เรามีเพื่อนอยู่คนหนึ่งค่ะ เขาดี ดีมากๆ และเก่งด้วย สำหรับเราเขาเก่งติดTop5ของสาขาในสายชั้นนั้นเลยค่ะ อยู่กลุ่มเดียวกันลงวิชาเดียวกันเซคเดียวกัน ไปเที่ยวก็ชวนกัน ซึ่งไม่ได้มีกันแค่สองคนหรอกค่ะ มีมากกว่านั้น แต่พอดีประเด็นอยู่ที่คนนี้...
เราเข้าใจค่ะว่ามนุษย์ทุกคนไม่ได้เพอร์เฟคเรารู้ตรงจุดนั้นดี แต่สำหรับคนๆนี้เราอยากลองเล่าให้ฟังแล้วช่วยบอกหน่อยค่ะว่าเราตรรกะเพี้ยนเองหรือเขาไม่โอเคจริงๆ
ตรงที่เรารู้สึกว่าเขาไม่โอเคคือ "ความเอาแต่ใจตัวเอง" ถามว่าระดับไหน ในความรู้สึกเราคือโลกต้องหมุนรอบตัวเขาค่ะ เราสนับสนุนเรื่องที่ว่าอย่าแคร์ถ้าสิ่งที่เราทำไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เป็นตัวของตัวเองไม่ต้องแคร์ใคร แต่สำหรับเขามันไม่ใช่ เขาไม่ได้เดินแค่ตามทางของตนแต่ทุกคนต้องเป็นสิ่งที่เขาอยากให้เป็นหรือถ้าเขาคิดว่าคนๆนั้นเป็นแบบนั้นคนๆนั้นเป็นแบบนี้คือ "ต้องเป็นแน่ๆ" เราก็ไม่รู้ว่าเขามั่นใจได้อย่างไร ดูแล้วคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ และมันลามมาถึงเรากับเพื่อนในกลุ่ม
แน่นอนว่ามนุษย์เราไม่ได้มีความสามารถในการคุยได้แค่กับคนๆเดียว มันต้องมีบ้างที่คุยประเด็นเดียวกันทั้งวงสนทนาแล้วตอบด้วยกัน และบางทีก็มีบางประเด็นที่คุยกันได้แค่สองคนเพราะรู้เรื่องกันอยู่สองคน คนหนึ่งคุยเรื่องรถรู้เรื่อง อีกคนคุยเรื่องหนังรู้เรื่อง ซึ่งก็มีบ้างที่เราคุยเล่นกับเขาแค่สองคนหรือเพื่อนคนอื่นแค่สองต่อสอง คนอื่นก็แยกคู่ของตนไป มันก็น่าจะเป็นเรื่องปกติ พอนานวันเข้าซึ่งประจำเดือนเขามาหรืออย่างไรไม่แน่ใจ จู่ๆเขาก็หน้าบึ้งมาเรียนเราเห็น แต่ไม่ได้ถามเซ้าซี้เพราะกลัวเขารำคาญมีคุยเล่นกันบ้าง อารมณ์เขาเปลี่ยนไวเหมือนกดสวิทช์ มันเป็นอยู่พักนึงจนมีวันที่เขาร้องไห้ระหว่างเรียน เรากับเพื่อนคนอื่นงงมาก ถามก็ไม่มีใครรู้ เราเข้าไปถามเขาก็ไม่บอกพอรอซักพักกลับห้องไปเราพิมพ์ข้อความไปถามเขา เขาตอบมาว่า "รู้สึกเหมือนตัวเองไม่สำคัญ" "เหมือนไม่ได้เป็นเพื่อนกัน" งงเลยค่ะ ณ จุดๆนั้น เอ๋อกันทั้งกลุ่ม ปกติเราก็คุยกับเขาและเพื่อนอีกคนเยอะสุดแล้ว แล้วเราทำอะไรผิด หลังจากนั้นเขาก็บอกว่า "ขออยู่คนเดียวดีกว่า" ซึ่งประโยคเหล่านี้ที่คุยกันเขาตัดพ้อเรากับเพื่อนอีกคนที่เขาคิดว่าเราไม่สนใจเขาค่ะ ทั้งๆที่เราปรึกษาเรื่องเขากับเพื่อนคนนี้ตลอด เป็นห่วงตลอด เขาคงไม่รู้มั้งคะ...แม้จะบอกไปแล้วก็เถอะ เราคุยไกล่เกลี่ยนานมากจนเขาสงบลง ไม่กี่วันต่อมาก็มาเรียนมาคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งความยาวนานของวันเวลาและการพูดคุยมันเยอะกว่านี้ค่ะ แต่ขอเล่าสั้นๆแค่นี้เพราะข้อมูลบางอย่างอาจจะทำให้เขารู้ตัวได้
