สามีมีชู้จนมีลูกด้วยกัน1คนเป็นคุณจะทำอย่างไร

อยากจะเล่าเรื่องราวความรัก10กว่าปีที่ผ่านมามีความทรงจำดีๆมากมายและแย่ๆก็มีเช่นกัน.      ความรักของเราเริ่มตั้งแต่ปี 2550 สามีให้คนมาขอเบอร์ซึ่งละหว่างนั้นเราโสด.   จึงให้ไปสมัยนั้นเราทำงานอยู่ที่ตึกหนึ่งติดกับบุญถาวรรัชดา       ซึ่งตัวสามีเองก็ทำงานอยู่ที่นั่นเช่นกันเราได้เริ่มพูดคุยกันหลังวันเกิดของเค้าไม่นาน  วันเกิดของเขา.    เราเริ่มคุยกันในวันที่ 24 พฤษภา 2550. ในระหว่างเดือนที่เราคุยกันไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้ากันจนกระทั่งวันหนึ่งเราไปสังสรรค์กับเพื่อนหลังเลิกงานเกิดฝนตกแล้วมันก็ดึกแล้วเค้าก็อาสามารับเพื่อพาฉันไปส่งบ้านฉันก็ยินดีในระหว่างที่ยืนรอฝนก็ตกหนักมาก.    ทันใดนั้นรถก็มารับ.     จะบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันซึ่งฉันตกใจมาก เค้าตัวใหญ่มากอ้วนมาก ~~ย้อนกลับไปตอนที่เราคุยกันทางโทรศัพท์แล้วเผลอพูดสิ่งที่เราไม่ชอบเราบอกเราไม่ชอบคนอ้วนความรู้สึกขยักแขยงเวลาอยู่ใกล้ (มันเป็นเพียงความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสเท่านั้นนะ)
แต่ที่ไหนได้.     


วันที่มารับเราที่คุยกับเราทุกวันอ้วนคนนี้นี่เองหลังจากนั้นเช้าของอีกวันถัดไปเราอยากจะไปวัดตอนเช้าจะบอกให้เขามาถึงภายใน 15 นาทีเค้าก็มาถึงอย่างรวดเร็วแสดงถึงสปิริทที่มีใจรักทำให้เรารู้สึก      ถึงความตั้งใจที่เค้าจะคบเราจริงๆแต่นั้นยังไม่เพียงพอเราจึงขอว่าถ้าลดน้ำหนักได้ให้เหลือ 80 เราจะคบเขาเป็นจริงเป็นจังหลังจากเวลาผ่านไปไม่นานเค้ามุ่งมั่นในการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วจนเหลือ 75      เป็นคุณจะรู้สึกอย่างไรคุณจะรู้สึกใช่ไหมว่าเค้าตั้งใจทำให้เราเราก็เริ่มรักในการเอาใจ.   ใส่ดูแล เราก็ไม่ได้แย่เลย
    แต่ระหว่างที่เราได้คุยกับเขาเราไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใครมาจากไหนแต่เลือกเค้าเพราะเขามีความจริงใจให้.   ได้รู้หลังจากคบกัน.  ความรักของเราพัฒนามาเรื่อยเรื่อย.   แต่ก็มีจุดสะดุดบ้าง ได้รู้ว่าเค้าเป็นคนเจ้าชู้ระดับโคตรพ่อโคตรแม่จนถึงในปีถัดมาเราจับได้ว่าเค้ามีผู้หญิงอีกคนชื่อเอ็มเป็นรุ่นน้องที่มหาลัยเดียวกันเราจับได้ในเดือนเมษาซึ่งเป็นเดือนเกิดเรา       แล้วยังไม่พอยังมีปัญหาคาราคาซังเกี่ยวกับแฟนเก่าอีกต่างหากซึ่งจะทำให้เรารู้สึกแย่มากในปีที่สองที่คบกัน      

