[ระบาย] เกิดเป็นลูก ต้องอดทนเพื่อพ่อแม่?

ก่อนอื่น บอกก่อนนะครับ ว่ามีหลายเรื่องที่จะพูดถึง ยาวนะครับ รอว่างก่อนจะดีกว่านะครับ เพราะอยากให้ทุกคนลองมาแชร์เรื่องราวของตัวเองที่คล้ายๆ กันด้วย ไม่ว่าจะมีจุดร่วมเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

และขออภัยไว้ล่วงหน้าเลยนะครับ ที่ลำดับเนื้อหาจะมึนๆ งงๆ เพราะพิมพ์แบบนึกอะไรออกก้พิมพ์เลย

ขอเกริ่นก่อนสักเล็กน้อยนะครับ คือโดยส่วนตัว "ไม่เคย" เผชิญกับการไม่มีข้าวกินเพราะที่บ้านไม่ให้เงิน

คือเราจะสื่อว่าเราไม่ได้จนขนาดนั้น

แต่!

เราก็ไม่ได้มีมากเทียบเท่ากับเพื่อนๆ หลายคนที่เราคบ

(เท่าที่รู้ มีหลายคนสภาพเดียวกับเรา หรือเจอมาหนักกว่าด้วย)

แล้วมันเป็นสาเหตุให้ผม หรืออีกหลายคน ต้องเจ็บ

และผมก็ได้เจอเหตุการณ์หลายๆ อย่าง ที่ทำให้เราตัดสินใจ ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา

สำหรับใคร ที่จะบอกว่า "ทำไมต้องไปเทียบกับคนอื่น"   "พอใจในสิ่งที่มีสิ"   "เลิกอิจฉาคนอื่นเถอะ"

เดี๋ยวจะอธิบายว่าเราคิดอย่างไรบ้าง

**********

   ในชีวิตคนเรา ถ้าแค่จะดำรงชีวิตเฉยๆ การที่มีข้าวมีน้ำกิน มีที่อยู่อาศัย มีเครื่องนุ่งห่ม มียารักษาโรค มีอากาศหายใจ มีที่ขับถ่าย เท่านี้คงพอแล้ว

แต่เราเกิดมาทั้งที เราควรจะได้ดำรงชีวิต"อย่างมีความสุข" มากกว่าหรือเปล่า

ไม่ต้องโยงเรื่องโลกหน้า,ชาติหน้านะ มันเป็นความเชื่อ เอาสิ่งที่เห็นกันชัดๆ ตรงหน้าก่อน อย่าเพิ่งเบือนหนีความเป็นจริงนะ

คือคนเราเกิดมา ทุกคนมีความรู้สึก ไม่ว่าจะตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก มากหรือน้อย หรือแตกต่างกันอย่างไร ก็ต้องรู้สึก ถ้าเราเกิดมา แล้วไม่ได้สิ่งเราควรหรืออยากที่จะได้รับ สิ่งที่ทำให้เรามีความสุข

นั่นเท่ากับว่าชีวิตเรา กำลังเจอความรู้สึกแบบไหนกันครับ

   หลายครั้ง คนเราขี้เกียจที่จะคิดเรื่องยากๆ, รายละเอียดเยอะๆ, มีความเป็นไปได้หลากหลาย ฯลฯ

ทำให้เรามักจะข้าม"การวางแผน"ไป แล้วพูดในใจว่า 'ช่างเหอะ' หรือ 'เป็นไงเป็นกัน' หรือ 'เดี๋ยวก็หาวิธีได้เองแหล่ะ' หรือ 'ถึงเวลาค่อยดูอีกทีแล้วกัน'

คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่าน ก็เป็นเช่นกันครับ

อาจจะเป็นเพราะการศึกษา+ทัศนคติ+วัฒนธรรม หรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจนะครับ (ส่วนตัวเราคิดว่าใช่)

ก่อนที่เด็กคนนึง ชีวิตนึงจะเกิดมาเนี่ย แทนที่จะคิดให้รอบคอบ วางแผนระยะยาว ศึกษาทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะมีลูก ดันตัดสินใจที่จะมีลูกไปก่อน แล้วเดี๋ยวไปตายเอาดาบหน้า

แล้วลูกที่เกิดมา เป็นอย่างไรบ้างครับ?

