คือตอนนี้ผมอายุ 21 ปีปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรแต่เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนผมเป็นช่างตัดผมชาย
ที่เปิดร้านเองเปิดได้ประมาณปีกว่าแต่ต้องปิดเพราะว่าตรงที่ผมเปิดเป็นห้องเช่าธรรมดาไม่ได้ติดแอร์
อาการก็เป็นช่วงหน้าร้อนพอดีจะกั้นหน้าร้านเป็นกระจกแล้วติดแอร์ก็ต้องใช้เงินเยอะแถวนั้นก็ไม่ได้คนเยอะมาก
ก็พอได้ตัดประมาณ 170คน++ ต่อเดือนแต่ก็ไม่ได้ตัดแพงมากเพราะไม่ใช่ในเมืองและไม่ใช่ห้องแอร์ก็เลย
คิดว่าเดี๋ยวปิดร้านแล้วขยับเข้าไปในเมืองแล้วทำร้านดีๆติดแอร์หลังจากปิดร้านเก่าแล้วก็มีเหตุที่ต้องใช้เงิน
เงินที่สะสมไว้ว่าจะเปิดร้านใหม่ก็เลยถูกใช้ไปบางส่วนทำให้ต้องหาที่เช่าที่ราคาไม่แพงมาก
ตอนนี้เงินเหลือประมาณ 15000 ซื่งพอไปหาห้องเช่าที่จะเปิดก็ราคา 4000++ แล้วก็ต้องมีค่ามัดจำและค่าแต่งร้านอีก
ก็เลยคิดว่าเดี๋ยวไปหาทำงานประจำแล้วเก็บเงินสักหน่อยก็เลยหาสมัครงานไปเรื่อยๆ ก็มีเรียกไปพูดคุยบ้าง
แต่มันก็เหมือนไม่ใช่ทางของเราเพราะเคยเป็นนายตัวเองมาแล้ววุฒิการศึกษาผมมีแค่ ม.6 เพราะที่บ้านไม่ได้มีเงินมาก
และไม่อยากที่จะกู้เงินมาเรียนวุฒิ ม.6 เงินเดือนที่ได้ ไม่ถึงหมื่นและทำงานวันล่ะ 12ชั่วโมงผมเลยสับสน
ว่าควรจะเสี่ยงเปิดร้านตัดผมหรืออดทนกับงานประจำมีการเรียกไปสัมภาษณ์งานอยู่ครั้งหนึ่งที่ทำให้ผมไม่คิดอยากจะทำงานประจำ
เลยคือร้านโทรศัพท์ตู้ในห้างเรียกไปพอไปถึงเค้าก็บอกรายละเอียดว่าต้องนั่งเฝ้าตู้เรียกลูกค้าเชียร์ขาย
แล้วเค้าก็บอกว่าการขายของในร้านพวกฟิมส์กันรอยเตสต่างๆเค้าเน้นกำไลต่อชิ้นเช่นฟิมส์ต้นทุน 50 บาท
เค้าบอกให้เสนอขายให้ลูกค้า 450 เคสร้านเค้าต้นทุน 80 บาท ให้ขาย 599 ซึ้งถ้าผมขายอยู่แล้ว
มีคนรู้จักผมดันเดินผ่านมาแล้วอยากจะติดฟิมส์กับผมผมคงไล่ไปที่อื่นคนอื่นที่ไม่รู้จักก็เช่นกัน
และเวลาเข้างาน 9 โมงถึง 3 ทุ่มครึ่ง หยุดเดือนละ 2 วันเงินเดือน 9 พัน อ่านมาถึงตรงนี้บางคนอาจจะบอกผมเลือกงาน
ก็จริงครับงานไหนที่มันเอาเปรียบหรือไม่คุ้มกับเวลาเราที่เสียและไม่สบายใจที่จะทำเราก็ควรจะทำอย่างอื่นแต่ง่านส่วนใหญ่ที่รับ
วุฒิ ม.6 ก็จะทำนองนี้หมดผมก็เลยไม่รู้จะเอายังไงต่อดี
*ที่ตั่งกระทู้ขึ้นมาไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงผมแค่แชร์เรื่องราวของผม*
