ทริปหมอกเดือนเมษา
3วัน2คืน จากสังขละสู่ปิล๊อก
วันหยุดยาวทั้งทีจะนอนอยู่บ้านอย่างเดียวชีวิตคงจะเฉา การเดินทางไปผจญภัยตามหาสายหมอกกลางขุนเขากับผองเพื่อน ช่างเป็นกิจกรรมพักผ่อนยามว่างที่น่าตื่นเต้น และลุ้นระทึกว่าเราจะสามารถขับรถตามหาความฝันนั้นได้หรือไม่
วันเดินทางของพวกเราเริ่มต้นในวันที่16 เมษายน พ.ศ.2562 เวลา06.00น. จากกรุงเทพมุ่งสู่ด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี
ระหว่างทางมีการแวะพักตามจุดต่าง ๆ ซึ่งมีจุดที่ประทับใจอย่างการตกแต่งร้าน Cafe Amazonแห่งนี้ ที่แต่งร้านได้ชวนให้เข้าไปพักให้หายเหนื่อยสุด ๆ

เดินทางมาเรื่อย ๆ เราก็เริ่มเห็นภูเขากันแล้ว นี่จะใช่ยอดเขาที่เราจะไปรึเปล่านะ??

แล้วเราก็มาถึงจุดหมายแรกของเรา ก็คือด่านเจดีย์สามองค์ ตอนช่วงเวลา11.30น. ขอบอกตรง ๆ เลยว่าร้อนมาก!!! เหมือนจะสุกพร้อมกินกันเลยทีเดียว
ได้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ ถึงการเดินทางข้ามไปยังทางฝั่งของประเทศเมียนมา
เจ้าหน้าที่: ข้ามได้นะ เสียค่าข้ามด่านเข้าไป
เรา :แล้วถ้าเอารถเข้าไปเสียค่าข้ามด่านเท่าไรคะ
เจ้าหน้าที่ :ตอนนี้ด่านปิด เอารถเข้าไม่ได้ แต่มีรถนำเที่ยวนะคนละ250รวมค่าข้ามด่านแล้ว หรือจะเดินเข้าไปก็ได้ ตลาด1กม. วัด2กม.
เรา : (คนละ250!!มีกัน7คน OMG!!!!!!! เดินตอนนี้เราจะสุกกันแน่เลย) ขอไปปรึกษาเพื่อน ๆ ก่อนนะคะ
มติของพวกเราคือ ไม่ข้ามละกัน เดินเล่นแถวนี้สักพักละกันนะ

ตรงบริเวณที่เราเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ มีป้ายตอนรับเป็นภาษาต่าง ๆ ด้วย

บริเวณนี้จะมีสินค้าจากทางฝั่งเมียนมามาขายหลายอย่าง อย่างเช่นขนมต่าง ๆ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือทานาคา มีทั้งแบบเป็นชุดให้ฝนเอง หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ซื้อหาได้ตามความชอบกันเลย

แล้วก็ขอแนะนำสำหรับคนที่เดินทางมาที่นี่ ให้ลองซื้อ 2 อันนี้ทานดู เป็นอาหารทานเล่นแต่ราคาสบายกระเป๋าและอร่อยมาก อันที่เป็นสามเหลี่ยมคือ ซาโมซ่า กรอบนอกนุ่มในกำลังดี ส่วนอันที่เป็นลูกเล็ก ๆ ทำมาจากมันฝรั่งที่บดแล้วนำมาทอด รสชาติคล้าย ๆ ไก่ป๊อป ไม่ลองถือว่าพลาด>0<

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางออกจากด่านเจดีย์สามองค์ มุ่งหน้าสู่น้ำตกตะเคียนทอง เพื่อกินข้าวกลางวัน และเล่นน้ำคลายร้อน

ทว่า
.
.
.
.
.
.
.
เมื่อเราไปถึง ได้สอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานแล้วว่า ในนั้นไม่มีอาหารขายเลยยยยยยยยยย
(ขอร้านค้าสวัสดิการก็ยังดีนะคะ ฮือออออออออออ หิวววววววววววววว)
ด้วยความหิวของพวกเรา จึงโบกมือบายๆ ฮืออออออ ถ้ามีวาสนาระหว่างกันเราคงได้พานพบสานต่อวาสนากันนะ พี่น้ำตกตะเคียนทอง แต่ตอนนี้กองทัพต้องเดินด้วยท้องอะนะพี่
ก็เป็นเรื่องหน้าเสียดายจริง ๆ เพราะดูจากอะไรหลาย ๆ อย่างแล้วน้ำตกนี้คงเป็นน้ำตกที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ๆ แน่ ๆ สักวันนึงจะต้องกลับไปให้ได้แน่นอน

หลังจากนั้นพวกเราก็มาที่จุดเล่นน้ำซองกาเรีย(มีทั้งอาหาร และสายน้ำให้เล่น ยอดเยี่ยมค่ะ ยอดเยี่ยมมมมมมมมมมม)

