เที่ยวเขาไม่พอ ไปต่อทะเลกันดีกว่า ผาหินกูบ-เกาะช้าง

          ผมต้องเกริ่นก่อนเลยว่าตัวผมเองไม่เคยเดินป่าหรือเดินทางจัดทริปหลายที่มากขนาดนี้มาก่อนเลยรวมทั้งการพิมพ์บรรยายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบนี้มาก่อน ซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับตัวผมเองมาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วผมอยากทำอะไรแบบนี้มาได้ซักพักนึงแล้วแต่ไม่ได้ทำซักทีจนเรียนจบและเริ่มทำงานความรู้สึกที่อยากจะออกไปเที่ยวก็กลับมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ผมวางแพลนการเดินทางทั้งหมดตามที่ตัวผมอยากลองทำดูซักครั้งด้วยตัวเองบวกกับเป็นช่วงที่กำลังจะเปลี่ยนงานพอดี เอาหล่ะ!! มาคุยถึงการท่องเที่ยวกันดีกว่า 55555 ทริปนี้ผมได้เลือกจังหวัดจันทบุรี เพราะเป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากและเป็นจังหวัดที่มีทั้งภูเขาและทะเล โดยส่วนตัวผมอยากลองเดินป่ากางเต็นท์นอนด้วยตัวเองดูซักครั้ง จึงเกิดการท่องเที่ยวที่มีครบเลย ทั้งเดินป่า ขึ้นเขา กางเต็นท์ ลากไปจนถึงการเดินทางไปยังเกาะช้าง จังหวัดตราด ด้วยมอเตอร์ไซค์

22 กุมภาพันธ์ 2562
         ผมเริ่มด้วยการนัดเพื่อนร่วมทริปที่มีทั้งหมด 4 คน จากการชวนกันอย่างกระทันหัน 5555 (หลอกเพื่อนว่าไม่เหนื่อยหรอก) โดยเรานัดเจอกันที่สถานีเอกมัย ตอนช่วง 22:00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทันเดินทางโดยรถโดยสารเชิดชัยทัวร์รอบ 23:30 น. ที่จะออกไปยังสถานี บขส.จังหวัดจันทบุรี แต่แล้วพวกผม 3 คนก็ถึงสถานีเอกมัยกันตอนเกือบจะ 22:00 น. พอดี เลยรีบตัดสินใจเข้าไปสอบถามรอบรถก่อน ผลสุดท้ายเกือบไม่ทันรอบรถที่จะไปครับ 5555 รอบรถเต็มหมดเลยเหลือแค่รอบ 23:30 น. รอบสุดท้ายและรอบเดียวของคืนนี้พอดี เลยรีบซื้อไว้ก่อนเลยสำหรับ 4 คน จากนั้นก็ไปเตรียมเสบียงกันที่เซเว่นเพื่อรอเพื่อนอีก 1 คนที่ยังมาไม่ถึง โดยผมรีบหาข้าวกินให้ท้องอิ่มเพื่อพร้อมสำหรับการนอนบนรถ และแล้วเพื่อนอีกคนนึงก็มาถึงจากนั้นพวกเราก็เตรียมตัวขึ้นรถที่ชานชาลา

แถ่แดมมม!!
และแล้วเราก็มาอยู่บนรถทัวร์เรียบร้อย ขึ้นรถได้ไม่ถึง 15 นาทีไฟที่สว่างก็เริ่มดับลง ท้องอิ่มกับไฟมืด ๆ แอร์เย็น ๆ ช่างน่านอนเหลือเกิน เอาหล่ะ เจอพรุ่งที่นี้ บขส.จันทบุรี นะครับ

23 กุมภาพันธ์ 2562 
          และแล้วเราก็เดินทางมาถึง บขส.จันทบุรี แต่เป็นเวลาตี 4:00 น.ซึ่งผมนัดกับร้านเช่ารถไว้ตอนตี 5:30 น.เวลาเหลืออีกเยอะเลยทำไรดี (ไม่ต้องไรมากครับนอนต่อไง 5555 ) หลับบนรถมากำลังเพลิน ๆ ขอนอนอีกนิดนึงที่ บขส.ละกัน