Case ที่เกิดมาจนจัด คงไม่ต้องอธิบายก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ว่าเด็กมันจะซวยแน่ๆ ขอละไว้ พิมพ์เหนื่อย 55555

ขอยกกรณีที่ get lucky หน่อย  ย้ำว่า" หน่อย "

มุมมองพ่อแม่ : ลูกเราชีวิตดี มีโทรศัพท์ให้เล่น มีเสื้อผ้าใส่ มีข้าวให้กินทุกมื้อไม่ขาด มีโรงเรียนให้ความรู้ จบไปคงมีงานทำ มีหลายย่างมากที่ตอนเด็กพ่อแม่ก็ไม่มี

แต่! แล้วมุมมองของเด็กบางคน ทำไมยังเศร้า เป็นทุกข์ เจ็บปวด ไม่มีความสุขหละ

มุมมองของเด็ก ( ซึ่งบางทีเจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ็บเพราะอะไร ) :

โทรศัพท์เรามันห่วยจริงๆ เน็ตแค่นี้จะไปหาข้อมูลอะไรทันใช้กันหละ

ข้าวกลางวันก็เปลืองตังค์จริงๆ อยากเก็บส่วนต่างไว้ซื้อโทรศัพท์เอง ก็เลยต้องกินให้น้อยเพื่อประหยัด แต่กีฬาก็ต้องเล่นให้มีโปรไฟล์บ้าง มีสุขภาพดี กินเท่าชาวบ้านก็ยังไม่พออยู่ดี

โรงเรียนก็สอนแต่เรื่องโง่ๆ อ่านเองก็รู้หมดแล้ว เทคนิคการเรียน การทำงานอะไรอย่างอื่นก็ไม่มีเหมือนโรงเรียนดี ๆ ครูสอนก็มั่ว ผิดก็ไม่ยอมรับ วิธีสอนน่าเบื่อ เพื่อนในโรงเรียนก็ชีวิตดีกว่า มีเน็ตดีๆใช้ มีเงินเหลือๆ กินข้าวหนำใจ กลับบ้านนั่งแท็กซี่ ไม่ต้องมาทรหดแบบเรา

อยากไปเรียนต่อเมืองนอก มีอนาคตกว่าเห็นๆ เราไหวอยู่แล้ว ภาษาเราก็เรียนได้ แต่ยังไม่เก่งพอจะสอบชิงทุน ไปเรียนเองก็ไม่มีเงินไป อนาคตหน้าที่การงาน ต่ำกว่าที่ควรเป็นชัดๆ

....................

สังเกตอะไรไหมครับ? หัวข้อหลักเนี่ย หัวข้อมันก็เท่ากันกับที่พ่อแม่มองเลยนะครับ และสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายมอง ก็เป็นน่าจะเป็นข้อเท็จจริงทั้งคู่นะครับ ไม่ขัดแย้งกันด้วย

สิ่งที่ต่างก็คือ พ่อแม่ มองแค่ในเชิง มี/ไม่มี ครับ แต่ลูกรับรู้รายละเอียดมากกว่านั้น เพราะเผชิญมากับตัว

ถ้าให้เปรียบเหมือนสินค้า พ่อแม่จะมองว่า ในลิสต์มีอะไรบ้าง แค่นั้น แต่ที่ต้องมาลูกเจ็บปวด ก็เพราะ ปริมาณ/คุณภาพ ในสินค้าเซ็ตนี้นี่แหละครับ

ถึงตรงนี้ คิดว่าอาจจะมีคนสงสัยกันนะครับ ว่า"แล้วเกี่ยวอะไรกับเรื่องวางแผน?"

ทุกสิ่งที่เด็กในตัวอย่างของเราเจอมา มันแก้ได้ด้วยเงินหมดเลยนะครับ...

