฉันไหม
ถ้าเค้าเลือกฉัน ฉันจะจบกับเพื่อน แต่ถ้าเค้าไม่เลือกฉัน ฉันจะสานต่อกับเพื่อนแล้วนะ

ในตอนนั้นเค้าเสียใจมากจนเหมือนเค้าไม่ฟังฉัน ฉันเองก็เสียใจมาก 
แม้แต่กับเพื่อนฉันเองก็ไม่มีแรงสานสัมพันต่อ
มันหมดแล้ว8-9ปีที่คบกันมา มันพังหมด

ตอนนี้เราจำไม่ได้หรอกว่าเราเลิกกับเค้ามานานแค่ไหนแล้ว 4-5ปีแล้วหรือเปล่า
รู้แค่เราตั้งใจจะบอกเลิกเค้า...วันที่เค้ามาหาเรา
เราไม่อยากเลิกกันแบบไม่เห็นหน้าเพราะมันจะไม่จบ
แต่สุดท้ายเราก็เลิกกันผ่านมือถืออยู่ดี
ตลอดเวลาฉันคาใจมาตลอด

แม้ฉันยังไม่พร้อมจะสานต่อกับเพื่อน แต่เพื่อนคนนั้นยังคงแวะเวียนมาห่วงใยดูแลฉันตลอด
เพื่อนคนนั้นก็ยังคงส่งความห่วงใยมาเสมอไม่ใช่แค่กับฉันแต่ไปถึงพ่อและแม่ของฉันด้วย

เค้าไม่เคยเข้าหาที่บ้านฉัน แต่กับเพื่อนคนนั้นเค้าพยายามเข้าหาที่บ้าน ทำให้ฉันเริ่มคิดอยาดเปิดใจอีกครั้ง ฉันจึงคบกับเพื่อน(ใจง่ายเนอะ)

เราค่อยๆทำความรู้จักกันไป แต่ฉันก็รู้ตัวว่าหัวใจฉันไม่เคยลืมเค้าคนนั้นเลย
ความรักมันยาวนานจนเกิดเป็นความเคยชินงั๊นหรอ
และเพราะฉันเป็นอย่างนี้ ฉันจึงทำให้อดีตเพื่อนของฉันเค้ายิ่งเจ็บ
ทั้งๆที่ก็รู้ว่าคนตรงหน้าฉันมีใคร แต่ใจไม่เคยลืมเค้าคนนั้นเลย

ยิ่งนานวันฉันยิ่งเริ่มเข้าใจประโยคที่ว่า "รักคนที่เค้ารักเรา ดีกว่ารักคนที่เค้าไม่ได้รักเรา" มันเป็นยังไง
ฉันเหมือนคนเลวที่หลอกใช้ความรู้สึกดีๆของเพื่อนคนนึง
ไม่ว่าจะลองพยายามเปิดใจตัวเองมามากแค่ไหน ก็ไม่สามารถเปิดให้ได้มากเท่าเค้าคนแรกได้เลย
ฉันจึงตัดสินใจเลิกกับเพื่อน
รู้ตัวว่าทำเค้าเจ็บมาก แต่ถ้าทนคบกันต่อไปก็ไม่มีใครเลยที่มีความสุข

ฉันเริ่มมาใช้ชีวิตคนเดียว มีแต่ครอบครัวเท่านั้นที่อยู่ข้างกาย
แต่อยู่ๆการติดต่อกลับมาของเค้าคนนั้นก็ทำให้ฉันมีความหวังขึ้นอีกครั้ง

ฉันเหมือนคนบ้าที่ใจเต้นทุกทีที่เค้าเชทมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม
เฝ้ารอการติดต่อกลับมาของเค้าเหมือนกับตอนสาวๆทั้งๆที่อายุก็ปาไป30ต้นๆแล้ว
ทั้งๆที่ใจบอกว่าไม่นะเราจะไม่กลับไปเสียใจอีก
แต่มันก็ดีใจทุกครั้ง

และอยู่ๆพี่เค้าก็บอกว่า "พี่ยังไม่มีใครนะแล้วหนูล่ะ"
ตอนนั้นใจเต้นเป็นกลองเลย แอบลุ้นว่าจะกลับมาใหม่ได้ไหม
แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป กลัวจะกลายเป็นออกตัวแรง
ได้แต่บอกว่า"ไม่มีใครเหมือนกัน"

เมื่อก่อนตอนคบกันใหม่ๆ พี่เค้าไม่ค่อยชอบเล่น ig เฟสก็ไว้อ่านแต่ข่าว โดยมากจะเล่นแต่ไลน์แถมแบบเดิมๆ สตก.ก็ไม่ซื้อใช้แต่ของฟรี
ผิดกับเราที่บ้าบอซื้อเยอะมาก
การติดต่อกลับมาครั้งนี้ทำให้รู้ว่า พี่เค้าเล่นทุกโซเชียล
เราแอดigกัน ในไลน์สตก.เค้าก็แพรวพราวขึ้นทั้งๆที่เมื่อก่อนเค้าจะลำคาญ
เราเป็นพวกเล่นig มากกว่าเฟส หรือไลน์เพราะชอบถ่ายภาพ

การรู้ความเปลี่ยนแปลงเค้าในครั้งนี้ ทำให้เราเข้าข้างตัวเองแบบสุดๆ
ว่าเค้าพยายามติดต่อเราทุกทาง
ถึงจะไม่ได้คุยตลอดเหมือนตอนคบกัน
แต่มันเป็นอะไรที่สุขแบบบอกไม่ถูก