ที่เล่ามามันคือปัญหาใหญ่ครั้งแรกค่ะมีครั้งย่อยๆอีกเยอะ และคนที่ต้องคุยเยอะสุดคือเราซึ่งเราก็ยังไม่รู้เลยว่าเราทำอะไรผิด ครั้งที่น่าจะใหญ่อีกครั้งคือครั้งนี้ แพทเทิร์นเดียวกันเป๊ะ หน้าบึ้ง ไม่คุย ไม่พูดไม่จา และรอบนี้ถึงขั้นถามไม่ตอบ เมินไปเลยค่ะ เราเลยไม่อยากถามอะไร...เพราะถ้าเปิดประเด็นไปมันอาจจะเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนไฟ เคยเจอมาแล้วเลยไม่อยากเจออีก และยิ่งเป็นช่วงที่น้องเราป่วยแถมค่างานก็เยอะจึงไม่อยากเก็บมาเครียด แต่ก็เครียดค่ะ เพราะเห็นหน้าเขาตลอดพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยังยากเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาต้องมีปัญหาอะไรอีกแล้วแน่ๆและคงเป็นเรื่องเดิมๆ รอบก่อนหน้านี้เราอยากรักษาความสัมพันธ์กับเขามากและใช้ความอดทนอดกลั้นในการคุยเยอะมากสำหรับเราซึ่งเพื่อนอีกคนก็คิดงั้นตอนนี้เราเริ่มรู้สึกไม่อยากรักษาความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนร่วมกลุ่มกับเขาแล้วค่ะ เหนื่อยมากๆ...แต่ไม่ถึงขั้นเตะออกจากกลุ่มหรืออะไรเพราะเรายังต้องทำงานร่วมกันอยู่จึงทำแค่ลดระดับความสัมพันธ์ลงมาเป็นเพียงเพื่อนร่วมสาขาและเพื่อนร่วมงานเท่านั้นค่ะ เราอยากเป็นเพื่อนกับเขาแต่ขีดจำกัดและขอบเขตที่เราให้เขาไปมันเริ่มบีบตัวเราเองจนอึดอัดเกินความพอดีแล้ว ถึงจะคิดแบบนั้นกลับเลิกคิดเรื่องเขาไม่ได้เลย อยากรู้และอยากอธิบายให้เขาฟังถ้าเขาเข้าใจอะไรเราผิดแต่ก็รู้ว่าบอกไปคงไม่ฟังเลยเงียบเอาไว้ค่ะ...
สิ่งที่อยากรู้ที่สุดตอนนี้คือเราจะทำยังไงให้ปล่อยวางเขาได้คะ เราเหนื่อยมาก ปัญหาที่อยากจัดการคือตัวเราเองค่ะไม่ใช่เขาเราเก็บมาเครียดเก็บมาคิดตลอด เพื่อนอีกคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันเขาวางได้เรียบร้อยแล้วค่ะ เพื่อนอีกคนถ้าไม่รีบวางไฟจะลุกไวและแรงมากเขารู้ตัวเลยรีบปล่อยซะก่อน ช่วยทีค่ะ...ถ้าอยากทราบอะไรเพิ่มเติมก็ถามได้ค่ะ จะตอบเท่าที่ตอบได้
ควรปรับความคิดตัวเองอย่างไรกับการอยู่ร่วมโลกกับเพื่อนแบบนี้?
