ไอเดีย Startup pain point ของผม และการเรียนต่อต่างประเทศ

ถ้าใครที่ต้องการอ่านเฉพาะไอเดียทางธุรกิจ แนะนำให้ข้ามไปอ่านที่หัวข้อ สุดท้าย ผมจึงคิดว่า ถ้ามันไม่มีของในตลาดที่ตอบโจทย์เราได้ 100% ก่อนครับ
คุณเคยมีสิ่งที่ต้องทำให้ได้ในชีวิตแม้ว่าจะต้องแลกกับหยาดเหงื่อไหม สำหรับผมสิ่งนั้นคือการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย Top 10 ของโลก(ป.ตรี)
ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมทำตัวแย่ แต่ผมก็อยากไป ไม่ว่าผมจะต้องหาเงินทั้งชีวิต เสียเวลาไปเป็น 10 ปี ผมก็จะทำ เหมือนกับว่าชีวิตของผมมันผูกติดกับสิ่งนี้
ถ้าคุณมาบอกว่าให้ผมหยุดหวัง บอกว่ามีคนเก่งกว่าผมมากมาย คนที่ทำได้มีแต่นักเรียนทุน ให้ผมเรียนต่อป.โท ให้ผมเลิกคิด ผมก็จะไม่ทำ เพราะนี่คือชีวิตของผม
ต่อไปนี้ผมจะเริ่มเข้าสู่ Startup

startup คืออะไร 
Startup คือธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ เปิดบริษัทขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับธุรกิจด้านไอที และรวมถึงการทำธุรกิจให้เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด สามารถสร้างรายได้จำนวนมาก เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
ขอบคุณข้อมูลจาก https://moneyhub.in.th/

ผมอยากให้ดูที่ แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
ปัญหาที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้เป็นปัญหาของผมเอง เเม้หลายคนที่ผมเคยพบเจอมาจะบอกว่ามันไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับผมมันคือ Pain Point ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วง เพราะปัญหานี้ทำให้ผมคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว 3 ครั้ง
ตั้งแต่ผมอยู่ม.2 ผมได้เห็นประกาศของโรงเรียนกำเนิดวิทย์และเป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ตอนนั้นผมไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนเลย เพราะผมเพิ่งจะรู้ว่าโรงเรียนแบบนี้มีในประเทศไทย ตอนนั้นตอนม.2 ผมต้องสอบเข้ากำเนิดวิทย์ ผลคือสอบไม่ติด เพราะผมไม่ได้เตรียมตัวมาเลย นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมมีความคิดถึงการฆ่าตัวตาย เพื่อนของผมแทนที่จะให้กำลังใจ ก็เอามาล้อเล่น "คนสอบไม่ติดกำเนิดวิทย์" พวกเขาเรียกผมแบบนี้ ผมรู้สึกว่าชีวิตไร้ค่า ขาดที่ปรึกษา เลยเข้าสู่หนัง 18+ และเกม หนังสือไม่อ่าน อยากฆ่าตัวตายมากๆ แต่ก็คิดอีกว่า ก่อนตายมันต้องเจ็บน่าดู สุดท้ายก็เลือกที่จะทำลายสิ่งของรอบตัวเเทน และเล่นเกม ดูหนัง X จนกระทั่งสอบไม่ติดมหิดลวิทยานุสรณ์ คราวนี้ไม่คิดฆ่าตัวตาย ได้แต่สมน้ำหน้าตัวเองที่ผ่านมาชีวิตเละ 
ม.ปลายผมได้ย้ายไปเรียนจังหวัดอื่น ได้รู้จัก Startup เป็นครั้งแรก คิดว่าครั้งนี้ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ แต่ก็ได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น ผมกลายเป็นคนติดการ์ตูน หนัง X ผมติดทุกอย่าง ยกเว้นหนังสือ ผมรู้ตัวเองดี และคิดจะจบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายอีก 2 ครั้ง และครั้งล่าสุดเกือบตายจริงๆถ้าไม่มีคนมาเห็นก่อน และผมก็เลือกไม่ไปสอบทุนรัฐบาล เพราะไม่ชอบข้อผูกมัด และตอนนั้นประเมินตัวเองแล้วว่าไม่ได้เเน่นอน แต่ความรู้สึกที่ตอนม.2 มันได้กลับมาอีกครั้ง บอกว่าให้ผมไปเรียนมหาวิทยาลัย Top 10 ของโลก ครั้งนี้ผมต้องทำให้ได้ แม้พ่อแม่จะไม่มีเงินส่ง ด้วยความรู้ด้าน startup อันน้อยนิดที่มี และไม่ได้โอลิมปิก ไม่ได้เรียนที่โรงเรียนดังๆ ช่วงนี้ปิดเทอม จะขึ้นปี 1 ผมต้องทบทวนตำรา หนังสือ พร้อมทั้งหาความรู้ด้าน startup เพื่อทดแทนเวลาที่ผมเคยเอาไปใช้กับ หนัง x และ เกม 