จนวันนึงเราก็ได้รู้ความจริงว่าการที่เค้าพยายามติดต่อเรามา เพราะเค้ากำลังจะเปิดตัวแฟนใหม่
ภาพแรกที่เราเริ่มเอะใจเพราะปกติแล้วพี่เค้าจะชอบถ่ายคนอื่นไม่ก็วิว
แต่ในภาพนั้นเป็นรูปพี่เค้าเองกำลังป้อนขนมผู้หญิงคนหนึ่งอยู่
ฉันที่มีความมโนเป็นเลิศ พยายามเข้าข้างตัวเองว่า "เพื่อนที่ทำงานพี่เค้าแหละ ก็ก่อนหน้านี้พี่เค้ายังบอกอยู่เลยว่าไม่มีใคร"
แต่หลังจากรูปแรกไม่กี่วันถัดมาก็มีรูปใหม่ๆเพิ่มมาเรื่อยๆ
รูปภาพความสวีทของทั้งสองคนก็เริ่มถาโถมเข้ามาเต็มหน้าฟีดig ทำให้ไม่สามารถคอดเข้าข้างตัวเองได้อีก

ความรู้สึกจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก เหมือนอกหักอีกรอบจากคนๆเดิม
ตอนตกหลุมรักฉันก็รักเค้าคนเดิมซ้ำๆในทุกครั้งที่เจอ
แต่ตอนอกหักนี้ไม่อยากเจอแบบซ้ำๆอย่างนี้เลย

นี่สินะที่คนโบราญเค้าสอนไว้ว่า"ตัดบัวอย่าให้เหลือใย"
ฉันตัดสินใจยุติความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อเค้า
เสียใจครั้งสุดท้ายให้พอ
แล้วบล๊อคทั้งเค้า ครอบครัวเค้า เพื่อนเค้าทั้งหมด ออกจากโซเชียล
ด้วยความที่igของเค้าตั้งเป็นส่วนตัวเมื่อเลิกติดตาม ฉันก็ไม่สามารถเห็นภาพบาดตาจากเค้าได้อีก

ทิ้งเวลาผ่านมาเรื่อยๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี
หลังจากที่ฉันตัดเค้าออกไปจากชีวิต มันก็ดูเหมือนจะทำให้ฉันดีขึ้น
ฉันแทบจะลืมไปแล้วว่ารักมันเป็นยังไง
ไม่อยากจะเริ่มต้นใหม่เพราะกลัว
ไม่ได้คิดถึงเค้าแทบทุกวันเหมือนเคย
บางทีลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยรักคนๆนี้

แต่พอมาวันนี้....วันที่ทำให้ฉันตัดสินใจมานั่งพิมพ์เล่าเรื่องตัวเองเพื่อระบายความรู้สึก
เพราะฉันเพิ่งจะรู้ว่าฉันยังคงเจ็บและไม่มีทางเหมือนเดิม
วันนี้อยู่ๆฉันก็นึกถึงเฟสเก่าของฉันสมัยที่ยังคงเป็นวัยรุ่น เฟสเก่านั่นฉันเล่นตั้งแต่สมัยมัธยม และใช่มันเป็นช่วงที่ฉันกับเค้าคบกัน
ฉันจำได้แต่เพียงเมลแต่จำรหัสผ่านไม่ได้
จึงพยายามกู้รหัสผ่าน
ซึ่งการกู้รหัสผ่านนี้ทางเฟสจะส่งรหัสลับให้ทางเมลที่สมัคร
และฉันก็จำรหัสเมลไม่ได้เช่นกัน
เลยตัดสินใจกู้หมดทั้งรหัสเมลและเฟส

แต่การจะกู้เมลได้นั้นเมลจะส่งรหัสลับไปยังเบอร์โทรที่ลงทะเบียนเอาไว้....ซึ่งนั่นเป็นเบอร์ของพี่เค้า
ฉันนั่งคิดอยู่นาน ควรไหมถ้าเราจะติดต่อไป
เพราะเราไม่ได้ติดต่อไปเลยตั้งแต่วันนั้นที่ตัดสินใจบล๊อค
เกลียดตัวเองที่ยังจำเบอร์เค้าได้ขึ้นใจแม้จะไม่ได้เมม

จะโทรไม่โทรดีในใจเหมือนมีตัวเองหลายคนกำลังถกเถียงกัน
แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะโทรไปขอรหัส

ทั้งๆที่คิดว่าทำใจดีแล้ว แต่แค่ปลายสายรับ น้ำตาก็แตกอย่างกับเขื่อนพัง
มันทำให้รู้ว่า ฉันกับเค้ามันไม่มีทางเหมือนเดิม
แค่ถามรหัสฉันยังคุมเสียตัวเองให้ราบเรียบไม่ได้ด้วยซ้ำ
พอพยายามจะทำเสียงนิ่งก็กลายเป็นแข็งทื่อ

ฉันรู้ว่าควรจบได้แล้วเจ็บมามากไปแล้ว
ความรักครั้งนี้มันควรจบมาตั้งนานแล้ว
แต่มันเป็นที่ฉันเองนี่แหละที่ไม่เคยจะจบ

เค้ามีคนใหม่ไปแล้ว ข้างกายเค้าไม่ใช่เราอีกแล้ว
มันผ่านมานานแล้ว
ได้แต่บอกตัวเองว่าพอ

ขอบคุณมากๆนะคะถ้ามีใครสักคนหลงเข้ามาอ่านจนถึงบรรทัดนี้
เรารู้ว่าเราเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร
ไม่ได้หวังให้เค้ามาเริ่มต้นกับเราใหม่
แต่เราแค่ลืมเค้าไม่ได้เท่านั้นเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่