เราเข้าใจค่ะว่ามนุษย์ทุกคนไม่ได้เพอร์เฟคเรารู้ตรงจุดนั้นดี แต่สำหรับคนๆนี้เราอยากลองเล่าให้ฟังแล้วช่วยบอกหน่อยค่ะว่าเราตรรกะเพี้ยนเองหรือเขาไม่โอเคจริงๆ
ตรงที่เรารู้สึกว่าเขาไม่โอเคคือ "ความเอาแต่ใจตัวเอง" ถามว่าระดับไหน ในความรู้สึกเราคือโลกต้องหมุนรอบตัวเขาค่ะ เราสนับสนุนเรื่องที่ว่าอย่าแคร์ถ้าสิ่งที่เราทำไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เป็นตัวของตัวเองไม่ต้องแคร์ใคร แต่สำหรับเขามันไม่ใช่ เขาไม่ได้เดินแค่ตามทางของตนแต่ทุกคนต้องเป็นสิ่งที่เขาอยากให้เป็นหรือถ้าเขาคิดว่าคนๆนั้นเป็นแบบนั้นคนๆนั้นเป็นแบบนี้คือ "ต้องเป็นแน่ๆ" เราก็ไม่รู้ว่าเขามั่นใจได้อย่างไร ดูแล้วคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ และมันลามมาถึงเรากับเพื่อนในกลุ่ม
แน่นอนว่ามนุษย์เราไม่ได้มีความสามารถในการคุยได้แค่กับคนๆเดียว มันต้องมีบ้างที่คุยประเด็นเดียวกันทั้งวงสนทนาแล้วตอบด้วยกัน และบางทีก็มีบางประเด็นที่คุยกันได้แค่สองคนเพราะรู้เรื่องกันอยู่สองคน คนหนึ่งคุยเรื่องรถรู้เรื่อง อีกคนคุยเรื่องหนังรู้เรื่อง ซึ่งก็มีบ้างที่เราคุยเล่นกับเขาแค่สองคนหรือเพื่อนคนอื่นแค่สองต่อสอง คนอื่นก็แยกคู่ของตนไป มันก็น่าจะเป็นเรื่องปกติ พอนานวันเข้าซึ่งประจำเดือนเขามาหรืออย่างไรไม่แน่ใจ จู่ๆเขาก็หน้าบึ้งมาเรียนเราเห็น แต่ไม่ได้ถามเซ้าซี้เพราะกลัวเขารำคาญมีคุยเล่นกันบ้าง อารมณ์เขาเปลี่ยนไวเหมือนกดสวิทช์ มันเป็นอยู่พักนึงจนมีวันที่เขาร้องไห้ระหว่างเรียน เรากับเพื่อนคนอื่นงงมาก ถามก็ไม่มีใครรู้ เราเข้าไปถามเขาก็ไม่บอกพอรอซักพักกลับห้องไปเราพิมพ์ข้อความไปถามเขา เขาตอบมาว่า "รู้สึกเหมือนตัวเองไม่สำคัญ" "เหมือนไม่ได้เป็นเพื่อนกัน" งงเลยค่ะ ณ จุดๆนั้น เอ๋อกันทั้งกลุ่ม ปกติเราก็คุยกับเขาและเพื่อนอีกคนเยอะสุดแล้ว แล้วเราทำอะไรผิด หลังจากนั้นเขาก็บอกว่า "ขออยู่คนเดียวดีกว่า" ซึ่งประโยคเหล่านี้ที่คุยกันเขาตัดพ้อเรากับเพื่อนอีกคนที่เขาคิดว่าเราไม่สนใจเขาค่ะ ทั้งๆที่เราปรึกษาเรื่องเขากับเพื่อนคนนี้ตลอด เป็นห่วงตลอด เขาคงไม่รู้มั้งคะ...แม้จะบอกไปแล้วก็เถอะ เราคุยไกล่เกลี่ยนานมากจนเขาสงบลง ไม่กี่วันต่อมาก็มาเรียนมาคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งความยาวนานของวันเวลาและการพูดคุยมันเยอะกว่านี้ค่ะ แต่ขอเล่าสั้นๆแค่นี้เพราะข้อมูลบางอย่างอาจจะทำให้เขารู้ตัวได้