ซึ่งเราเคยเจ็บซ้ำมาก่อนก็ไม่อยากจะพบเจอความเจ็บช้ำแบบนี้ซ้ำอีกจึงขอเค้าได้หยุดการกระทำทุกอย่าง.  แล้วอย่าทำอย่างนี้อีก   เค้ารับปากว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกสถานการณ์ในครอบครัวของเค้าเราได้เริ่มไปรู้จักตั้งแต่ต้นๆปี51 พ่อกับแม่เป็นคนน่ารักรวมทั้งพี่สาวทั้ง3คน    แต่ถึงแม้ว่าเราจะรู้สึกว่าคุณแม่เค้าจะไม่ชอบเราอยู่บ้าง   แต่เราก็ยังรู้สึกได้ว่าแม่เป็นคนน่ารักและรักลูกของเค้ามากก็ไม่ผิดอะไรที่แม่จะหวงลูกชาย    เรารักอาม่าที่สุดอาม่าเป็นคนน่ารักพี่สาวคนที่สองของเค้าเรารักเหมือนพี่สาวแท้ของเรา.    เรื่องราวผ่านมาจนถึงปีที่9ที่ผ่านมาสามีก็ยังไม่หยุดเรื่องนอกบ้านยังทำเสมอมาเราก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่.   เช็คโทรศัพท์ปีละครั้งได้เบอร์ผู้หญิงไม่ต่ำกว่า 100 เบอร์ เค้าคิดว่าเค้าหล่อมากฮ่าฮ่าฮ่าพูดติดตลก

แล้วจดทะเบียนแต่งงานกันในปี2559ในเดือนกุมภาพันธ์วันที่ 14 เขตบางรัก.   แล้วพยายามมีลูกด้วยกันแต่ก็ไม่มีซักที.    ซึ่งเกิดจากที่ผ่านมาสามีอาการหน้ามืดอยู่บ่อยบ่อย      จิงหยุดพยายาม และใช้การเพิ่งหมอเราไปหาหมอที่โรงพยาบาลศิริราชเพื่อที่จะต้องการมีบุตร.  ในปีที่เราจดทะเบียนสมรสกัน หลังจากนั้นก็ไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้สักที.     ความสัมพันธ์ก็ดูเหมือนจะปกติดี สามีเริ่มไม่มาหาที่บ้านเป็นเวลานาน.  แต่ก็ยังติดต่อสื่อสารกันแบบปกติลืมบอกไปว่าเราคบกันแต่ให้สามีกลับไปบ้านพ่อแม่เพื่อไปดูแลพ่อแม่ในทุกๆวันซึ่งเค้าขอมา    เลยเป็นปกติธรรมดาที่สามีจะไม่กลับบ้านหรือนอนค้างเพราะส่วนหนึ่งออฟฟิศกับโรงงาน  ก็อยู่ติดกับบ้านพ่อแม่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่สามีจะไม่กลับบ้านบ้างหรือไม่มาหาบ้าง     แล้วจึงไม่ได้เอะใจอะไรสามีบอกว่ายุ่งงานเยอะแล้วเราก็อยู่กันมาแบบนี้เป็นบางช่วงของปีที่เค้าจะมีงานค่อนข้างเยอะ และไม่มีเวลามาหา.   เราเป็นสาวสังคมรายได้พิเศษมาจากสังคมที่เราพบเจอก็ต่างคนต่างทำงานไปฉันไม่ได้ระแวงระแค่ระคายใดใด.


