'เพื่อไทย' ร้อง กกต. จี้ทบทวนสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แจกส.ส.ให้ 27 พรรค
https://www.matichon.co.th/politics/news_1484872
“เพื่อไทย” ร้อง กกต. จี้ทบทวนการประกาศผลรับรอง-สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ชี้ หากยึดตาม รธน.จะมี 16 พรรคการเมืองเท่านั้นที่ได้เก้าอี้ ส.ส. ไม่ใช่ 27 พรรค ติงสรรหา ส.ว. เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี ไม่สร้างความเชื่อมั่นและไม่พัฒนาประเทศ
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 7 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นาง
ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนาย
ชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ทั้ง 7 คน พร้อมพกใบเหลืองจดรายชื่อ กกต. เพื่อขอให้พิจารณาการประกาศผลการรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 8 พฤษภาคม โดยการพิจารณานั้นทาง กกต.ต้องยึดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
โดยนาง
ลดาวัลลิ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนและทีมโฆษกเดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต.มาหลายครั้ง แต่ยังคงไม่ได้รับความชัดเจน ครั้งนี้พรรคเลยตัดสินใจเข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เป็นรายบุคคล เพื่อขอให้ กกต.แต่ละคน ทบทวนว่าการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของแต่ละพรรคต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยพรรคเพื่อไทยเห็นว่าหากคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อตามรัฐธรรมนูญจะมีเพียง 16 พรรคเท่านั้นที่ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่ถ้า กกต.ยึดนอกเหนือจากกฎหมายก็จะส่งผลให้มี 27 พรรคการเมืองที่จะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
“การเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กกต.มีอำนาจที่ต้องควบคุมให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อให้เกิดการยอมรับโดยรวม”
ด้านนาย
ชุมสายกล่าวว่า หากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 8 พฤษภาคม ออกมาเป็นอย่างไรก็ถือว่าเป็นที่สุด พรรคจะน้อบรับและไม่ก้าวล่วงคำตัดสินของศาล
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ลาออกไปเป็น ส.ว.อีกทั้งขั้นตอนการสรรหาก็ให้อำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นส่วนหนึ่งคณะกรรมการสรรหา นาง
ลดาวัลลิ์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเหมือนเป็นการแจกเก้าอี้ ส.ว.ให้กับญาติพี่น้องของบุคคล ทั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือบุคคลที่เคยร่วมรัฐประหารกันมา เหมือนเป็นการเล่นเก้าอี้ดนตรี ทั้งที่ ส.ว.มีอำนาจคล้ายกับเหมือน ส.ส. แต่กลับไม่ได้มาจากประชาชน อีกทั้งประชาชนไม่มีสิทธิเลือกเหมือนตอนปี 2540 ซึ่งการกระทำดังนี้ตนมองว่าจะส่งผลให้เกิดการไม่ยึดโยงกับประชาชน ไม่สามารถตอบสนองและสร้างความสุขให้กับประชาชนได้ ตนคิดว่าประชาชนจะไม่ได้รับประโยชน์จากรัฐสภา เป็นการสืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นและการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศไม่เกิดขึ้น
