●●จับตาเคาะมาตรการคุมยา-ค่าหมอ 7 พ.ค.นี้ "พาณิชย์"แจงศาลอีก หลังรพ.เอกชนฟ้องเพิ่ม●

จับตาการประชุมอนุกรรมการพิจารณามาตรการกำกับดูแลยาวันนี้ เคาะมาตรการกำกับดูแลยาและเวชภัณฑ์
และบริการทางการแพทย์ ก่อนชง กกร.ไฟเขียว 10 พ.ค. เพื่อออกประกาศบังคับใช้ตามกฎหมาย ย้ำโ
รงพยาบาลใดไม่ทำตาม มีโทษทั้งจำและปรับ ด้านกรมการค้าภายในส่งข้อมูลชี้แจงศาลปกครองรอบ 2
หลังสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร้องเพิ่ม ยันเคลียร์ได้ทุกข้อกล่าวหา
นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 พ.ค.2562 จะประชุมคณะอนุกรรมการ
พิจารณามาตรการกำกับดูแลยาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ ที่มีนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยจะเสนอให้พิจารณาโครงสร้างต้นทุนราคายา ตามที่คณะทำงาน
ศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคา ที่มีตนเป็นประธาน เสนอ หลังจากที่คณะทำงานได้ขอข้อมูลราคาซื้อ-ขาย
ราคานำเข้า จากโรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิต และผู้นำเข้า รวมถึงร้านขายยารายใหญ่รวมกันกว่า 1,000 ราย
คิดเป็นจำนวนยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์กว่า 10,000 รายการ และนำมาวิเคราะห์โครงสร้าง
ต้นทุนเสร็จแล้ว และจะเสนอมาตรการกำกับดูแลสินค้าและบริการดังกล่าว พร้อมทั้งข้อเสนอของมูลนิธิ
คุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องการให้ภาครัฐดูแลประกอบการพิจารณาด้วย
สำหรับมาตรการที่จะนำเสนอ เช่น...
การกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องเผยแพร่ราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ทางเว็บไซต์ของ
โรงพยาบาล เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบ และใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา
และจะกำหนดให้โรงพยาบาลยอมให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยาไปซื้อจากภายนอกได้เอง โดยในใบสั่งยา แพทย์ต้อง
เขียนชื่อยาให้ชัดเจน ทั้งชื่อทางการค้า และชื่อทางวิทยาศาสตร์ เพราะบางครั้งแพทย์เขียนชื่อยาไม่ชัดเจน
ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถไปซื้อยาเองได้
"เมื่อคณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบมาตรการตามที่เสนอแล้ว กรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นเลขานุการของ
คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะทำเรื่องเสนอให้ กกร. ชุดใหม่ ที่เพิ่งได้รับการ
แต่งตั้ง มีน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ และรักษาการรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติใน
การประชุมวันที่ 10 พ.ค.2562
หาก กกร. เห็นชอบ ก็จะออกเป็นประกาศ กกร. เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 ต่อไป และหากโรงพยาบาลใด ไม่ดำเนินการตาม จะมีความผิดตามกฎหมาย จะมีโทษทั้งจำและปรับ"
นายวิชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่ กกร. จะออกประกาศให้ยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและ
บริการควบคุมประจำปี 2562 กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้กระทรวงสาธารณสุขแจ้งให้โรงพยาบาลเอกชน เผยแพร่ราคายาทางเว็บไซต์ตั้งแต่เดือนเม.ย.2562 เป็นต้นไป โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้รับ
ที่จะไปหารือกับโรงพยาบาลเอกชน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการเผยแพร่ราคาบนเว็บไซต์ตามที่ตกลงกันไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ภายหลังจากกรมการค้าภายในได้ทำหนังสือชี้แจงศาลปกครอง
เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2562 กรณีที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้ฟ้องร้อง ขอให้คุ้มครองชั่วคราวคำสั่ง กกร. ที่
ได้นำยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2562
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2562 กรมการค้าภายในได้ทำหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมไปยังศาลปกครอง เพราะสมาคมฯ
ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปให้ศาลอีก
โดยสมาคมฯ ระบุว่า การออกประกาศ กกร. คุมยา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นดุลพินิจฝ่ายเดียวของ กกร.