จนมาถึงปีที่ 2562 ในวันอะไรรู้มั้ยวันที่14 กุมภา เป็นปีที่หัวใจของเราแตกสลายสามี.      ที่ทำทุกอย่างเหมือนปกติ        เราเห็นของบนรถซึ่งเป็นเครื่องสำอางของผู้หญิงและกิ๊บติดผมที่อยู่ในรถของสามีเรา      เป็นวันที่เราไปทำบุญเก้าวัดด้วยกันแล้วถามเขาว่านี่ของใครเอาผู้หญิงขึ้นรถมีของใช้เยอะขนาดนี้แสดงว่าออกหน้าออกตาแล้วสินะเราจึงขอดูโทรศัพท์.    เค้ารนรานไม่ยอมให้โทรศัพท์กับเราสุดท้ายเค้าบอกว่า.    จะคุยไม่ใช่หรองั้นมาคุยกัน.   เค้าสารภาพกับเราว่าเค้ามีลูกแล้วกับผู้หญิงที่เป็นเด็กมากๆ.    อีกหนึ่งคนใจเราแตกสลาย   พูดไม่ออก  บอกไม่ถูก  ไม่รู้จะเดินยังไง  ไม่รู้จะใช้ชีวิตยังไงต่อไป   กลับมานั่งคิดกลับมานั่งร้องไห้  กลับมานั่งคิดว่าจะตายยังไง จะได้ไม่เจ็บอีก   เค้าบอกว่าเด็กคลอดออกมาแปดเดือนแต่ความเป็นจริงเด็ก 10 เดือนแล้วและครบปีในเดือนเมษาเค้าหรอกเรามาสองปี.   หรือหลังจากที่แต่งงานกันไม่นานเค้าเอาผู้หญิงที่ท้องเข้าบ้าน     โดยที่พ่อแม่พี่น้องของเขาก็รับได้ซึ่งทิ้งเราให้เป็นควายไม่มีใครสนใจ.     ไม่มีใครถามไถ่ทุกคนปิดเงียบ      

สามีที่เราคิดว่าจะดูแลกันรักกันไปตลอด     ชีวิตทำไมถึงทำกับเราได้ขนาดนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราเคยทำงาน. ก็ให้เราหยุดทำงาน   ไม่ต้องทำงานอะไรจนตอนนี้เราอายุจะ 40 แล้วเราจะไปเริ่มอะไรจากตรงไหน.   บ้านและรถก็ยึดไปหมดเงินที่เคยส่งเสีย  ก็ไม่ส่งอีกต่อไป    หลังจากที่เราได้รู้เรื่อง   

เป็นความเสียใจที่สุดแล้วที่เกิดมาในชีวิตนี้จะได้รับความทุกข์ทรมานความทุกข์ใจ   ความเสียใจความปวดใจ  ความคิดถึงความห่วงหาอาทรทุกอย่างรวมอยู่ในนี้หมด   เค้าตัดทุกอย่างโดยที่ไม่บอกลาสักคำ   รถก็แกล้งบอกว่าจะเอาไปซ่อมให้แล้วก็ปิดการสื่อสารทั้งหมด.   บ้านที่สร้างร่วมกันอยู่ก็ค้างค้าทิ้งแบบไม่เหลืออะไรเลย.    เหลือแต่ทะเบียนสมรสที่ไม่มีค่าอะไรเลย    กับเวลาที่สูญเปล่าไป 12-13ปีมา  อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับความรักที่คุณคิดว่าจะไปด้วยดี.  คิดและพิจารณาและอย่าปล่อยสามี.   ถึงจะอ้างว่างานหนักงานหนาคุณต้องขอไปติดตามเขาตลอด.   อย่าเชื่อในสิ่งที่เขาพูดบางครั้งการทำดีของเค้าเรามองเห็นเป็นเพียงรูปธรรมที่แสดง    ให้เห็นว่าเค้าดีกับเราจริงก็เท่านั้นเพราะเค้าสามารถเปลี่ยนใจจากเราได้เสมอ     
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนที่ประสบพบเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันขอให้มีสติและพยายามดึงตัวเองออกมาให้ได้แล้วสู้กับชีวิตที่ไม่เหลืออะไรและสู้เพื่อให้ได้ความเป็นธรรมของตนเองกลับมาแล้วเดินหน้าต่อ   อย่าอยู่กับรักที่มันเยือกเย็นแบบนี้เลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่