ถ้าพ่อแม่ มีพร้อมแค่ใจที่จะเลี้ยงเด็ก (ในแง่อบรมสั่งสอน)

แต่ไม่มีใจ หรือวิธี หรือกำลัง (รวมๆก็อยู่ในแผนนั่นแหละ) ที่จะหาเงินมาเลี้ยง แล้วเงินไม่พอเนี่ย

เด็กมันเจ็บนะครับ พ่อแม่รังแกฉันผ่านทางการเงินสู่ความรู้สึกเลยนะครับ

--------------------

ที่เรากล่าวไว้ข้างต้นว่าจะอธิบาย สิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับคำพูดพวกนี้

เพราะเราคิดว่าการที่เรา ต้องอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่น

เราต้องเห็นอยู่แล้ว

ว่าสังคมนี้ โลกใบนี้ มีอะไรให้เราไขว่คว้าบ้าง

มีอะไรช่วยให้เราสุขกายสุขใจบ้าง

มีอะไรทำให้เราหลีกเลี่ยงความทุกข์ได้บ้าง

มีอะไรช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้าได้บ้าง

การที่เรา ไม่ได้สิ่งเหล่านั้นมา มันเจ็บปวดนะครับ บวกกับการที่เราต้องมารับรุ้ว่าคนอื่นเขามีกันในระดับไหนก็ ยิ่งตอกย้ำเหมือนตอกลิ่มลงในใจซ้ำๆนะครับ

ยิ่งเป็นเพื่อน ที่อยู่ใกล้กัน ข้างๆกัน แต่มีหลายอย่าง ต่างกันขนาดนี้ ยิ่งเจ็บปวด

นอกจากนี้ยังเป็นความเจ็บปวด แบบที่บอกใครไม่ได้ด้วย เพราะต้องกลัวจะถูกว่า ถูกตำหนิว่าอิจฉา ซึ่งก็ยิ่งทำให้เจ็บซ้ำไปอีก

ทั้งที่ เด็กก็แค่อยากได้ อยากมี แต่กลับถูกด่า เหมือนเราไปลงมือ เอามันมาแบบไม่ถูกต้อง

บางคนคงโชคดีนะ แค่พูดกับตัวเองว่า "ไม่เป็นไร" ก็จบแค่นั้น แต่บางคน พูดคำนั้น ก็เหมือนหลอกตัวเองอยู่นะ เราก็เคยเป็นคนนึง ที่เคยพูดซ้ำๆ เพื่อโน้วน้าวให้ตัวเองนี่แหล่ะ เชื่อว่ามัน "ไม่เป็นไร" จริง

หรือคนที่ตัดใจได้จริงๆ เขาต้องเจ็บปวดมาก่อนมากแค่ไหน จนมาถึงจุดที่พูดคำว่า "ไม่เป็นไร" ได้จริงๆ ในส่วนนี้ เราไม่อยากจะคาดเดาเลย

บางคน "ไม่เป็นไร" ไม่ใช่ว่าตัดใจได้นะ แต่ มันหมดแรงใจแล้ว พอเถอะ ยอมแพ้แล้วนะ แบบนี้ด้วยซ้ำ

เรื่องที่ต้องช้ำใจเนี่ย เกิดมามันก็น่าจะมีโอกาศได้เจอมากมายมหาศาลอยู่แล้ว ความเจ็บปวดบางเรื่องมันก็ไม่จำเป็นกับชีวิตนะครับ ทุกบทเรียนไม่ได้เจ็บปวดเสมอไป ทุกความความเจ็บปวด ก็ไม่ใช่บทเรียนเสมอไปเหมือนกัน

คำที่ว่าสมัยพ่อแม่ยังลำบากกว่านี้ อยากให้เลิกเอามาเป็นเหตุผลนะครับ เราอยากให้มองว่า อันที่จริงพ่อแม่ก็ควรจะสบายกว่านั้นเหมือนกัน แต่ การที่พ่อแม่เจ็บปวดไปแล้ว นั่นหมายความว่า ลูกไม่มีสิทธิ์จะมีชีวิตที่ดีกว่านั้นเหรอครับ? การที่ลูกเจ็บปวดน้อยกว่าตน นับว่าลูกไม่เจ็บปวดอยู่เหรอครับ?

