●●กกต.ท้า "ธนาธร" โชว์หลักฐานมัดจูงใจทางการเมือง ลั่นไม่หวั่นถูกขู่ฟ้อง ม. 157●●

●●กกต.ท้า "ธนาธร" โชว์หลักฐานมัดจูงใจทางการเมือง ลั่นไม่หวั่นถูกขู่ฟ้อง ม. 157●●

             
“กกต.”ไม่หวั่น"ธนาธร"ขู่ฟ้อง 157 ท้าแสดงหลักฐานปมกล่าวหา กกต.มีเหตุจูงใจทางการเมือง
ยังไม่ยันหากผิดจริงเข้าข่ายต้องยุบอนค.หรือไม่ แจงคกก.สืบสวนแค่คนรวบรวมพยานหลักฐาน
ไม่ใช่คนชี้ว่าผิด

วันนี้(1พ.ค.)นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.กล่าวกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
ขู่ฟ้องม.157 กกต.หลังเข้าชี้แจ้งข้อกล่าวหากรณีถือหุ้นสื่อบริษัท วี- ลัค มีเดีย จำกัด เข้าข่ายขาดคุณสมบัติ
ในการสมัครเลือกตั้งส.ส. ต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. ว่า ก็เป็นสิทธิของประชาชน ถ้ากกต.
ทำไม่ถูกต้องก็ฟ้องได้

ส่วนที่นายธนาธร ระบุว่าการดำเนินการของกกต.มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือมีการแทรกแซงทางการเมืองนั้น เรื่องดังกล่าวมีผู้ร้องมาตั้งแต่ เดือนมี.ค. ขณะนี้ผ่านไปเดือนกว่าแล้วถ้าคิดว่าเร่งรัด ก็ลองพิจารณาดูว่าจริงหรือไม่ และที่ว่าถูกแทรกแซงทางการเมืองหรือกระบวนการไต่สวนของกกต.ถูกแทรกแซงหลักฐานคืออะไร

ส่วนที่นายธนาธร ระบุว่าการไต่สวนของกกต.ไม่เหมาะกับยุคสมัย นายแสวงกล่าวว่า กกต.ต้องทำตามกฎหมาย
สิ่งที่กกต.จะดำเนินการพิจารณาได้มีอยู่ 3 กรณี

1.มีเหตุอันควรสงสัยว่า
2.ความปรากฏ
3.มีผู้ร้อง

ซึ่งกฎหมายเลือกตั้ง มุ่งคุ้มครองผลประโยชน์ของรัฐแต่ยังคงให้สิทธิกับผู้ถูกร้องในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

กฎหมายจึงใช้คำว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า กกต.ก็สามารถพิจารณาได้แล้วแต่ไม่เหมือนกับกฎหมายอาญาที่ต้องปราศจากข้อสงสัย จึงจะสามารถเอาผิดได้ เนื่องจากเป็นเรื่องกระทบสิทธิเสรีภาพ

และที่นายธนาธรระบุว่าคณะกรรมการสืบสวนฯไม่สามารถบอกได้ว่านายธนาธรผิดในข้อใดนั้น ความผิดอยู่ที่ข้อกล่าวหาซึ่งกกต.ได้มีการแจ้งไปแล้วว่าอาจจะเข้าข่ายเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้ง
ส.ส. แต่ผู้ที่วินิจฉัยว่าผิดอะไรอยู่ที่กกต.

ในชั้นของคณะกรรมการสืบสวนจะเป็นเพียงผู้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆแล้วนำเสนอต่อกกต.พิจารณา
และคดีดังกล่าวกกต.จะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ
คณะกรรมการสืบสวนฯ

เมื่อถามต่อว่า นายธนาธรเป็นหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค หากเซ็นต์รับรองส่งผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติลงสมัคร จะถือว่าเข้าข่ายทำให้ต้องยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่

นายแสวงกล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้ดูไปถึงตรงนั้น และเป็นเรื่องของข้อกฎหมายที่สามารถมีความเห็นไปได้
หลายทางอยู่ที่กกต.จะพิจารณาว่าหัวหน้าพรรคซึ่งเป็นคนเซ็นต์รับรองเข้าข่ายเป็นกรรมการบริหารพรรครู้เห็นสนับสนุนหรือไม่ รวมทั้งต้องไปดูกระบวนการของพรรคการเมืองก่อนที่จะให้หัวหน้าพรรคเซ็นต์รับรองส่งผู้สมัคร และหากผู้สมัครรู้ตัวอยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติในการลงสมัครแต่ยังมาสมัคร เขาก็ต้องรับผิดชอบตามม.138 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.

Cr.https://mgronline.com/politics/detail/9620000042177
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่