pain point จากเรื่องนี้คืออะไร
ถ้าอยากไปเรียนต่างประเทศต้องทำอย่างไร บางคนเลือกหาบริษัทที่จะทำ Visa ให้ บางคนทำเอง บางคนไปตั้งแต่ป.ตรีด้วยทุนตัวเอง บางคนสอบชิงทุนรัฐบาล บางคนไปเรียนป.โท บางคนไปเรียนภาษาระยะสั้น
ตัวผมอ่านข้อมูลมหาวิทยาลัยที่ผมอยากจะเข้า อ่านข้อมูลศิษย์เก่า แต่ผมก็ต้องการที่ปรึกษาอยู่ดี
ที่ปรึกษาแรกที่ผมติดต่อไปตั้งแต่อยู่ม.6 ผมจะขอไม่บอกชื่อ ผมได้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ของเขา อีก 3-4 วันก็ติดต่อมา
ที่ปรึกษา:สวัสดีค่ะคุณ XXX ใช่ไหมคะ ไม่ทราบว่าอยากเรียนต่ออเมริกาที่มหาวิทยาลัยไหนคะ
ผม: Harvard กับ  MIT ครับ
ที่ปรึกษา:มหาวิทยาลัยยากนะคะ คุณพอจะพูดภาษาอังกฤษได้ไหมคะ คนที่ต่อมหาลัยนี้ได้ต้องเป็นพวกโอลิมปิกนะคะ คุณเก่งเท่าพวกเขาไหมคะ
ผมก็เล่าเรื่องของผมไปเรื่อยๆ ตอนนั้นผมคิดว่าที่นี่ต้องช่วยผมได้แน่นอน ตอนแรกก็ตอบไลน์ดีมาก พอหลังๆก็เริ่มหาย ไม่ตอบเลย
ผมเริ่มรู้สึกเสียใจที่เขาไม่ยอมตอบไลน์ผม และตัดขาดไปเลย

หลายเดือนต่อมา
ผมติดต่อไปที่ที่ปรึกษาที่ 2 เขาโทรมาบอกว่าให้ผมสอบทุนกพ. ซึ่งแน่นอนผมไม่ได้สอบ สุดท้ายผมก็เลิกใช้บริการของที่นี่

หลายเดือนต่อมาหลังจากผมจบม.6
คราวนี้ผมเปลี่ยนเป้าหมายจาก Harvard และ MIT ไปที่ Cambridge และ Oxford
ผมติดต่อไปแห่งที่ 3 ทางไลน์ "ขออภัยค่ะ เราไม่ได้ให้บริการป.ตรี แคมบริจ"

และล่าสุดตอนปิดเทอม ผมได้ติดต่อไปแห่งที่ 4 แห่งนี้บริการดีมาก ตอบคำถามเกือบทุกคำถามที่ผมถามใน Facebook แต่ก็ยังมีการโฆษณาถึงคอร์สเรียนภาษา และยังให้คำปรึกษาบางอย่างกับผมไม่ได้ และยังเสนอให้ผมไปเรียนป.โท 

