ทำอย่างไรดีเมื่อทะเลาะกับที่บ้านเรื่องความคิดศาสนาที่ต่างกัน?

กระทู้คำถาม
เราพิมพ์ทะทู้ผ่านโทรศัพท์ การเว้นวรรคอาจมีผิดพลาด ขออภัยล่วงหน้าค่ะ
ก่อนอื่นเราโตมาในครอบครัวที่มีแม่เป็นศาสนาคริสต์ที่มุ่งมั่นมากก ถ้าบวชได้คือบวช ส่วนพ่อบอกศาสนาพุทธนะ แต่ไม่เคยเห็นว่าจะเข้าวัด แค่มีศาสนาไว้ตามธรรมเนียม ไม่เชื่อเรื่องผี พระ เทพอะไรทั้งสิ้น
ตั้งแต่เด็กจนม.ต้นเราได้ตามแม่เข้าโบสถ์แบบทุกอาทิตย์ เข้ากิจกรรมเกือบทุกงานที่โบสถ์จัด
ตอนเด็กเราก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะมีเพื่อนวัยเดียวกันเยอะเลยเหมือนไปเที่ยวเจอเพื่อนมากกว่าเน้นเรื่องศาสนาและความเชื่อ
พอโตมาถึงช่วงม.ต้นปลายๆเริ่มตั้งคำถามกับเรื่องราวที่เกิดในคัมภีร์เช่น ทำไมพระเยซูเกิดมาได้ทั้งๆที่พระแม่มาเียไม่เคยแต่งงาน(ปรับคำพูดให้ซอฟแต่ทุกคนรู้เน๊อะว่าเราพยายามสื่ออะไร555)เป็นต้น
พอม.ปลายเรื่องจากเรียนพิเศษตามประสาเด็กเตรียมเอ็นทรานส์เลยไม่ได้เหยียบโบสถ์เลย จนห่างกับเพื่อนที่โบสถ์แต่ติดเพื่อนที่รร.มากกว่า
ยิ่งเข้ามหาลัยอยู่ไกลบ้านยิ่งไม่ได้เข้าใกล้โบสถ์เลย  แต่ช่วงปิดเทอมที่กลับบ้านก็ไปโบสถ์บ้างนะ แต่ไม่เคยแฮปปี้เลย เหมือนไปนั่งทรมาน นั่งฟังอะไรที่เรารู้สึกไม่make senceตามวิทยาศาสตร์ เราก็ไม่ใช่ไม่เคยเปิดใจคุยกับแม่ว่าเราไม่อินกับโบสถ์ แต่แม่โกรธมากที่เราพูดอย่างนี้พร้อมกับบอกว่าเราไม่เคยเปิดใจไม่มีใจเชื่อพระเจ้าเพราะห่างจากโบสถ์มานานเกินไป และทะเลาะกับทุกอาทิตย์ที่เรางอแงไม่อยากไปโบสถ์

และในที่สุดก็มีเรื่องให้กลับไปอยู่บ้านถาวรคือ ได้ย้ายงาน!!!! มันก็ดีตรงกลับไปดูแลพ่อแม่ใกล้ชิด เลยตัดสินใจย้ายงานพร้อมทำสัญญา1ปีเรียบร้อยโดยลืมเรื่องประเด็นศาสนานี้ไปจนสนิทกระทั่งอีก2อาทิตย์นี้จะได้ย้ายเข้าบ้านก็นึกขึ้นมาได้
ก่อนจะเข้าบ้านอย่างเป็นทางการเลยโทรไปบอกแม่หลังจากที่คิดมาหลายวันเรื่องที่คิดว่าเราสบายใจที่จะเป็นคน"ไร้ศาสนา"
ไม่ใช่ว่าเราไม่ศึกษาก่อนนะ เราได้ถามเพื่อนที่มีศาสนาเหมือนกันต่างกันและคนไร้ศาสนามาหลายคน ฟังหลายๆความคิดก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้
พอเราโทรไปประกาศกับแม่ก็ ตามที่คาดอะ...ทะเลาะจ้าาาาา
แม่บประกาศเลยว่าไม่ต้องเข้าบ้าน ไปหาหอพักใกล้ที่ทำงาน ไม่ต้องมาเจอหน้ากัน แค่ทักถามยังมีชีวิตหรือไม่ก็พอ
เราก็ตอบโอเค งั้นแยกอยู่จะได้ไม่มะเลาะ แต่เหมือนเราตอบแบบที่แม่ไม่ได้คาดไว้เหมือนนางน่าจะคิดว่าเราจะง้ออะ 555 นางก็มีเงื่อนไขมาอีกว่านางจะไม่ไปโรงพยาบาล! (ลืมบอกนางมีปัญหาเรื่องสุขภาพเลยต้องเข้าไปตรวจ follow up อยู่เป็นประจำ)
ทำให้ไปไม่ถูกเลยจ้าาาา คือจะบังคับเข้าโบสถ์งี้ก็คิดว่าไม่ได้เพิ่มความเชื่อของเราอยู่แล้วอีกอย่าง งานที่เราทำอยู่ทำงาน6วันต่อสัปดาห์ วันหยุดเราอยากพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆไม่ต้องตื่นเช้า แหกขี้ตามาแต่งหน้าแต่งตัว อาบน้ำ ขับรถรึเปล่า จึงบอกแม่ว่างั้นเราให้เวลาต่างคนต่างคิดใจเขาใจเราก่อนแล้วค่อยคุยกันใหม่
พอวางสายเสร็จเราก็โทรหาพ่อทันทีต้องการตี้ให้มาช่วยสนับสนุน แล้วเล่าทุกอย่างให้พ่อฟัง พ่อดูจะเข้าใจแล้วหัวเราะในประโยคที่แม่บอกว่าจะไม่ให้เข้าบ้านพร้อมบอกว่าเดี๋ยวพ่อช่วยไปกล่อม จนถึงตอนนี้พ่อยังไม่ติดต่อมา55555 

มีใครในกระทู้ที่เคยประสบปัญหาเปลี่ยนศาสนาหรือจากมีศาสนาเป็นคนไร้ศาสนาแบบเราบ้างมั้ย
ในความคิดส่วนตัวเราคิดว่าศาสนาเป็นแค่ที่ยึดเหนี่ยวจิตใต แต่ทุกครั้งที่เราเจอปัญหาเราไม่เคยพึ่งเรื่องศาสนาเลยนะ และศาสนาทุกศาสนาเค้าก็สอนให้เป็นคนดีเป็นหลักๆ เราคิดว่าเราไม่ทำใครให้เดือดร้อน มีอิสระในกรอบของกฏหมายเราไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาอะไร
มีแนวทางให้ที่บ้านไม่ต้องแตกหักแบบนี้มั้ย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่