เวลาแบบนี้ ส้มตำ น้ำตกต้องมา พลาดไม่ได้กันเลยทีเดียว รสชาติจัดจ้านถึงใจ ราคาน่ารัก เติมเต็มท้องของพวกเราได้ดี
น้ำที่นี่เย็นสบายมาก ๆ น้ำโดยส่วนใหญ่ไม่ลึกมากสามารถยืนถึงได้(คนเขียน162cm) จุดที่น้ำใส เห็นตัวปลาที่สุดคือบริเวณใต้สะพาน ตรงนั้นดีมาก ๆ คนก็ไม่เยอะ ขอเชิญทุกคนไปทัศนากันนะ
ระหว่างที่พวกเรากำลังทานอาหารกันนั้น ก็มีเรื่องเซอร์ไพรส์จากที่พัก เขาโทรมาบอกว่าเราไม่สามารถพักที่เราจองไว้ได้แล้วนะ เอาละซิ พวกเราก็ต้องรีบออกเดินทาง เพื่อไปหาที่พักใหม่ ไม่งั้นเราต้องนอนกันกลางถนนแน่

พวกเราได้เดินทางมาถึงสังขละบุรีกันแล้ว ไฮท์ไลท์ของที่นี่ก็คือสะพานไม้อุตตมานุสรณ์หรือสะพานมอญนั้นเอง แต่พวกเรายังไม่มีเวลาชมความงามกันนะซิ เพราะตอนนี้ต้องหาที่นอนกันก่อน

สะพานตรงนั้นคือสะพานที่รถใช้ข้ามมาทางฝั่งมอญละ

จนเราได้ติดต่อกับที่พักนี้ ราคาดีงามมาก^0^ ที่พักนี้อยู่ทางฝั่งมอญนะคะ มีที่จอดรถให้พวกเราด้วย ดีมาก ๆ เลย
ตอนแรกพวกเราว่าจะพักผ่อนกัน แต่เจ้าของที่พักบอกว่าวันนี้มีประเพณีสงกรานต์ของชาวมอญอยู่ที่เจดีย์พุทธคยา เอาละมีเรื่องน่าสนใจทั้งทีจะมัวนอนได้ไง ไปเลย ไปซิ ไป

เมื่อเรามาถึงที่เจดีย์พุทธคยาแล้ว สิ่งที่สะดุดตาของพวกเราก็คือชาวบ้านที่กำลังช่วยกันนำไม้ไผ่มาทำอะไรบางอย่าง พอเข้าไปสอบถามก็ได้รู้ว่าเขาทำไว้เพื่อสรงน้ำพระในวันรุ่งขึ้น


บรรยากาศของเจดีย์พุทธคยาที่พวกเราได้ชม


ชาวบ้านที่มาทำบุญในช่วงสงกรานต์ โดยผู้หญิงจะสวมเสื้อแขนยาวสีขาวและผ้าซิ่นยาวสีน้ำตาล

ก่อนกลับสังเกตเห็นชาวบ้านบางส่วนนำไม้ไผ่ลำยาวมาค้ำกิ่งต้นโพธิ์ จึงเขาไปสอบถาม ซึ่งชาวบ้านให้คำตอบเราว่า เป็นวิธีการสะเดาะเคราะห์ของชาวมอญ และต้นโพธิ์ที่เห็นในรูปนี้ก็ได้นำมาจากประเทศอินเดียอีกด้วย

ทั้งยังมีพิธีขนทรายเข้าวัด ที่ชาวบ้านนำมาก่อเจดีย์อย่างสวยงาม

ชาวมอญที่สังขละบุรีนั้นมีความผูกพันกันศาสนาเป็นอย่างมาก เมื่อได้เข้ามาแล้วจะรับรู้ได้ถึงความเลื่อมใสที่พวกเขามีต่อพระพุทธศาสนาจริง ๆ

ช่วงค่ำพวกเราก็ได้มาหาอะไรทานกันที่ถนนคนเดิน ซึ่งเขามีการจัดงานสงกรานต์กันอยู่ แต่เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่วันเสาร์ที่มีถนนคนเดินที่ปกตินักท่องเที่ยวมาเที่ยวกัน จึงมีร้านอยู่ไม่มากเท่าไร พวกเราจึงได้ทานอาหาร พร้อมกับฟังเพลงที่ชาวบ้านร้องกันอย่างสนุกสนาน

