ผมเป็นลูกชายคนที่2ครับ พี่คนโตเป็นผู้หญิงห่างกัน2ปี ตอนเด็กๆก็ยังไม่มีปัญหาอะไร มีแต่เขาจะคาดหวัง เพราะเป็นเด็กหัวดีมาตั้งแต่เด็ก ต่างจากพี่สาวที่ไม่ค่อยเก่ง พอผมเริ่มโตมาช่วงป.5-6 ผมถูกกดดันมาก ไม่ว่างจะให้เรียนพิเศษหรืออะไร ผมก็ต้องทำตาม แต่กับพี่สาว เขาไม่ต้องเรียนหรือถูกบังคับอะไรเลย หลายคนอาจคิดว่าเพราะเขาคาดผมหวังในตัวผม ใช่ครับ แต่พอเริ่มขึ้นม.1 ความกดดันมันยิ่งมากขึ้น เขาจะบังคับให้ลงเรียนพิเศษ ให้สอบตำรวจซึ่งผมบอกเขาแล้วว่าไม่ได้ชอบทางสายนี้ แต่เขาก็ไม่ฟังความเห็นพูดแต่ว่ามันดี ผมก็สอบ แต่จะทำไงได้คนมันไม่ชอบมันก็ไปไม่ได้ จนผมขึ้นม.ปลายผม ทุกคนต่างเริ่มมีความฝันว่าจะเรียนต่ออะไรกัน พี่สาวผมก็ด้วย ผมอยากที่จะเรียนครู ส่วนพี่สาวอยากเรียนการแสดง ผมพยายามทำทุกอย่าง อ่านหนังสือ คอยบอกเขาว่าผมอยากไปต่อด้านนี้นะ แต่สิ่งที่ควรจะได้รับการสนับสนุนให้ผม มันไม่มีเลย มีแต่ขัดว่า เป็นไปทำไม เงินเดือนน้อย ลำบากอีก ไม่ดีต่างๆนาๆสารพัดที่เขาจะพูดได้ แต่กับพี่สาว เขาสนับสนุนให้เรียน ผมก็เลยเลือกที่จะปิดเงียบ และช่วงวันเกิดผม ผมอยากที่จะได้โทรศัพท์ใหม่บ้างเหมือนพี่สาว เพราะโทรศัพท์เก่าผมพัง เขาก็ซื้อให้เพราะเป็นวันเกิดของผม แต่ผมไม่ได้แค่คนเดียว พี่สาวผมก็ได้ใหม่อีกครั้ง จนผมขึ้นม.6 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวตอ เห็นคนอื่นสวยหล่อ ผมก็อยากจะหล่อบ้าง วันเกิดปีนั้นผมจึงขอเขาดัดฟัน เพราะฟันผมห่างและบิ่น แต่เขาไม่ให้บอกเปลืองตังเสียดายตังที่จะทำ แต่กลับกัน พอถึงวันเกิดพี่สาวในปีเดียวกัน เขาพาพี่สาวผมไปดัดฟันทันที พอผมจบม.6 ผมสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดัง โดยจะต้องไปพักหอพัก ผมจึงไปบอกเขาและขออนุญาตไปเรียน แต่เขาไม่อนุญาต โดยให้เหตุผลว่า มันไกลบ้าน จ่ายไม่ไหว ไม่มีเงินส่งเรียน แต่พี่สาวผมขณะนั้นก็ได้เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนอยู่ ผมรู้สึกท้อและเหนื่อยมาก ทั้งๆที่ผมพยายามแทบตาย เขาไม่สนับสนุนผมเลย และยังให้ผมเข้ามหาลัยใกล้ๆ และบังคับผมเรียน ผมไม่ชอบจึงขอดรอป เพราะมันไม่ใช่ตัวผมจริงๆ พอผมจะขอกลับไปเรียนใหม่ในคณะที่ผมต้องการ ไม่ต้องมหาลัยมีชื่อก็ได้ เขาก็ให้เหตุผลว่า ขอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน ซึ่งคำพูดนี้เขาพูดมาเป็นเวลา2ปีแล้ว จนปัจจุบัน ผมยังไม่มีแม้แต่อนาคต ในขณะที่พี่สาวผมจบแล้ว และเขายังคอยมาซ้ำเติมผมว่าไม่ได้เรื่อง ไม่มีปัญญาไปทำอะไรหรอก พี่สาวผมที่จบออกมา เขายังไม่มีงานทำ แต่พวกเขาก็ยังชมพี่สาวผมว่าอย่างน้อยก็จบแล้ว เดี๋ยวก็หางานทำได้ อย่างงี้เรียกว่ารักลูกไม่เท่ากันใช่ไหมครับ ผมควรทำยังไงต่อไป ผมเหนื่อยมาก ผมท้อกับชีวิตมากครับ ปัจจุบัน ผมต้องไปพบจิตแพทย์แบบลับๆไม่ให้เขารู้อยู่
พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากันใช่ไหมครับ?