อนาคตใหม่ ฮึ่ม! หาก กกต.ยังดื้อ ใช้สูตรปาร์ตี้ลิสต์ 27 พรรค เจอโทษหนักแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_1485055
“ปิยบุตร” แถลง จี้ กกต.ยึดรัฐธรรมนูญมาตรา 91 คำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ย้ำ หากตีความเองแล้วใช้สูตร 27 พรรค อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เตรียมเจอโทษหนัก
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท นาย
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงถึงกรณีการคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า ตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ มี 2 มาตรา ประกอบด้วย รัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 เมื่ออ่านทั้งสองบทบัญญัตินี้แล้ว ในมาตรา 91 และ 128 สรุปความได้ว่า วิธีการคำนวณต้องคิดจากจำนวน ส.ส. พึงมีก่อน ที่ 71,574.98 คะแนน หมายความว่า พรรคใดที่มี ส.ส.ในสภาได้ ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 71,000 เว้นแต่ พรรคที่มี ส.ส. เขตมากกว่า ส.ส. พึงมี นั่นคือพรรคเพื่อไทย (พท.) ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่นั้น เรามีคะแนนดิบที่ 6,265,950 คะแนน และอาจได้เพิ่มอีกจากการเลือกตั้งซ่อมในเขต 8 จ.เชียงใหม่ คำนวณคร่าว ๆ ประมาณ 6.3 ล้าน ซึ่งเราจะได้ส.ส.ทั้งหมด 87 ที่
นาย
ปิยบุตรกล่าวต่อว่า หากพรุ่งนี้ (8 พฤษภาคม) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่า จะใช้สูตรคำนวณแบบ 27 พรรค จะทำให้พรรคอนาคตใหม่เหลือจำนวน ส.ส. เพียง 80 คน คิดเป็นคะแนนดิบที่หายไปประมาณ 600,000 คะแนน หมายความว่า 600,000 เสียงของประชาชนที่เลือกเรา หายวับไปกับตา เราพูดมาตลอดว่าระบบการเลือกตั้งครั้งนี้ออกแบบมาเพื่อให้ความสำคัญกับทุกคะแนนเสียง แต่ กกต. วินิจฉัยแล้วว่า ไม่ต้องนับบัตรเลือกตั้งที่มาจากนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ มีคนไทยในนิวซีแลนด์ติดต่อมาที่พรรค บอกว่าเขาไปกา เขต 1 นครปฐม ทั้ง 4 คนเป๊ะ หมายความว่า คะแนนนี้ในส่วนนี้หายไป
“หากการตีความของ กกต.ในวันพรุ่งนี้ ยืนยันว่า จะใช้สูตร 27 พรรค หมายความว่า คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ หายไป 600,000 คะแนน ซึ่งจะส่งผลตามมาหลายประการ ได้แก่ 1.ความไม่เป็นธรรมจากคะแนนที่หายไป ทั้งพลังประชารัฐ (พปชร.), ประชาธิปัตย์ (ปชป.), เสรีรวมไทย ก็โดนเช่นกัน แต่พรรคเราโดนเยอะที่สุดถึง 7 คน 2.เกิดความไม่เป็นธรรมระหว่างผู้สมัครแบบแบ่งเขต หลายเขต ผู้สมัครได้คะแนน 30,000-40,000 คะแนน จึงได้เป็น ส.ส. แต่ปรากฏว่าบางพรรค ได้คะแนนเพียง 30,000-60,000 จากทั้งประเทศ กลับได้ ส.ส. 1 คน 3.การจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคที่อยู่ฝ่ายต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. เสียงจะหายไปเกือบ 10 คน หมายความว่า เสียงข้างมากในสภาจะเปลี่ยนไปทันที เพราะพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะมีเสียงไม่ถึง 250 เสียง เกิดความไม่เป็นธรรม ซึ่ง กกต.ต้องยึดเอาตามที่ประกาศในกฎหมายล่วงหน้า” นาย
ปิยบุตรกล่าว
นาย
