[CR] บุกเมืองผู้ดีปี 2019 ลอนดอนตะลอนเที่ยว

สวัดดีทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่านรีวิวนี้นะคะ ผู้เขียนต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่ารีวิวสำหรับทริปนี้จะไม่ค่อยมีสาระเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของลอนดอนสักเท่าไหร่ เพราะเราสายแชะแอนด์ชิวล์แชร์ซะมากกว่า แต่ถ้าหากต้องการข้อมูลสำหรับสถานที่เที่ยวเรามีแนะนำให้ค่ะในรีวิวนี้ ยิ้ม
เริ่มกันเลย..ทริปนี้เรามีสมาชิกทั้งหมด 4 คน โดยเริ่มเดินทางจากสนามบินเวสเทอโรส ประเทศสวีเดน เพื่อไปยัง Stansted Airport เหตุผลที่เราบินมาลงสนามบินนี้เพราะว่าค่าตั๋วเครื่องบินถูกกว่าสนามบินใหญ่อย่าง Heathrow Airport และอีกอย่างหนึ่งคือระยะทางไม่ไกลใช้เวลาบินแค่ 2.30 ชม.ถ้าจำไม่ผิด
พอลงจากเครื่องปุ๊บเราก็รีบเดินดุ่มๆไปที่ ตม. ใช้เวลาไม่นานก็เรียบร้อย บางคนอาจจะสงสัยว่าเราบินจากสวีเดน แล้วมาลอนดอนต้องใช้วีซ่าอะไรบ้าง ตอบว่าใช้ 2 วีซ่าค่ะ คือ Schengen Visa และ UK VISA พอเรียบร้อยแล้วเราก็ซื้อตั๋วรถไฟเพื่อเข้าไปในเมืองลอนดอนค่ะ

หน้าตาบัตรผ่านเพื่อเข้ารถไฟก็จะประมาณนี้ เป็นแบบ one way ด้านหลังบัตรกระดาษนี้ก็จะมีบาร์โค้ดสำหรับสแกนเหมือนบัตรรถไฟฟ้าแบบเที่ยวเดียวบ้านเรา
ไปค่ะ พร้อม..ลุย London
เย่ๆๆ และแล้วเราก็มาถึง Liverpool Street Underground Station แล้ว อาการแรกที่เกิดขึ้นคือ งง มึน และตาลายค่ะ คือคนเยอะมาก ก.ไก่ล้านตัว เยอะจริงๆและที่สำคัญคือเราจะหยุดเดินไม่ได้นะคะเพราะเดี๋ยวคนอื่นจะเดินมาชนเรา
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาจะรีบเดินไปใหน ตัวก็สูง ใหญ่ ขายาว ส่วนเราเล็ก เตี้ย สั้น โอ๊ยย จะหันไปทางใหนก็ตาลาย แต่คนที่นี่เขาก็คงถือเป็นเรื่องปกติของเขาแหละ เป็นเพราะเราเองที่ไม่ชิน 555
ยืนงงกันสักพักจนตั้งสติได้ พวกเราก็เดินไปต่อคิวซื้อบัตร Oyster (Transport for London) เพื่อใช้สำหรับเดินทางไปใหนมาใหน บัตรนี้ต้องเสียเงินสองส่วนคือค่ามัดจำบัตรกับค่าเงินในบัตร แต่สุดท้ายแล้วเราสามารถเอาเงินในบัตรคืนได้นะคะทั้งค่ามัดจำและเงินส่วนที่เหลือในบัตร
หน้าตาบัตร Oyster เป็นแบบนี้ค่ะ เป็นบัตรแข็งเหมือนบัตรรถไฟฟ้าแบบเติมเงินบ้านเรา สะดวกดีเหมาะกับนักท่องเที่ยวอย่างเราเพราะสามารถใช้ได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถบัส
ความตื่นเต้นครั้งแรกเมื่อได้เห็นรถไฟใต้ดินของลอนดอนคือ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งรถไฟย้อนยุค ด้วยความที่เป็นรถไฟแคปซูลจริงๆ เล็กมาก แล้วคิดดูว่าฝรั่งเขาเป็นคนรูปต่างใหญ่แล้วต้องเข้าไปในรถไฟอันเล็กแคบ ดูอึดอัดมาก แต่เขาคงชินไปแล้ว และก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะลอนดอนถือว่าเป็นประเทศแรกๆที่มีรถไฟฟ้าใช้ ครั้งหนึ่งในชีวิตได้เคยมาสัมผัสเท่านี้ก็รู้สึกภูมิใจแล้ว ถึงแม้ว่าจะต้องเบียดนิดหน่อยเพื่อหาที่ยืน อิอิ
มาถึงลอนดอนทั้งที ก็ต้องถ่ายรูปกับตู้โทรศัพท์ซินะ ^_*
เนื่องจากเราออกเดินทางช่วงบ่าย พอมาถึงสนามบินก็ต้องต่อรถไฟเข้าเมือง แล้วก็ซื้อบัตรต่อรถไฟไปยังที่พักแถว Height Park อีก ถึงโรงแรมก็มืดค่ำพอดี ได้เวลาหาอาหารลงท้องแล้ว
นี่ค่ะมื้อแรกที่ลอนดอนสำหรับพวกเรา 4 คน Fish&Ship แถว Notting Hill ใกล้ที่พัก เดินตะลอนกันตั้งนานกว่าจะได้กิน อิ่มเปล้กันเลยทีเดียว ยิ้ม
เช้าของวันที่ 23 มี.ค.62 ฤกษ์งามยามดีแต่ท้องฟ้าไม่เป็นใจ.. แอบเสียดายนิดๆที่ไม่ได้ภาพสวยๆ แต่ไม่เป็นไรค่ะถือว่าเป็นบุญตาที่ได้มาเห็น จุดแรก Tower Bridge ผ่านเลนส์กล้อง มุมมองระยะไกล
ทั้งสีน้ำและท้องฟ้า ช่างน่ารักจริงๆ..ภาพออกมาก็จะประมาณนี้ 
ขยับมาใกล้อีกนิด ชิดๆขอบสะพาน สวยดีค่ะ คนมาถ่ายรูปกันเยอะเลย ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยว มาถึงที่นี่ทั้งทีก็ต้องเก็บภาพไว้เพื่อเตือนความทรงจำกันหน่อยโน๊ะ
จุดที่ 2 Tower of London ได้ยินว่าค่าเข้าชมแพง เราก็เลยเดินถ่ายรูปแค่รอบๆพอ ตามประสาคนงบน้อย อิอิ
จุดที่ 3 London Eye มองไกลๆก็ไม่ต่างจากเอเชียทีคบ้านเรา แต่ถ้าไม่มาถ่ายรูปด้วยก็กลัวจะโดนแซวว่ามาไม่ถึงลอนดอน
จุดที่ 4 Big Ben มีคนใจดีถ่ายรูปให้ ภาพนี้ก็เลยครบทีม 4 คน ซึ่งมีนาฬิกาอันใหญ่เป็นฉากหลัง และแน่นอนว่ามันใหญ่กว่าปกติจริงๆเพราะกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุง ซ่อมแซม คนอื่นอาจจะได้รูปสวย แต่สำหรับพวกเรานี่คือสวยสุด ณ. จุดนี้ 555
จุดที่ 5 Buckingham Palace ก็มีนั่งพักกันบ้าง พอหายเหนื่อยก็ไปต่อ ด้วยความที่เรามีเวลาจำกัด บ่ายแก่ๆก็มาจอดที่พระราชวังบักกิงแฮม ผู้คนเยอะมาก จะถ่ายรูปยังไงให้สวย ยากค่ะ เพราะพระราชวังใหญ่มาก ก็เลยได้ภาพเท่าที่เห็น
จุดที่ 6 Green Park แวะ พัก เติมพลังด้วยไอติมและกาแฟกันหน่อย ชอบสวนนี้มากเลย มีดอกซากุระ ดอกไม้ที่ขึ้นเองตามพื้นหญ้าและเป็ดชมพู สวนนี้อยู่ใกล้กับพระราชวังบักกิงแฮมค่ะ หลังจากถ่ายรูปหน้าพระราชวังเสร็จก็อย่าลืมมาแวะสูดอากาศดีๆที่นี่กันนะคะ
หมดไปอีก 1 วันเต็มๆ เที่ยวจนอิ่ม กลับมานอนสลบเพราะเดินเยอะมาก กลับมาเก็บแรงเพื่อเดินต่อในวันพรุ่งนี้ ฝันดีลอนดอน..
