ถ้าจะให้พูดถึงจุดเริ่มต้นของทริปนี้ น่าจะต้องย้อนไปตั้งแต่ต้นปี2018เลย
เกิดจากเราเบื่องานอยากลาออกแต่ก็ยังอยากได้โบนัสอยู่(โบนัสเราออกตอนกลางปี) ก็เลยคิดว่าจะรอได้โบนัสก่อนแล้วถึงตอนนั้นค่อยลาออก
เวลาล่วงเลยมาสักพักก็คิดขึ้นมาได้ว่าไหนๆก็ลาออกแล้ว ก็ไปเที่ยวไปทำตามฝันก่อนเริ่มงานใหม่ดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่
โดยเราตั้งเป้าหมายให้ตัวเองแล้วว่าอยากนั่งรถไฟสายทรานไซบีเรียอยากลองไปเที่ยวคนเดียวดูสักครั้ง แล้วก็อยากไปAuschwit
เอาตรงๆตอนนั้นก็ยังแอบกลัวๆนะที่ต้องนั่งรถไฟยาวๆคนเดียว ก็เลยลองชวนเพื่อนกับแฟนไปด้วย
แต่เพื่อนให้คำตอบมาว่าจะเที่ยวแต่ไม่อยากนั่งรถไฟอ่ะ ส่วนแฟนก็ลางานยาวไม่ได้ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจว่านั่งรถไฟคนเดียวก็ได้ว้าาา
พอโบนัสออกปุบก็เริ่มจองตั๋วเครื่องบินแล้วก็อย่างอื่นที่สามารถจองล่องหน้าได้และที่สำคัญเราไม่ลืมที่ยื่นลาออกทันทีทันใด
หลังจากนั้นก็ได้แต่นับถอยหลังรอการเดินทางคนเดียวครั้งแรกและยังเป็นการเดินทางครั้งที่ยาวที่สุดในชีวิตด้วย
ครั้งนี้เราไปทั้งหมด 51 วัน/เยือน 12 ประเทศ/แวะ 21 เมือง/ใช้เงิน 10 สกุล/นั่งเครื่องบิน 9 ไฟลต์/นั่งรถไฟ 8 ขบวน/นั่งรถบัส 9 คัน
และใช้เงินไปทั้งหมดประมาณ 185,000 บาทแบบรวมค่าช้อปปิ้งแล้ว เราเริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 2 Oct 2018 ถึง 21 Nov 2018
ที่เลือกไปช่วงนี้เพราะอากาศยังไม่หนาวมาก ในช่วงประมาณ 3 อาทิตย์แรกเราเที่ยวคนเดียว จากนั้นเรากับเพื่อนก็ไปเจอกันที่โครเอเชีย
พอเพื่อนกลับก็เราก็เที่ยวคนเดียวต่ออีกประมาณอาทิตย์นึง หลังจากนั้นแฟนมาเที่ยวด้วยที่สวีเดนและนอร์เวย์
แล้วก็เที่ยวด้วยกันจนจบทริป ข้างล่างนี้คือแพลนการเดินทางคร่าวๆของเรา
***ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่ารีวิวของเราจะไม่ได้ลงรายละเอียดมาก***
เพราะถ้าละเอียดมากคงต้องใช้เวลาเขียนนานมากกกกก ตั้งใจว่าจะให้รีวิวนี้เป็นแนวการเล่าประสบการณ์
แล้วก็แสดงมุมมองของเราในแต่ละเมืองมากกว่า อีกอย่างอยากให้เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆที่อยากไปเที่ยวคนเดียวแต่ยังไม่กล้า
ให้ออกไปลองหาประสบการณ์ชีวิตดู แล้วจะพบว่ามันดีมาก ดีมากจริงๆ
ในทริปนี้เราแลกเงินสกุลหลักๆไปก่อนทั้งหมด 4 สกุล คือ เงินหยวน ดอลล่าร์ ยูโรและโครนนอร์เวย์
แต่ไม่ได้แลกไปทีเดียวทั้งหมดนะเราพกไปก่อนส่วนนึง เพราะเอาตรงๆก็มีความกลัวว่าเงินจะหายหรือโดนขโมย(ซึ่งก็โดนจริงๆจ้า)
อย่างที่บอกว่ามีเพื่อนกับแฟนมาจอยทริปด้วย เราเลยฝากเพื่อนกับแฟนแลกเงินมาให้เพิ่มอีก
ส่วนซิมการ์ดเราใช้ของSim2fly เหตุผลที่เลือกSim2flyถึงแม้ราคาจะไม่ได้ถูกเพราะ
1.เราใช้AISอยู่แล้วมีความBrand Royaltyเบาๆ
2.เดินทางหลายประเทศถ้าจะต้องมาเดินหาซิมการ์ดเปลี่ยนทุกประเทศคงไม่ไหวเนอะแม่