จากนั้นพอถึงตี 5 ก็เริ่มล้างหน้าล้างตาให้พร้อมสำหรับวันนี้กัน โดยผมเช่ารถกับร้าน Supamas ไว้ เจ้าของร้านใจดีมาก ๆ คุยง่ายเป็นกันเอง แถมยอมตื่นเช้ามืดเพื่อมารับพวกผมจาก บขส.ไปถึงที่ร้านเลย และหลังจากได้รถประจำทริปนี้กันแล้วเราก็พูดคุยกับพี่เจ้าของร้านและถามถึงตลาดสดเพื่อที่จะหาอาหารเช้ากับอาหารอย่างอื่นที่จะเอาไปทำกินกันข้างบนผาหินกูบ พอถึงตลาดสดพวกเราก็แยกย้ายกันหาอาหารเช้าและได้ไข่กับไส้กรอกที่จะนำขึ้นไปทำกินกัน เสร็จเรียบร้อยแล้วก็เริ่มลุย!!

          เราเริ่มขี่รถออกจากตลาดมุ่งหน้าตรงสู่ หน่วยพิทักษ์ป่าบ้านทุ่งเพล ในช่วงเวลา 6 โมงกว่า ๆ ส่วนตัวผมก็เก็บรวบรวมภาพความทรงจำระหว่างทางมากมาย ทั้งผู้คน ถนนหนทางรอบ ๆ รวมถึงวิวภูเขาที่อยู่ตรงหน้า วิวธรรมชาติต่าง ๆ ที่ไม่ได้เห็นในกรุงเทพ จนในที่สุดเราก็มาถึงหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านทุ่งเพล และได้ทราบเวลาจากพี่เจ้าหน้าที่ว่าจะเริ่มเดินกันตอนช่วง 9 โมง เราจึงนั่งรอกันอยู่ที่บริเวณบ้านพักเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นผู้คนเริ่มค่อย ๆ ขับเข้ามาจอดกันเรื่อย ๆ จนเกือบ 9 โมง จนถึงเวลามีผู้ร่วมเดินขึ้นผาหินกูบนี้ประมาณเกือบ 40 คน ( เรามาดูกันว่าเราจะขึ้นไปได้อย่างสบายไหมหรือเราจะขึ้นไปเป็นกลุ่มสุดท้าย 5555 ) จากนั้นก็เริ่มเดินเรียงแถวกันขึ้นไป
แค่ป้ายก็น่าสนใจแล้ว เรามาเริ่มดูทางขึ้นกันดีกว่าว่าจะเป็นยังไงต่อไป
          ทางค่อย ๆ เอนเอียงขึ้นไปตามเขา เริ่มเดินยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทุกคนยังคงเดินขึ้นกันแบบสบาย ๆ แต่หลังจากที่เดินกันมาแบบสบาย ๆ ทางค่อย ๆ ลำบากขึ้นอีกมีทั้งไม้ที่ขวางระหว่างทาง มีทางแคบ ๆ เล็ก ๆ บ้าง มีหนามของต้นระกำอยู่ตามข้างทางบ้าง เมื่อเดินกันขึ้นมาได้ซักระยะนึงก็เริ่มเหนื่อยมากขึ้นจนเพื่อนต้องขอพักข้างทางซักแปบนึงและเริ่มเดินกันต่อ ( ซึ่งทางขึ้นผาหินกูบนี้มีระยะทางในการเดินขึ้นอยู่ที่ 7-8 กิโล ) แต่เมื่อเราเดินมาได้ซักพักก็มีพี่ลูกหาบเดินแซงขึ้นมาแล้วถามพวกเราว่ามีใครลืมเต็นท์ไว้ข้างล่างหรือเปล่า ผมตกใจจนต้องรีบจับเต็นท์ที่อยู่ข้างหลังของตัวเองเลย 5555 แต่ผลสุดท้ายเป้นของกลุ่มผมจริง ๆ ที่เพื่อนดันลืมไว้ตรงที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ข้างล่างนู้น เราเลยตกลงกันว่าจะเอายังไงดีจนสรุปได้ว่าให้เพื่อนคนนึงเดินลงไปเอาส่วนที่เหลือพลัดกันแบกกระเป๋าของเพื่อนที่ลงไปแล้วเดินขึ้นไปกันต่อเพราะกังวนเรื่องเวลาว่าถ้าลงไปพร้อมกันหมดจะนานแล้วที่กางเต็นท์ข้างบนจะหายาก จากนั้นก็เริ่มเดินกันต่อมาเรื่อย ๆ จนเจอน้ำตกที่เป็นจุดพักจริง ๆ จุดแรก