ถ้าก็จะบอกว่า "ก็คลอดออกมาแล้ว เลี้ยงไหวแค่นี้ จะให้ทำยังไงหละ" ก็คงต้องยอมรับว่า อดีต มันแก้ไม่ได้แล้วจริงครับ ลูกคุณก็เจ็บปวดเพราะคุณไปแล้ว จากนี้ ชดใช้ให้เขาเถอะนะครับ และผมไม่อยากให้ใครต้องมาทนทุกข์จากการเป็นลูกเหมือนในกรณีตัวอย่างด้วยครับ

สำหรับคนที่จะแย้งว่า

'พ่อแม่เขาเป็นผู้มีพระคุณ ให้เรามาเกิด เลี้ยงดูเรามา พ่อแม่เขาก็มีให้เท่านี้ อย่าไปทำให้ท่านลำบากใจเลย'

"กตัญญูเถอะ, อย่าทำท่านเสียใจ, บาป"

ถ้าคุณกำลังมองว่า เราเป็นผีสาง วิญญาณเร่รอน สัตว์นรก  ที่หาช่องทางมาเกิด แล้วพ่อแม่ก็ให้หนทางมาเกิด แถมยังหาข้าวให้กินด้วย อบรมสั่งสอนด้วย ฯลฯ

อยากให้มองแบบนี้ครับ ในความเป็นจริง เราเป็นแค่เสปิร์มโง่ๆตัวหนึ่ง ไม่มีที่ไป ก็จบลง ตายเงียบๆ

แต่พ่อกับแม่ มีเพศสัมพันธ์กัน แล้วคุณต้องมาเกิด เพราะเขามีอะไรกัน หรือกรณีให้หมอช่วย อันนี้ชัดเจนครับ เขาสั่งคุณมาเกิด

ดังนั้น ถ้าการที่เรามาเกิด มันเป็นความผิดเนี่ย ต้นเหตุ/ผู้กระทำผิด ก็คนที่ส่งมาเกิดนี่แหละครับ ไม่ต้องไปโทษลูก โทษฟ้า โทษดิน แต่โทษตัวเองบ้างครับ ( ถุงยางทะลุ อันนี้โทษบริษัทได้ครับ )

แต่คนที่ไม่ผิดแน่ๆ คือเด็กครับ เสปิร์มเนี่ย มันไม่มีการศึกษา ไม่มีประสบการณ์ชีวิต มันมีอย่างเดียวให้ทำครับ คือเจาะไข่แล้วไปเกิด แต่ตัวคุณ มีสมอง มีความคิด มีประสบการณ์ มีการเรียนรู้ กลับทำผิด แล้วให้เด็กมาร่วมรับโทษ มันถูกต้องเหรอครับ

ลดการใช้อำนาจกับอารมณ์ แล้วใช้ความคิด ใช้การยับยั้งชั่งใจ และใช้มนุษยธรรมให้มากขึ้นนะครับ เพื่อไม่ให้เด็กคนไหน ต้องมาทรมานกับชีวิตเพราะพ่อแม่ตัวเองอีก ขอบคุณครับ

ปล.คนเป็นพ่อแม่ถ้าทำพลาดไป ผมอาจจะใช้เนื้อหาโจมตีรุนแรงไป ต้องขอโทษด้วยนะครับ โกรธผมได้ เกลียดผมได้ แต่เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นด้วย เพื่อลูกของตัวเอง หรือเพื่อตัวเองก็ได้ ขอบคุณครับ

ปล2. ถึงจะดูเป็นการเปรียบเทียบพ่อแม่คนหนึ่งกับพ่อแม่อีกคนหนึ่ง คล้ายการเปรียบลูกตัวเองกับลูกชาวบ้าน แต่ไม่ใช่นะครับ ลูกโดนเปรียบลูกต่างเพราะสภาพการเติบโตของเด็กและความถนัด (น่าสงสาร) แต่พ่อแม่ ที่เอามาเปรียบต่างเพราะการตัดสินใจของตัวเอง ผมจะไม่เปรียบคุณ กับพ่อแม่คนอื่นก็ได้ แค่เปรียบคุณในปัจจุบัน กับตัวคุณที่ตัดสินใจจากการวางแผนมาดีกว่าก็แล้วกัน