ตอนสายๆ ของวันที่ 24 มี.ค.62 ณ.ย่าน Regent Street + Oxford street ไม่มาไม่ได้แล้ว ถือว่าพลาดเป็นอย่างแรงถ้าใครมาลอนดอนแล้วไม่ได้มาที่นี่ เพราะนี่คือแหล่งช้อปปิ้งที่โด่งดังของลอนดอนจ้าาา 
มีสินค้าแบรนด์เนมเยอะมาก เลือกเอาเลยว่าจะเดินเข้าตึกใหน ส่วนเราตาลาย ขอแค่มองก็มีความสุขแล้ว อิอิ
สุดท้ายได้มาปักหมุดที่นี่ร้านของเล่นที่มีชื่อเสียง ร้าน Hamleys ยกนิ้วโป้งให้เลยค่ะ เข้าไปแล้วหลงมีแต่ของน่ารัก น่าเล่น น่าหิ้วกลับมาบ้านเยอะๆ แต่พอก้มมองกระเป๋าตังค์แล้ว ขอแค่ตุ๊กตา 1 ตัวกับถุงแฮมเล่ย์ไว้เป็นที่ระลึกอีก 1 ใบพอค่ะ หุหุ
ใหนๆก็มาถึงลอนดอนแล้ว จบจากย่านโซโฮ ขอแวะไปชมห้างแฮร์รอดแป๊บ โชคดีอีกแล้วค่าาา..กำลังปรับปรุงภายนอกอาคาร ภาพที่เห็นก็เลยเป็นแบบนี้กันไป ไม่ต่างจาก Big Ben เลย แฮะๆ
ที่ตรงนี้ ตรงที่มีผู้คนเยอะแยะ เดินพลุกพล่านทั้งกลางวันและกลางคืน นั่นคือ Piccadilly Circus มีทีวีจอยักษ์อยู่ด้วย ใหญ่อลังการ
อันนี้คนจริงนะคะ อย่าเผลอไปชนเขาเชียว เดี๋ยวล้มไม่เป็นท่า อิอิ
อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นลอนดอน Red Bus มีเยอะมากจริงๆค่ะ
ตู้โทรศัพท์ในดวงใจ อย่าลืมติดซื้อติดตัวมาเพื่อเก็บเป็นของที่ระลึกกันนะคะ มีขายเยอะเลยตามร้านของฝาก

จบโปรแกรมเที่ยวฉบับเร่งรีบ เรียกง่ายๆว่าทัวร์โฉบ สนุก มันส์ ฮา มีครบทุกรสชาติ สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ
1.เรื่องโรงแรมที่พัก ควรจะเช็คข้อมูลดูเยอะๆจากหลายๆเวปก่อนตัดสินใจจองถ้าหากไม่อยากเฟลเหมือนพวกเรา เพราะค่าโรงแรมที่นี่ค่อนข้างแพง นี่ขนาดจ่ายไป 4 ดาว ไม่ได้เรื่องเลย ถ้าเที่ยบกับที่ไทยก็คงจะแบบโรงแรม 2 ดาวได้
2.ราคาอาหารถือว่าแพง แล้วก็ไม่ค่อยอร่อย แนะนำว่ากินแบบง่ายๆจะดีกว่าสำหรับคนที่ต้องการประหยัดงบ
3.ภาษาอังกฤษต้องได้ในระดับหนึ่งนะคะถ้าคิดว่าจะมาเที่ยวลอนดอน เพราะที่นี่สำเนียงเขาจะไปอีกขั้น 555 ฟังไปฟังมาก็สนุกและเพราะดีค่ะ
4.บัตรรถไฟฟ้า Oyster ถ้าซื้อแล้วอย่าลืมเอาเงินมัดจำและเงินที่เหลือในบัตรคืนด้วยนะคะ 

ชื่อสินค้า:   ทริปตะลุยลอนดอน ช่วงวันที่ 22-24 มี.ค.62
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่