ในช่วงที่เรามากันน้ำแทบไม่มีเลย 5555
แต่ตรงจุดนี้อากาศถ่ายเทดีมาก ๆ มีน้ำตกเย็น ๆ ให้ล้างหน้าล้างตากัน ส่วนพี่เสื้อเทาในรูปคือพี่ลูกหาบที่อุส่าเดินขึ้นมาบอกพวกเราเรื่องเต็นท์ ผมเลยเดินมานั่งคุยกับพี่เขาถึงเรื่องคนที่มาในแต่ละอาทิตย์ว่ามีเยอะไหม บลาๆๆๆ จากนั้นเรื่องระยะทางจากจุดนี้ว่าอีกไกลไหม พี่แกเลยบอกว่านี้พึ่งต้น ๆ หลังจากนี้ทางจะโหดขึ้นชันขึ้นมากกว่านี้จนถึงยอดผาหินกูบเลย ผมนั่งคุยกับพี่แกไปซักพักเพื่อนผมที่ลงไปก็เดินตามขึ้นมาจนทัน เราจึงพักกันอีกนิดแล้วเริ่มลุยกันต่อ ต่อมากลุ่มเราเลยเป็นที่รู้จักของพวกพี่ ๆ กลุ่มอื่นเกี่ยวกับเรื่องที่ลืมเต็นท์ไว้ข้างล่างเลยครับ 5555

ทางเริ่มชันขึ้น กลุ่มเราก็เริ่มหยุดพักกันบ่อยขึ้น จนกลุ่มหลัง ๆ เราเริ่มเดินแซงขึ้นไปก่อนละก็กลายเป็นเดินพลัดกันแซงไป ๆ มา ๆ แบบนี้จนถึงหินแปดเหลี่ยมที่เป็นจุดพัก เราเดินมาถึงหินแปดเหลี่ยมกันก็ได้เวลาเกือบเที่ยงแล้ว เลยนั่งพักกินอาหารกลางวันที่เตรียมกันมาออกมาแบ่งกันกิน ซึ่งตรงหินแปดเหลี่ยมนี้มีที่ให้กรอกน้ำจากธรรมชาตินะครับ เป็นน้ำตกที่สะอาดมาก ๆ (อร่อยไม่แพ้น้ำที่ซื้อ ๆ กินกันทุกวันนี้เลยแถมเย็นเหมือนพึ่งหยิบออกมาจากตู้เย็น)
จากพักกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินกันต่อ โดยจากจุดหินแปดเหลี่ยมนี้ก็เหลือระยะทางอีก 3-4 กิโลกว่าจะถึงและทางโหดยิ่งขึ้น เราไปลุยดูกันดีกว่าว่าจะโหดขนาดไหน ลุย!!
ทางขึ้นนี้เราจะต้องปีนจับเชือกขึ้นไปด้านบนด้วยนะครับ ค่อย ๆ เกาะเชือกขึ้นไปสนุกครับรับประกัน เมื่อเราผ่านจุดนี้ขึ้นไปจะเริ่มเห็นหินก้อนใหญ่ ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งในใจลึก ๆ แล้วผมก็พูดกับตัวเองตลอดว่าคงใกล้ถึงแล้ว ๆ เป็นการหลอกตัวเองมาเรื่อย ๆ ตลอดทาง 5555 จนเดินมาอีกซักระยะนึงก็เจอทางรอดถ้ำครับ
เป็นสิ่งที่น่าดีใจสำหรับคนมาผาหินกูบเลยครับเวลาเจอถ้ำ เพราะจากจุดนี้ไปอีกนิดนึงก็จะถึงยอดผาหินกูบกันแล้ว ซึ่งระหว่างทางที่เดินมาถึงถ้ำผมก็เจอกับพวกพี่กลุ่มต่าง ๆ ที่นั่งพักกันอยู่ระหว่างทางบ้าง เดินอยู่บ้าง ผมเลยได้คุยกับพวกพี่ ๆ กลุ่มต่าง ๆ ได้มิตรภาพระหว่างทางสำหรับคนที่ชอบและสนใจสิ่งที่คล้าย ๆ กัน จึงได้เดินตาม ๆ กันขึ้นไปจนถึงทางขึ้นผาหินกูบ แว๊บแรกที่เห็นทางขึ้นยอดผาหินกูบทุกคนในกลุ่มเริ่มยิ้มได้แสดงอาการดีใจมากกว่าอาการเหนื่อยล้าที่เดินกันมา พอขึ้นมาถึงจุดกางเต็นท์กันแล้วจะมีพี่เจ้าหน้าที่แนะนำสถานที่สำหรับกางเต็นท์ให้เรานะครับ พวกเราเลยรีบกางเต็นท์และเดินไปดูวิวบนจุดชมวิวที่อยู่ใกล้ ๆ ไม่นานฟ้าก็เริ่มมืดพวกเราเลยรีบทำอาหารสำหรับมื้อเย็นที่เตรียมกันมาจากตลาดสดตอนเช้า เป็นอาหารง่าย ๆ ที่ไม่ยุ่งยากอะไรครับ เอาให้ท้องอิ่มไว้ก่อน 555 เมื่อกินกันเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็มานั่งคุยกันถึงเรื่องพรุ่งนี้ที่จะไปเกาะช้างต่อและเวลาลงจากที่นี่ จากนั้นก็แยกย้ายกันนอน

