สมเป็นแนวหน้า เน๊อะ ?

กระทู้คำถาม
ฟิวเจอร์ริสต้าที่ไหน
ตุลารีเทรินส์
ความห่ามล้วน ๆ ไม่ว่า
https://www.naewna.com/politic/columnist/39870
กวนน้ำให้ใส
สารส้มวันจันทร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562, 02.00 น.
‘ฟิวเจอร์ริสต้า’ ไม่ได้วิเศษกว่าคะแนนเสียงชาวบ้าน
พรรคอนาคตใหม่ ดูจะเป็นพรรคการเมืองที่พยายามที่สุดที่จะ “เคลม” ว่า ตนเป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ ผู้สนับสนุนเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคนหนุ่มสาว เป็นคะแนนเสียงบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งกว่าคะแนนที่เลือกให้กับพรรคอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคที่ถูกฝ่ายพวกเขาเองตีตราว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนเผด็จการ คสช.
มีการอ้าง 6.3 ล้านคะแนนเสียง ทำนองว่าเป็นคะแนนจากคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้า
มีการใช้วาทกรรมเพื่อด้อยค่าพรรคการเมืองอื่นๆ เสมือนพรรคอื่นๆ มีคุณค่า มีเจตนาดีไม่เทียบเท่ากับพรรคของพวกตน ทั้งๆ ที่ ทุกพรรคล้วนลงเลือกตั้งครั้งเดียวกัน
1 คะแนนที่เลือกพรรคใด ก็ควรมีค่าเท่ากับ 1 คะแนนที่เลือกให้พรรคอื่น
พรรคอนาคตใหม่ยังขยันประดิษฐ์ถ้อยคำ เรียกอาสาสมัครของตนเองว่า เป็น “ฟิวเจอร์ริสต้า” ไปร่วมกิจกรรมสนับสนุนพรรค หรือร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนเลือกตั้ง
พรรคอนาคตใหม่จะเน้นช่องทางสื่อสารสมัยใหม่ สื่อสังคมออนไลน์ ติดแฮชแท็ก - ปั่นกระแส - ผลักดันเรื่องอะไรก็ตามเพื่อกำหนดวาระข่าวสารในโลกออนไลน์ให้พวกตนได้เปรียบ ได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการ Save สารพัดอย่าง ไปจนถึงการเชิญชวนไปต้อนรับนายธนาธร ที่สนามบิน ในวันกลับจากต่างประเทศ
แต่กระนั้น ในความเป็นจริง กลุ่มคนที่ไปต้อนรับนายธนาธรที่สนามบินในวันดังกล่าว ก็เป็นคนกลุ่มเดิมๆ เก่าๆ
บางคน เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองมาตั้งแต่ก่อนจะมีพรรคอนาคตใหม่ด้วยซ้ำ
บางคน ก็คือคนเดียวกับที่เคยไปเคลื่อนไหวช่วยยิ่งลักษณ์-วัดพระธรรมกาย-โจมตี คสช.-กิจกรรม นปช. ฯลฯ
ที่กล่าวมานี้ เจตนาเพียงจะบอกว่า ผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมด เหมือนที่พยายามจะวาดภาพกัน และคนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่กันทุกคน บางส่วนเริ่มจะต่อต้าน แสดงออก เพราะเริ่มจะเอียน รำคาญ ทนไม่ไหว เพราะรู้เท่าทันความพยายามจัดตั้งจนเกินงามเอาด้วยซ้ำ
มีข้อสังเกตเพิ่มเติม
1.คนรุ่นใหม่ที่เลือกพรรคอนาคตใหม่มีอยู่จริง และมีจำนวนมาก
เช่นเดียวกับคนรุ่นใหม่ที่เลือกพรรคอื่นๆ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน
และไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือคนรุ่นไหน ทุกคนคือคนไทยที่จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่ควรจะยอมให้ใครเอาเสียงของตนไปอ้างเพื่อกดดันกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะกรณีใดๆ
2.ในกรุงเทพฯ เขตเลือกตั้งที่ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 9 เขต
ประกอบด้วย เขต 3 น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน, เขต 20 นายมณฑล โพธิ์คาย, เขต 21 นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์, เขต 22 นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร, เขต 23 นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี, เขต 24 นายทศพร ทองศิริ, เขต 25 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, เขต 27 นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ และเขต 28 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
ปรากฏว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ ก็ทับซ้อนกับพื้นที่ที่เคยมีผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ และไม่มีผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ต่อมาในภายหลังเมื่อพรรคไทยรักษาชาติกระทำผิด ไปดึงฟ้าต่ำ ถูกยุบพรรค ในเขตที่ไม่มีทั้งผู้สมัครพรรคเพื่อไทยและไทยรักษาชาติ และกลายเป็นพื้นที่ที่พรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง ได้แก่