ปิยบุตรกล่าวว่า ส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญ กรณี พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่ กรณีดังกล่าว ไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยเป็นเช่นใด ก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ สมมุติศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าขัดกันจริง ก็ทำให้ ม.128 สิ้นผลไป แต่ กกต. ยังมี ม. 91 เป็นฐานสำหรับการคำนวณจำนวน ส.ส. อยู่ดี แต่หากวินิจฉัยว่า ม.128 ไม่ขัด ทาง กกต.ก็ไม่มีทางเป็นอื่นที่จะคำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ได้ อย่างไรเสียก็ต้องคำนวณจาก ม. 91 เป็นหลัก สูตร 27 พรรคก็เกิดไม่ได้ แต่สิ่งที่กำลังขยายความกันอยู่ ทำราวกับว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัด จะให้ กกต. ใช้สูตร 27 พรรคมาคำนวณได้ทันที ทั้งที่ความจริงเป็นคนละเรื่องกัน เพราะอำนาจการคำนวณสูตร เป็นอำนาจของ กกต. เว้นเสียแต่ กกต.จะคำนวณขัดกับ ม. 91 อันนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากกกต.ตีความสูตรคำนวณจาก พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ม.128 แล้วตีความเอง จนเกิดสูตร 27 พรรค แต่ปรากฏว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ นี่ไม่ใช่เรื่องกฎหมายขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องการใช้อำนาจของ กกต.ขัดกับรัฐธรรมนูญแทน
“อยากให้ กกต. คำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อโดยคิดจากฐานรัฐธรรมนูญ ตามที่มาตรา 91 ระบุ พรรคไหนไม่ถึง 71,000 คะแนน ก็ต้องเป็นไปตามนั้น หากการใช้อำนาจของ กกต. ทำให้พรรคอนาคตใหม่ หายไป 600,000 คะแนน และ ส.ส. 7 คน รวมถึงคะแนนเสียง และจำนวนของ ส.ส.ของพรรคอื่นที่ได้รับผลกระทบ หาก กกต.ใช้อำนาจขัดกับรัฐธรรมนูญ จะมีโทษทางกฎหมาย ทั้งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.เอง จะมีบทลงโทษหนัก ซึ่งถือว่าสุ่มเสี่ยง หาก กกต.ใช้อำนาจตีความเอง โดยใช้สูตร 27 พรรค ขอส่งสัญญาณไปว่า หากใช้อำนาจโดยไม่ชอบ จะต้องรับผิดทางกฎหมายด้วย ที่สำคัญคือ จะกระทบกับทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลและเสียงของประชาชน เรื่องนี้เขียนไว้ชัดแล้ว ต้องดำเนินตามกติกา” นาย
ปิยบุตรกล่าว
JJNY : 4in1 พท.ร้องกกต.จี้ทบทวนสูตร/อนค.ฮึ่ม!ใช้สูตร27พรรค/สนช.ไปส.ว.พุ่ง70คน/ ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการยังลดต่อเนื่อง
https://www.matichon.co.th/politics/news_1484872
“เพื่อไทย” ร้อง กกต. จี้ทบทวนการประกาศผลรับรอง-สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ชี้ หากยึดตาม รธน.จะมี 16 พรรคการเมืองเท่านั้นที่ได้เก้าอี้ ส.ส. ไม่ใช่ 27 พรรค ติงสรรหา ส.ว. เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี ไม่สร้างความเชื่อมั่นและไม่พัฒนาประเทศ
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 7 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.ทั้ง 7 คน พร้อมพกใบเหลืองจดรายชื่อ กกต. เพื่อขอให้พิจารณาการประกาศผลการรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 8 พฤษภาคม โดยการพิจารณานั้นทาง กกต.ต้องยึดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.