24 กุมภาพันธ์ 2562
          ผมตื่นมาอีกทีตอนเช้าเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ตอนเกือบ 6 โมง จึงไม่รอช้ารีบล้างหน้าล้างตา เปิดเตาต้มน้ำสำหรับอาหารเช้าของเรา 4 คน จากนั้นผมจึงปลุกเพื่อน ๆ ทุกคนให้ขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น

ใช้เวลารอไม่นานครับแสงแรกของวันก็เริ่มโผล่พ้นภูเขาขึ้นมาให้เราได้เห็นแต่เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นมาได้ไม่นานนักก็มีทะเลหมอกทยอยลอยกันออกมาบดบังดวงอาทิตย์จนหมด

หมอกเริ่มหนาขึ้นและลอยขึ้นมาหาเราจนถึงหน้าเต็นท์กันเลย เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่มากสำหรับการมาเจอกับอะไรแบบนี้ การได้เห็นกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา ได้เห็นความสวยงามในแบบนี้ พวกเรากินอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยก็รีบเก็บเต็นท์และเริ่มเดินลงกันเลย ซึ่งขาลงสบายกว่าตอนขึ้นมาก ๆ ครับ กลุ่มเราแทบไม่หยุดพักกันเลย เราเดินลงกันมาเรื่อย ๆ มีแวะดูวิวระหว่างลงบ้าง จนถึงหินแปดเหลี่ยมที่เราพักเติมน้ำกันเมื่อวานและแล้วเราก็เดินกันลงมาถึงน้ำตกที่เป็นจุดพักหลังจากนี้ทางจะเริ่มมีขึ้น ๆ ลง ๆ อาการเหนื่อยล้าจากเมื่อวานเริ่มมาหาเราจึงเดินบ้างพักบ้างจนมาถึงข้างล่างจนได้ เมื่อถึงที่หมายเรียบร้อยแล้วก็จะมีน้ำมีอาหารขายนะครับ ผมเลยดิ่งเข้าไปสั่งกะเพราหมูเป็นอันดับแรกเลย 5555 ตรงนี้จะมีลุงชาญนะครับใจดีมาก ๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับการเดินป่ามาให้ด้วยจากการที่ได้พูดคุยกัน แต่เรายังมีที่หมายที่ต้องไปกันอีกและด้วยเวลาที่จำกัดเราจึงบอกลาผาหินกูบไว้แค่นี้ และไปต่อกันที่เกาะช้างกันครับ

เพี้ยนขำหนักมากเพี้ยนเบลอ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่