เขต 3  บางคอแหลม-ยานนาวา
เขต 20 สวนหลวง-ประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน และแขวงดอกไม้)
เขต 21 บางนา-พระโขนง
เขต 22 คลองสาน-บางกอกใหญ่-ธนบุรี (ยกเว้นแขวงดาวคะนอง แขวงบุคคโล และแขวงสำเหร่)
เขต 24 ราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ
และเขต 25 บางขุนเทียน
พูดง่ายๆ ว่า 6 เขตนี้ ไม่มีทั้งผู้สมัครพรรคเพื่อไทย และไทยรักษาชาติ ลงแข่งขันด้วย
คะแนนเสียงของประชาชนที่เคยเลือกเพื่อไทย ไทยรักษาชาติ หรืออยากจะเลือกสองพรรคนี้ ก็คงจะเทให้พรรคอนาคตใหม่แทน โดยไม่จำกัดว่าผู้ลงคะแนนจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือรุ่นไหนๆ เมื่อผสมกับคะแนนที่อยากจะเลือกพรรคอนาคตใหม่
จริงๆ ก็จึงชนะในเขตเหล่านี้
เพราะฉะนั้น คนของพรรคอนาคตใหม่ ก็ไม่ควรดูแคลนคะแนนเสียงของชาวบ้านรุ่นเก่าๆ ให้มันมากเกินไปนัก
3.การเลือกตั้ง สส.แพร่ ยิ่งชัดเจนว่า ฐานเสียงพรรคไทยรักษาชาติเทคะแนนอุ้มพรรคอนาคตใหม่
จังหวัดแพร่ 2 เขตเลือกตั้ง ไม่มีผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย โดยหลีกทางให้พรรคไทยรักษาชาติ
อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ได้แก่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ย้ายไปอยู่พรรคไทยรักษาชาติ
เมื่อพรรคไทยรักษาชาติทำผิด ถูกยุบ ตอนแรกมีข่าวว่าฐานเสียงไทยรักษาชาติ
จะโหวตโน
แต่สุดท้าย คงนึกอะไรได้ เลยหันมาเทคะแนนให้ผู้สมัครพรรคอื่นแทน
ผลการเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 นายเอกการ ซื่อทรงธรรม พรรคอนาคตใหม่ ได้ 70,608 นางธนินจิตรา ศุภศิริ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 57,221 ด.ต.บุหลัน ราษฎร์คำพรรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 14,974 คะแนน
เขตเลือกตั้งที่ 2 นายกฤติดนัย สันแก้ว พรรคอนาคตใหม่ ได้ 47,714 นายวิตติ แสงสุพรรณ พรรคพลังประชารัฐ ได้ 26,366 นายคณาธิป มุดเจริญ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 13,197 คะแนน
ลองคิดตามความเป็นจริงแบบไม่โลกสวย ไม่หลอกตัวเอง ถ้าหากฐานเสียงของนพ.ทศพร เสรีรักษ์ และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ตัดสินใจโหวตโนจริงๆ ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่จะชนะเลือกตั้ง ได้หรือไม่?
4.ย้ำว่า ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เจตนาต้องการเตือนสติคนที่บ้าคลั่งแบ่งแยกคะแนนเสียงของประชาชน
ด้อยค่าคนที่ไม่ได้เลือกพรรคพวกของตนว่าเป็นพวกล้าหลัง ไดโนเสาร์ 
หนุนเผด็จการ
ด้อยค่าว่าที่ สส.พรรคที่ประกาศหนุน พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ ราวกับว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มาจากการลงคะแนนเลือกของประชาชนคนไทย
ขณะเดียวกัน น่าแปลกใจที่พรรคอนาคตใหม่เองกลับจัดการให้ว่าที่ สส.ของตนเองไปลงนามสัตยาบัน ควบคุมการลงคะแนนเลือกนายกฯ ของ ว่าที่ สส.พรรคอนาคตใหม่
ทำราวกับเป็นลูกน้อง หรือลูกจ้าง หรือไพร่ทาสในสังกัดพรรค จะต้องเลือกนายกฯ ตามมติพรรคเท่านั้น
ทั้งๆ ที่ รัฐธรรมนูญให้เป็นเอกสิทธิ์ มีความเป็นอิสระ ไม่อยู่ใต้อาณัติบงการของผู้ใด โดยให้ผู้แทนปวงชนชาวไทยฟังอันแท้จริงของประชาชนว่าต้องการให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี มิใช่ให้ฟังผู้บริหารพรรคตนเองอย่างเดียว
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
จะว่าไป...มันก็ถูกตามที่จขกท.ว่าอนค.เคลมว่ามีคนสนับสนุน 6.3 ล้านเสียงนะ
เพราะเสียงส่วนหนึ่งก็มาจากพท.และทรษ.ที่ถูกยุบจริง
จะบอกว่าอนค.ไม่รู้ความจริงเรื่องนี้ก็ตลกไปหน่อย

ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่...คะแนนเสียงก็คงกลับไปพท.เหมือนเดิม
อนค.ก็คงกลับไปที่ 20 - 30 ที่นั่งตามคาดการณ์ก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่