รู้สึกงงๆกับชีวิต ใครเคยเป็นช่วยแชร์ประสบการณ์หน่อยครับ
ที่เปิดร้านเองเปิดได้ประมาณปีกว่าแต่ต้องปิดเพราะว่าตรงที่ผมเปิดเป็นห้องเช่าธรรมดาไม่ได้ติดแอร์
อาการก็เป็นช่วงหน้าร้อนพอดีจะกั้นหน้าร้านเป็นกระจกแล้วติดแอร์ก็ต้องใช้เงินเยอะแถวนั้นก็ไม่ได้คนเยอะมาก
ก็พอได้ตัดประมาณ 170คน++ ต่อเดือนแต่ก็ไม่ได้ตัดแพงมากเพราะไม่ใช่ในเมืองและไม่ใช่ห้องแอร์ก็เลย
คิดว่าเดี๋ยวปิดร้านแล้วขยับเข้าไปในเมืองแล้วทำร้านดีๆติดแอร์หลังจากปิดร้านเก่าแล้วก็มีเหตุที่ต้องใช้เงิน
เงินที่สะสมไว้ว่าจะเปิดร้านใหม่ก็เลยถูกใช้ไปบางส่วนทำให้ต้องหาที่เช่าที่ราคาไม่แพงมาก
ตอนนี้เงินเหลือประมาณ 15000 ซื่งพอไปหาห้องเช่าที่จะเปิดก็ราคา 4000++ แล้วก็ต้องมีค่ามัดจำและค่าแต่งร้านอีก
ก็เลยคิดว่าเดี๋ยวไปหาทำงานประจำแล้วเก็บเงินสักหน่อยก็เลยหาสมัครงานไปเรื่อยๆ ก็มีเรียกไปพูดคุยบ้าง
แต่มันก็เหมือนไม่ใช่ทางของเราเพราะเคยเป็นนายตัวเองมาแล้ววุฒิการศึกษาผมมีแค่ ม.6 เพราะที่บ้านไม่ได้มีเงินมาก
และไม่อยากที่จะกู้เงินมาเรียนวุฒิ ม.6 เงินเดือนที่ได้ ไม่ถึงหมื่นและทำงานวันล่ะ 12ชั่วโมงผมเลยสับสน
ว่าควรจะเสี่ยงเปิดร้านตัดผมหรืออดทนกับงานประจำมีการเรียกไปสัมภาษณ์งานอยู่ครั้งหนึ่งที่ทำให้ผมไม่คิดอยากจะทำงานประจำ
เลยคือร้านโทรศัพท์ตู้ในห้างเรียกไปพอไปถึงเค้าก็บอกรายละเอียดว่าต้องนั่งเฝ้าตู้เรียกลูกค้าเชียร์ขาย
แล้วเค้าก็บอกว่าการขายของในร้านพวกฟิมส์กันรอยเตสต่างๆเค้าเน้นกำไลต่อชิ้นเช่นฟิมส์ต้นทุน 50 บาท
เค้าบอกให้เสนอขายให้ลูกค้า 450 เคสร้านเค้าต้นทุน 80 บาท ให้ขาย 599 ซึ้งถ้าผมขายอยู่แล้ว
มีคนรู้จักผมดันเดินผ่านมาแล้วอยากจะติดฟิมส์กับผมผมคงไล่ไปที่อื่นคนอื่นที่ไม่รู้จักก็เช่นกัน
และเวลาเข้างาน 9 โมงถึง 3 ทุ่มครึ่ง หยุดเดือนละ 2 วันเงินเดือน 9 พัน อ่านมาถึงตรงนี้บางคนอาจจะบอกผมเลือกงาน
ก็จริงครับงานไหนที่มันเอาเปรียบหรือไม่คุ้มกับเวลาเราที่เสียและไม่สบายใจที่จะทำเราก็ควรจะทำอย่างอื่นแต่ง่านส่วนใหญ่ที่รับ
วุฒิ ม.6 ก็จะทำนองนี้หมดผมก็เลยไม่รู้จะเอายังไงต่อดี
*ที่ตั่งกระทู้ขึ้นมาไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงผมแค่แชร์เรื่องราวของผม*