สุดท้าย ผมจึงคิดว่า ถ้ามันไม่มีของในตลาดที่ตอบโจทย์เราได้ 100%  แล้วทำไมไม่สร้างมันขึ้นมาเอง เราเจอ pain point แบบนี้ เรามีความคิดที่จะสร้าง startup สร้างเองเลยดีกว่า
ธุรกิจ startup ของผมที่ผมคิดไว้มีคุณสมบัติดังนี้
1. เหมือนธุรกิจที่พานักเรียนไปต่างประเทศทั่วไป คือ มีบริการช่วยเหลือด้าน Visa ประสานงานด้านเรียนภาษา ป.ตรี โท เอก มีบริการติว Toefl Ielts
2. ตอบข้อความ ข้อสงสัย ภายใน 1 ชั่วโมงที่เขาทักมา ไม่ว่าจะทางไลน์ facebook website ที่ผมเคยพบเจอมา จะมีการติดต่อกลับใน 24 ชั่วโมง ซึ่งผมถือว่าช้า
3. ให้บริการทุกเคส ชี้แนะให้ ทั้งเคสปกติ เช่น อยากเรียน MBA อยากจ่ายน้อยๆ อยากเรียนภาษา ทั้งเคสที่ไม่ค่อยพบเจอ เช่น อยากเรียนมหาลัย Top ของโลกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อยากออกจากที่ไทยไปเรียนต่างประเทศ เสนอแนะวิธีหาเงินทุนไปเรียนต่างประเทศ ต้องเก็บเท่าไหร่
4. มีบริการปรึกษาปัญหาชีวิตเล็กน้อย เช่น ไปต่างประเทศแล้วเหงา เครียด เจอโฮสต์ไม่ดี สอบทุนรัฐบาลไม่ติดอยากได้กำลังใจ หรือหาทุนอื่นที่ทดแทนกันได้ มีบริการให้กำลังใจเมื่ออยากไปเรียนต่างประเทศ เมื่อสอบ Toefl ได้คะแนนน้อย

การหาเงินทำอย่างไร
1. ใช้ระบบเหมือนเงินกู้ สมมุติว่าถ้าไปถึงจุดมุ่งหมายที่ฝันไว้แล้ว ค่อยมาจ่ายเงินคืนให้
2. ใช้ระบบบริจาค คือ ไม่ได้คิดค่าบริการ อยากจ่ายแค่ไหนก็จ่าย

แต่คิดไปแล้วถ้าจะทำธุรกิจนี้จริง ปัญหาที่ผมพอจะนึกภาพออกตอนนี้คือ
1. ผมไม่มีความรู้เรื่องการทำ VIsa เลย
2. ผมไม่มีความรู้ว่า ถ้าจะส่งนักเรียนไปเรียนภาษา หรือเรียนปริญญา หอพักไหนดี มหาวิทยาลัยไหนเด่น
3. ถ้าใช้ระบบเงินกู้ เงินจะหมุนทันไหม
ที่เหลือยังคิดไม่ออกครับ

เพิ่มเติมครับ 
ผมเคยไปปรึกษากับเพจที่รับปรึกษาปัญหาชีวิต เขาก็ตอบมาเดิมๆครับ ว่าอย่าเอาคนอื่นมาใส่ใจ ไม่เคยมีใครชี้แนะเลยครับ นี่ก็เป็น Pain Point อีกอันหนึ่ง

ผมอยากจะบอกว่าไอเดียนี้ผมไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์นะครับ ใครอยากเอาไปทำเองได้เลยครับ
ส่วนใครที่แนะนำที่ปรึกษาที่ดีได้ มาบอกผมหน่อยนะครับ ตอนนี้ผมยังต้องการอยู่ ส่วนใครที่ให้กำลังใจ ผมอยากจะขอบคุณมากครับ เพราะตอนนี้ผมขาดกำลังใจสุดๆ ส่วนใครที่มีไอเดียทางธุรกิจก็แสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ 

ผมอยากทราบเกี่ยวกับการปรึกษาปัญหาชีวิตด้วยครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่