เด็กถูกเปรียบที่ความ"ต่าง"ที่เด็กเลือกไม่ได้ ซึ่งไม่ควรเปรียบครับ

แต่ผมเปรียบคุณที่ระดับ"สูงต่ำ" ของการวางแผน ซึ่งคุณเลือกเองครับ

---------------------------------------

[เสริม] ( ไม่อ่านก็ได้นะ ) หลายครั้งด้วยกัน เรารู้สึกขัดใจมากกับคำว่า "เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด" คือถ้าคำนี้ มันอยู่ในสถานการณ์ที่มันควรอยู่ อย่างเช่นอยู่ในหนังแล้วตัวร้ายกำลังจะโดนพระเอกฆ่าแล้วจะให้เงินแลกกับชีวิต พระเอกเลยพูดขึ้นมา ประมาณเนี้ย เราคงไม่ขัดใจหรอก แต่มันดันชอบมาอยู่ที่อื่นนี่สิ

ขอสมมุติแบบใกล้เคียงให้ฟังแล้วกัน ไม่งั้นเดี๋ยวเพื่อนหาว่านินทา 5555555

เช่น กำลังอยู่ในบทสนทนาเรื่องชีวิตของตัวเอง หลังเห็นเพื่อนไปเที่ยวเล่นมาอย่างสนุกสนาน (เที่ยวงบหนา) แล้วตัดพ้อขึ้นมาว่า 'ถ้าเรามีเงินมากกว่านี้ เราคงมีโอกาสได้เรียนสิ่งที่อยากเรียน เล่นสิ่งที่อยากเล่น ได้เที่ยวที่ๆอยากเที่ยวแล้ว โตไปนะ เราจะต้องมีเงินเยอะๆให้ได้'

แล้วเพื่อนก็พูดว่า 'เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด'

.......ก็เอ็งมีแล้วไง ไอ้สันขวาน! ถ้าเอ็งไม่มีเงิน เอ็งจะได้ทุกอย่างที่พูดถึงเมื่อกี๊ไหมเล่า!?

"เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง แต่มีหลายที่ผมไม่ได้มันมา

เพราะไม่มีเงิน"

------------------------------

ส่วนตัวที่มาเขียน เพราะไปเห็นคอมเม้นท์กระทู้หนึ่ง มีคนช้ำใจตรงกับเรา เรื่อง เพื่อนเรียนได้ลำดับดี (แต่ไม่ดีเท่าคนโพสต์) พ่อแม่ให้ของขวัญรางวัล แต่เจ้าของคอมเม้นท์ Got nothing but result and bad feeling

คือตรงกับที่เราโดนมาตั้งแต่เป็นเด็กเล็กอะ คนอื่นได้นู่นนี่นั่น เราทำดีกว่า พ่อแม่แบบ "อืมดีแล้ว"

คือเขาทำงาน ก็คงเหนื่อยกว่าเราเรียนแหละ แต่เราเรียนเหนื่อยกว่าคนอื่น เพื่อให้ผลงานดีกว่า คนอื่นได้รางวัล เราได้"อืมดีแล้ว"เนี่ยนะ

คิดถึงโมเม้นท์เหล่านั้นแล้วมันปวดใจ (ยังเรียนไม่จบ เดี๋ยวก็ต้องเจออีก) มานั่งคิดดูว่า นี่พ่อแม่จะไม่ให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปมัน Rewarding หน่อยเลยเหรอ ต้องรอให้มันออกดอกออกผลตอนเรียนจบหางานทำเลยเหรอ?

สุดท้ายมันก็จะมาจบที่

"พ่อแม่ไม่มีให้" อืม...ครับ ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่