โดยนางลดาวัลลิ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนและทีมโฆษกเดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต.มาหลายครั้ง แต่ยังคงไม่ได้รับความชัดเจน ครั้งนี้พรรคเลยตัดสินใจเข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เป็นรายบุคคล เพื่อขอให้ กกต.แต่ละคน ทบทวนว่าการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของแต่ละพรรคต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยพรรคเพื่อไทยเห็นว่าหากคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อตามรัฐธรรมนูญจะมีเพียง 16 พรรคเท่านั้นที่ได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่ถ้า กกต.ยึดนอกเหนือจากกฎหมายก็จะส่งผลให้มี 27 พรรคการเมืองที่จะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
“การเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กกต.มีอำนาจที่ต้องควบคุมให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อให้เกิดการยอมรับโดยรวม”
ด้านนายชุมสายกล่าวว่า หากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่ 8 พฤษภาคม ออกมาเป็นอย่างไรก็ถือว่าเป็นที่สุด พรรคจะน้อบรับและไม่ก้าวล่วงคำตัดสินของศาล
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ลาออกไปเป็น ส.ว.อีกทั้งขั้นตอนการสรรหาก็ให้อำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นส่วนหนึ่งคณะกรรมการสรรหา นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเหมือนเป็นการแจกเก้าอี้ ส.ว.ให้กับญาติพี่น้องของบุคคล ทั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือบุคคลที่เคยร่วมรัฐประหารกันมา เหมือนเป็นการเล่นเก้าอี้ดนตรี ทั้งที่ ส.ว.มีอำนาจคล้ายกับเหมือน ส.ส. แต่กลับไม่ได้มาจากประชาชน อีกทั้งประชาชนไม่มีสิทธิเลือกเหมือนตอนปี 2540 ซึ่งการกระทำดังนี้ตนมองว่าจะส่งผลให้เกิดการไม่ยึดโยงกับประชาชน ไม่สามารถตอบสนองและสร้างความสุขให้กับประชาชนได้ ตนคิดว่าประชาชนจะไม่ได้รับประโยชน์จากรัฐสภา เป็นการสืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นและการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศไม่เกิดขึ้น
อนาคตใหม่ ฮึ่ม! หาก กกต.ยังดื้อ ใช้สูตรปาร์ตี้ลิสต์ 27 พรรค เจอโทษหนักแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_1485055
“ปิยบุตร” แถลง จี้ กกต.ยึดรัฐธรรมนูญมาตรา 91 คำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ย้ำ หากตีความเองแล้วใช้สูตร 27 พรรค อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เตรียมเจอโทษหนัก
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงถึงกรณีการคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า ตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ มี 2 มาตรา ประกอบด้วย รัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 เมื่ออ่านทั้งสองบทบัญญัตินี้แล้ว ในมาตรา 91 และ 128 สรุปความได้ว่า วิธีการคำนวณต้องคิดจากจำนวน ส.ส. พึงมีก่อน ที่ 71,574.98 คะแนน หมายความว่า พรรคใดที่มี ส.ส.ในสภาได้ ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 71,000 เว้นแต่ พรรคที่มี ส.ส. เขตมากกว่า ส.ส. พึงมี นั่นคือพรรคเพื่อไทย (พท.) ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่นั้น เรามีคะแนนดิบที่ 6,265,950 คะแนน และอาจได้เพิ่มอีกจากการเลือกตั้งซ่อมในเขต 8 จ.เชียงใหม่ คำนวณคร่าว ๆ ประมาณ 6.3 ล้าน ซึ่งเราจะได้ส.ส.ทั้งหมด 87 ที่
นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า หากพรุ่งนี้ (8 พฤษภาคม) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่า จะใช้สูตรคำนวณแบบ 27 พรรค จะทำให้พรรคอนาคตใหม่เหลือจำนวน ส.ส. เพียง 80 คน คิดเป็นคะแนนดิบที่หายไปประมาณ 600,000 คะแนน หมายความว่า 600,000 เสียงของประชาชนที่เลือกเรา หายวับไปกับตา เราพูดมาตลอดว่าระบบการเลือกตั้งครั้งนี้ออกแบบมาเพื่อให้ความสำคัญกับทุกคะแนนเสียง แต่ กกต. วินิจฉัยแล้วว่า ไม่ต้องนับบัตรเลือกตั้งที่มาจากนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ มีคนไทยในนิวซีแลนด์ติดต่อมาที่พรรค บอกว่าเขาไปกา เขต 1 นครปฐม ทั้ง 4 คนเป๊ะ หมายความว่า คะแนนนี้ในส่วนนี้หายไป
“หากการตีความของ กกต.ในวันพรุ่งนี้ ยืนยันว่า จะใช้สูตร 27 พรรค หมายความว่า คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ หายไป 600,000 คะแนน ซึ่งจะส่งผลตามมาหลายประการ ได้แก่ 1.ความไม่เป็นธรรมจากคะแนนที่หายไป ทั้งพลังประชารัฐ (พปชร.), ประชาธิปัตย์ (ปชป.), เสรีรวมไทย ก็โดนเช่นกัน แต่พรรคเราโดนเยอะที่สุดถึง 7 คน 2.เกิดความไม่เป็นธรรมระหว่างผู้สมัครแบบแบ่งเขต หลายเขต ผู้สมัครได้คะแนน 30,000-40,000 คะแนน จึงได้เป็น ส.ส. แต่ปรากฏว่าบางพรรค ได้คะแนนเพียง 30,000-60,000 จากทั้งประเทศ กลับได้ ส.ส. 1 คน 3.การจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคที่อยู่ฝ่ายต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. เสียงจะหายไปเกือบ 10 คน หมายความว่า เสียงข้างมากในสภาจะเปลี่ยนไปทันที เพราะพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะมีเสียงไม่ถึง 250 เสียง เกิดความไม่เป็นธรรม ซึ่ง กกต.ต้องยึดเอาตามที่ประกาศในกฎหมายล่วงหน้า” นายปิยบุตรกล่าว
นายปิยบุตรกล่าวว่า ส่วนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญ กรณี พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่ กรณีดังกล่าว ไม่ว่าศาลจะวินิจฉัยเป็นเช่นใด ก็ไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกังวลว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ สมมุติศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าขัดกันจริง ก็ทำให้ ม.128 สิ้นผลไป แต่ กกต. ยังมี ม. 91 เป็นฐานสำหรับการคำนวณจำนวน ส.ส. อยู่ดี แต่หากวินิจฉัยว่า ม.128 ไม่ขัด ทาง กกต.ก็ไม่มีทางเป็นอื่นที่จะคำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ได้ อย่างไรเสียก็ต้องคำนวณจาก ม. 91 เป็นหลัก สูตร 27 พรรคก็เกิดไม่ได้ แต่สิ่งที่กำลังขยายความกันอยู่ ทำราวกับว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัด จะให้ กกต. ใช้สูตร 27 พรรคมาคำนวณได้ทันที ทั้งที่ความจริงเป็นคนละเรื่องกัน เพราะอำนาจการคำนวณสูตร เป็นอำนาจของ กกต. เว้นเสียแต่ กกต.จะคำนวณขัดกับ ม. 91 อันนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากกกต.ตีความสูตรคำนวณจาก พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ม.128 แล้วตีความเอง จนเกิดสูตร 27 พรรค แต่ปรากฏว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ นี่ไม่ใช่เรื่องกฎหมายขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องการใช้อำนาจของ กกต.ขัดกับรัฐธรรมนูญแทน
“อยากให้ กกต. คำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อโดยคิดจากฐานรัฐธรรมนูญ ตามที่มาตรา 91 ระบุ พรรคไหนไม่ถึง 71,000 คะแนน ก็ต้องเป็นไปตามนั้น หากการใช้อำนาจของ กกต. ทำให้พรรคอนาคตใหม่ หายไป 600,000 คะแนน และ ส.ส. 7 คน รวมถึงคะแนนเสียง และจำนวนของ ส.ส.ของพรรคอื่นที่ได้รับผลกระทบ หาก กกต.ใช้อำนาจขัดกับรัฐธรรมนูญ จะมีโทษทางกฎหมาย ทั้งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.เอง จะมีบทลงโทษหนัก ซึ่งถือว่าสุ่มเสี่ยง หาก กกต.ใช้อำนาจตีความเอง โดยใช้สูตร 27 พรรค ขอส่งสัญญาณไปว่า หากใช้อำนาจโดยไม่ชอบ จะต้องรับผิดทางกฎหมายด้วย ที่สำคัญคือ จะกระทบกับทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลและเสียงของประชาชน เรื่องนี้เขียนไว้ชัดแล้ว ต้องดำเนินตามกติกา” นายปิยบุตรกล่าว