เราต้องการเน็ตใช้ตลอดเพื่อความอุ่นใจในการเดินทางไปไหนมาไหนเผื่อหลงก็ดูแมพได้ตลอดเวลา
อีกอย่างที่สำคัญคือเล่นโซเชี่ยวมีเดียด้วยเด้อจ้า อัพมันเข้าไปค่ะ
ทุกประเทศที่เราไปSim2flyมีสัญญาณหมด ประเทศเดียวที่ไม่มีคือมองโกเลีย
เพราะฉะนั้นตอนอยู่มองโกเลียเราจะเหงาๆหน่อย555
การเตรียมตัวของเราเริ่มจากวางแพลนคร่าวๆ
แล้วก็เริ่มจองตั๋วเครื่องบินขาไปและกลับ เราได้ตั๋วขากลับก่อนขาไปซะอีก ขากลับจากออสโลมาไทยจาก Norwegian ในราคา 5,784 บาท
ส่วนของแฟนเป็นตั๋วไปกลับออสโลในราคา 11,xxxบาท จากนั้นได้ตั๋วขาไปไปลงเซี้ยงไฮ้จาก Airasia ในราคา 3,130บาท
หลังจากนั้นก็มาวางแพลนทริปแบบจริงๆจังๆ
ประเทศแรกที่ไปก็คือจีน จุดเริ่มต้นของรถไฟสายทรานไซบีเรียที่เรานั่ง(จริงๆแล้วขบวนแรกที่เรานั่งเริ่มแรก รู้สึกมันจะคือทรานมองโกเลีย
แต่ขอเรียกแบบรวมๆที่คนทั่วไปรู้จักว่าทรานไซบีเรียไปเลยแล้วกัน) จากนั้นเข้ามองโกเลีย รัสซีย แล้วก็เริ่มเข้ายุโรปที่ประเทศเอสโตเนีย ฟินแลนด์ โครเอเชีย ออสเตรีย สโลวีเนีย เช็ก โปแลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดนคือประเทศสุดท้ายที่เราเข้า โดยบินกลับไทยเราบินออกจากออสโล
พอแพลนทริปเสร็จแล้วก็ส่งแพลนให้เพื่อนดูว่าอยากจะมาจอยทริปช่วงไหน ซึ่งสุดท้ายเพื่อนเลือกไป โครเอเชีย ออสเตรีย และสโลวีเนีย
(แต่พอถึงตอนนั้นมีการเปลี่ยนแพลนกันนิดหน่อย)
หลังจากจองตั๋วไปเซี้ยงไฮ้แล้ว เพิ่งมารู้ว่าช่วงต้นเดือนตุลาเป็นช่วงวันชาติของจีน
คนในประเทศเค้าจะออกมาเที่ยวกันเยอะมากเพราะเป็นช่วงหยุดยาว จุดๆนั้นโคตรนอยด์เลย
เท่าที่เราอ่านรีวิวมารถไฟในจีนเนี่ย พอจองตั๋วแล้วจะได้เป็นใบจองมาก่อนยังไม่ใช่ตั๋ว
ก่อนจะไปขึ้นรถไฟต้องเอาใบจองไปแลกเป็นตั๋วจริงที่สถานีก่อน ในบางรีวิวบอกว่าต้องไปต่อแถวแลกตั๋วรถไฟที่สถานีนานมาก
แล้วยิ่งถ้าเป็นช่วงหยุดยาวแบบนี้คนมหาศาลแน่นอน ตอนแรกเราตั้งใจไว้ว่าจะจองตั๋วรถไฟจากเซี้ยงไฮ้ไปปักกิ่งเองทางออนไลน์
เราเลยตัดปัญหาด้วยการให้เอเจนซี่ที่นู่นจองให้ เอเจ้นนี้เค้าจะไปเอาตั๋วให้เราและจะส่งตั๋วตัวจริงไปที่โรงแรมล่วงหน้า
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเสียเวลาต่อแถวอีก แต่ราคาก็จะถูกบวกไปไกลนิดนึงซึ่งหนูยอมค่ะแม่ ใช้เงินแก้ปัญหาไปจะได้จบๆ
ตั๋วรถไฟจากจีนไปมองโกเลียเราก็ให้เอเจนซี่เจ้าเดียวกันป็นคนจองเพราะกลัวว่าถ้าไปจองตอนที่ไปถึงปักกิ่งแล้วตั๋วจะเต็ม
แต่พอขึ้นรถไฟไปแล้วทั้งโบกี้มีกัน4คนค่าคุณ ส่วนรถบัสรถไฟในประเทศอื่นๆเราจองล่วงหน้าทางออนไลน์ทั้งหมด
ในส่วนนี้ถ้าใครต้องการข้อมูลอะไรก็ถามได้นะคะ ถ้าเราตอบได้เราจะตอบให้ค่ะ
======= เกริ่นมาซะยาวเยียด เริ่มเลยและกันเนอะ =======
[CR] lll Let’s catch the dream ขอไปทำตามฝันหน่อยเหอะ lll Transiberia to Europe lll 51days in 12 countries 185k lll
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้