ที่เล่ามามันคือปัญหาใหญ่ครั้งแรกค่ะมีครั้งย่อยๆอีกเยอะ และคนที่ต้องคุยเยอะสุดคือเราซึ่งเราก็ยังไม่รู้เลยว่าเราทำอะไรผิด ครั้งที่น่าจะใหญ่อีกครั้งคือครั้งนี้ แพทเทิร์นเดียวกันเป๊ะ หน้าบึ้ง ไม่คุย ไม่พูดไม่จา และรอบนี้ถึงขั้นถามไม่ตอบ เมินไปเลยค่ะ เราเลยไม่อยากถามอะไร...เพราะถ้าเปิดประเด็นไปมันอาจจะเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนไฟ เคยเจอมาแล้วเลยไม่อยากเจออีก และยิ่งเป็นช่วงที่น้องเราป่วยแถมค่างานก็เยอะจึงไม่อยากเก็บมาเครียด แต่ก็เครียดค่ะ เพราะเห็นหน้าเขาตลอดพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยังยากเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาต้องมีปัญหาอะไรอีกแล้วแน่ๆและคงเป็นเรื่องเดิมๆ รอบก่อนหน้านี้เราอยากรักษาความสัมพันธ์กับเขามากและใช้ความอดทนอดกลั้นในการคุยเยอะมากสำหรับเราซึ่งเพื่อนอีกคนก็คิดงั้นตอนนี้เราเริ่มรู้สึกไม่อยากรักษาความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนร่วมกลุ่มกับเขาแล้วค่ะ เหนื่อยมากๆ...แต่ไม่ถึงขั้นเตะออกจากกลุ่มหรืออะไรเพราะเรายังต้องทำงานร่วมกันอยู่จึงทำแค่ลดระดับความสัมพันธ์ลงมาเป็นเพียงเพื่อนร่วมสาขาและเพื่อนร่วมงานเท่านั้นค่ะ เราอยากเป็นเพื่อนกับเขาแต่ขีดจำกัดและขอบเขตที่เราให้เขาไปมันเริ่มบีบตัวเราเองจนอึดอัดเกินความพอดีแล้ว ถึงจะคิดแบบนั้นกลับเลิกคิดเรื่องเขาไม่ได้เลย อยากรู้และอยากอธิบายให้เขาฟังถ้าเขาเข้าใจอะไรเราผิดแต่ก็รู้ว่าบอกไปคงไม่ฟังเลยเงียบเอาไว้ค่ะ...
สิ่งที่อยากรู้ที่สุดตอนนี้คือเราจะทำยังไงให้ปล่อยวางเขาได้คะ เราเหนื่อยมาก ปัญหาที่อยากจัดการคือตัวเราเองค่ะไม่ใช่เขาเราเก็บมาเครียดเก็บมาคิดตลอด เพื่อนอีกคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันเขาวางได้เรียบร้อยแล้วค่ะ เพื่อนอีกคนถ้าไม่รีบวางไฟจะลุกไวและแรงมากเขารู้ตัวเลยรีบปล่อยซะก่อน ช่วยทีค่ะ...ถ้าอยากทราบอะไรเพิ่มเติมก็ถามได้ค่ะ จะตอบเท่าที่ตอบได้