อีกทั้งการออกประกาศคุมยา ส่งผลให้ราคาหุ้นของโรงพยาบาลเอกชนตกต่ำลง ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพ
ขาดเสรีภาพในการประกอบวิชาชีพ และกระทบต่อดุลพินิจของแพทย์ในการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ส่งข้อมูลชี้แจงว่า ประกาศของ กกร. เป็นการใช้อำนาจตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้า
และบริการ , กรรมการใน กกร. ไม่ได้มีเฉพาะผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ แต่มีผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆ อีก และการออกมาตรการกำกับดูแล ไม่ได้เป็นการใช้ดุลพินิจแต่ฝ่ายเดียว เพราะ กกร. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณา
มาตรการกำกับดูแลยา และตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคายา เพื่อศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน
ก่อนจะออกมาตรการกำกับดูแล
ส่วนราคาหุ้นลดลงนั้น เห็นว่า การขึ้นลงของราคาหุ้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจ รวมถึงความไว้วางใจใน
การประกอบธุรกิจ ความโปร่งใส และการมีธรรมาภิบาล และทีมแพทย์ยังคงจ่ายยาได้ตามวิชาชีพ ตาม
ความร้ายแรงของโรค เพราะประกาศ กกร. ไมได้ห้ามการจ่ายยา หรือห้ามการรักษา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นเพียงแค่ศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคา เพื่อให้รู้ว่าผู้ป่วยมีค่าใช้จ่ายในการรักษา
พยาบาลเพียงใด จะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนการรักษา แต่จากข้อมูลราคาที่กรมการค้าภายใน
ได้จากโรงพยาบาลเอกชน พบว่า บางรายมีกำไรจากยาบางชนิด 200-300% ยาบางชนิด 400-500% ซึ่งมุ่งกำไร
จนเกินควร และยังอธิบายเหตุผลการคิดราคายาสูงเกินจริงไม่ได้
ป.ล. มีการแก้ไขการจัดเรียงบรรทัดใหม่
Cr.
https://mgronline.com/business/detail/9620000043449
●●จับตาเคาะมาตรการคุมยา-ค่าหมอ 7 พ.ค.นี้ "พาณิชย์"แจงศาลอีก หลังรพ.เอกชนฟ้องเพิ่ม●
จับตาการประชุมอนุกรรมการพิจารณามาตรการกำกับดูแลยาวันนี้ เคาะมาตรการกำกับดูแลยาและเวชภัณฑ์
และบริการทางการแพทย์ ก่อนชง กกร.ไฟเขียว 10 พ.ค. เพื่อออกประกาศบังคับใช้ตามกฎหมาย ย้ำโ
รงพยาบาลใดไม่ทำตาม มีโทษทั้งจำและปรับ ด้านกรมการค้าภายในส่งข้อมูลชี้แจงศาลปกครองรอบ 2
หลังสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ร้องเพิ่ม ยันเคลียร์ได้ทุกข้อกล่าวหา
นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 พ.ค.2562 จะประชุมคณะอนุกรรมการ
พิจารณามาตรการกำกับดูแลยาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ ที่มีนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยจะเสนอให้พิจารณาโครงสร้างต้นทุนราคายา ตามที่คณะทำงาน
ศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคา ที่มีตนเป็นประธาน เสนอ หลังจากที่คณะทำงานได้ขอข้อมูลราคาซื้อ-ขาย
ราคานำเข้า จากโรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิต และผู้นำเข้า รวมถึงร้านขายยารายใหญ่รวมกันกว่า 1,000 ราย
คิดเป็นจำนวนยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์กว่า 10,000 รายการ และนำมาวิเคราะห์โครงสร้าง
ต้นทุนเสร็จแล้ว และจะเสนอมาตรการกำกับดูแลสินค้าและบริการดังกล่าว พร้อมทั้งข้อเสนอของมูลนิธิ
คุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องการให้ภาครัฐดูแลประกอบการพิจารณาด้วย
สำหรับมาตรการที่จะนำเสนอ เช่น...
การกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องเผยแพร่ราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ทางเว็บไซต์ของ
โรงพยาบาล เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบ และใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการรักษา
และจะกำหนดให้โรงพยาบาลยอมให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยาไปซื้อจากภายนอกได้เอง โดยในใบสั่งยา แพทย์ต้อง
เขียนชื่อยาให้ชัดเจน ทั้งชื่อทางการค้า และชื่อทางวิทยาศาสตร์ เพราะบางครั้งแพทย์เขียนชื่อยาไม่ชัดเจน
ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถไปซื้อยาเองได้
"เมื่อคณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบมาตรการตามที่เสนอแล้ว กรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นเลขานุการของ
คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะทำเรื่องเสนอให้ กกร. ชุดใหม่ ที่เพิ่งได้รับการ
แต่งตั้ง มีน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ และรักษาการรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติใน
การประชุมวันที่ 10 พ.ค.2562
หาก กกร. เห็นชอบ ก็จะออกเป็นประกาศ กกร. เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 ต่อไป และหากโรงพยาบาลใด ไม่ดำเนินการตาม จะมีความผิดตามกฎหมาย จะมีโทษทั้งจำและปรับ"
นายวิชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่ กกร. จะออกประกาศให้ยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและ
บริการควบคุมประจำปี 2562 กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้กระทรวงสาธารณสุขแจ้งให้โรงพยาบาลเอกชน เผยแพร่ราคายาทางเว็บไซต์ตั้งแต่เดือนเม.ย.2562 เป็นต้นไป โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้รับ
ที่จะไปหารือกับโรงพยาบาลเอกชน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการเผยแพร่ราคาบนเว็บไซต์ตามที่ตกลงกันไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ภายหลังจากกรมการค้าภายในได้ทำหนังสือชี้แจงศาลปกครอง
เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2562 กรณีที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้ฟ้องร้อง ขอให้คุ้มครองชั่วคราวคำสั่ง กกร. ที่
ได้นำยาและเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ เป็นสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 2562
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2562 กรมการค้าภายในได้ทำหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมไปยังศาลปกครอง เพราะสมาคมฯ
ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปให้ศาลอีก
โดยสมาคมฯ ระบุว่า การออกประกาศ กกร. คุมยา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นดุลพินิจฝ่ายเดียวของ กกร.
อีกทั้งการออกประกาศคุมยา ส่งผลให้ราคาหุ้นของโรงพยาบาลเอกชนตกต่ำลง ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพ
ขาดเสรีภาพในการประกอบวิชาชีพ และกระทบต่อดุลพินิจของแพทย์ในการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ส่งข้อมูลชี้แจงว่า ประกาศของ กกร. เป็นการใช้อำนาจตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้า
และบริการ , กรรมการใน กกร. ไม่ได้มีเฉพาะผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ แต่มีผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆ อีก และการออกมาตรการกำกับดูแล ไม่ได้เป็นการใช้ดุลพินิจแต่ฝ่ายเดียว เพราะ กกร. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณา
มาตรการกำกับดูแลยา และตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคายา เพื่อศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน
ก่อนจะออกมาตรการกำกับดูแล
ส่วนราคาหุ้นลดลงนั้น เห็นว่า การขึ้นลงของราคาหุ้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจ รวมถึงความไว้วางใจใน
การประกอบธุรกิจ ความโปร่งใส และการมีธรรมาภิบาล และทีมแพทย์ยังคงจ่ายยาได้ตามวิชาชีพ ตาม
ความร้ายแรงของโรค เพราะประกาศ กกร. ไมได้ห้ามการจ่ายยา หรือห้ามการรักษา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นเพียงแค่ศึกษาโครงสร้างต้นทุนราคา เพื่อให้รู้ว่าผู้ป่วยมีค่าใช้จ่ายในการรักษา
พยาบาลเพียงใด จะได้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนการรักษา แต่จากข้อมูลราคาที่กรมการค้าภายใน
ได้จากโรงพยาบาลเอกชน พบว่า บางรายมีกำไรจากยาบางชนิด 200-300% ยาบางชนิด 400-500% ซึ่งมุ่งกำไร
จนเกินควร และยังอธิบายเหตุผลการคิดราคายาสูงเกินจริงไม่ได้
ป.ล. มีการแก้ไขการจัดเรียงบรรทัดใหม่
Cr. https://mgronline.com/business/detail/9620000043449