หลังจากนั้นพวกเราก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนสะสมพลังงานกัน
ติดตามการเดินทางวันที่ 2 ต่อได้ในคอมเม้นจ้า
[CR] ทริปหมอกเดือนเมษา 3วัน2คืน จากสังขละสู่ปิล๊อก
3วัน2คืน จากสังขละสู่ปิล๊อก
วันหยุดยาวทั้งทีจะนอนอยู่บ้านอย่างเดียวชีวิตคงจะเฉา การเดินทางไปผจญภัยตามหาสายหมอกกลางขุนเขากับผองเพื่อน ช่างเป็นกิจกรรมพักผ่อนยามว่างที่น่าตื่นเต้น และลุ้นระทึกว่าเราจะสามารถขับรถตามหาความฝันนั้นได้หรือไม่
วันเดินทางของพวกเราเริ่มต้นในวันที่16 เมษายน พ.ศ.2562 เวลา06.00น. จากกรุงเทพมุ่งสู่ด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี
ระหว่างทางมีการแวะพักตามจุดต่าง ๆ ซึ่งมีจุดที่ประทับใจอย่างการตกแต่งร้าน Cafe Amazonแห่งนี้ ที่แต่งร้านได้ชวนให้เข้าไปพักให้หายเหนื่อยสุด ๆ
เดินทางมาเรื่อย ๆ เราก็เริ่มเห็นภูเขากันแล้ว นี่จะใช่ยอดเขาที่เราจะไปรึเปล่านะ??
ได้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ ถึงการเดินทางข้ามไปยังทางฝั่งของประเทศเมียนมา
เจ้าหน้าที่: ข้ามได้นะ เสียค่าข้ามด่านเข้าไป
เรา :แล้วถ้าเอารถเข้าไปเสียค่าข้ามด่านเท่าไรคะ
เจ้าหน้าที่ :ตอนนี้ด่านปิด เอารถเข้าไม่ได้ แต่มีรถนำเที่ยวนะคนละ250รวมค่าข้ามด่านแล้ว หรือจะเดินเข้าไปก็ได้ ตลาด1กม. วัด2กม.
เรา : (คนละ250!!มีกัน7คน OMG!!!!!!! เดินตอนนี้เราจะสุกกันแน่เลย) ขอไปปรึกษาเพื่อน ๆ ก่อนนะคะ
มติของพวกเราคือ ไม่ข้ามละกัน เดินเล่นแถวนี้สักพักละกันนะ
ตรงบริเวณที่เราเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ มีป้ายตอนรับเป็นภาษาต่าง ๆ ด้วย
บริเวณนี้จะมีสินค้าจากทางฝั่งเมียนมามาขายหลายอย่าง อย่างเช่นขนมต่าง ๆ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือทานาคา มีทั้งแบบเป็นชุดให้ฝนเอง หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ซื้อหาได้ตามความชอบกันเลย
ทว่า
.
.
.
.
.
.
.
เมื่อเราไปถึง ได้สอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานแล้วว่า ในนั้นไม่มีอาหารขายเลยยยยยยยยยย
(ขอร้านค้าสวัสดิการก็ยังดีนะคะ ฮือออออออออออ หิวววววววววววววว)
ด้วยความหิวของพวกเรา จึงโบกมือบายๆ ฮืออออออ ถ้ามีวาสนาระหว่างกันเราคงได้พานพบสานต่อวาสนากันนะ พี่น้ำตกตะเคียนทอง แต่ตอนนี้กองทัพต้องเดินด้วยท้องอะนะพี่
ก็เป็นเรื่องหน้าเสียดายจริง ๆ เพราะดูจากอะไรหลาย ๆ อย่างแล้วน้ำตกนี้คงเป็นน้ำตกที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ๆ แน่ ๆ สักวันนึงจะต้องกลับไปให้ได้แน่นอน
หลังจากนั้นพวกเราก็มาที่จุดเล่นน้ำซองกาเรีย(มีทั้งอาหาร และสายน้ำให้เล่น ยอดเยี่ยมค่ะ ยอดเยี่ยมมมมมมมมมมม)
เวลาแบบนี้ ส้มตำ น้ำตกต้องมา พลาดไม่ได้กันเลยทีเดียว รสชาติจัดจ้านถึงใจ ราคาน่ารัก เติมเต็มท้องของพวกเราได้ดี
น้ำที่นี่เย็นสบายมาก ๆ น้ำโดยส่วนใหญ่ไม่ลึกมากสามารถยืนถึงได้(คนเขียน162cm) จุดที่น้ำใส เห็นตัวปลาที่สุดคือบริเวณใต้สะพาน ตรงนั้นดีมาก ๆ คนก็ไม่เยอะ ขอเชิญทุกคนไปทัศนากันนะ
ระหว่างที่พวกเรากำลังทานอาหารกันนั้น ก็มีเรื่องเซอร์ไพรส์จากที่พัก เขาโทรมาบอกว่าเราไม่สามารถพักที่เราจองไว้ได้แล้วนะ เอาละซิ พวกเราก็ต้องรีบออกเดินทาง เพื่อไปหาที่พักใหม่ ไม่งั้นเราต้องนอนกันกลางถนนแน่
พวกเราได้เดินทางมาถึงสังขละบุรีกันแล้ว ไฮท์ไลท์ของที่นี่ก็คือสะพานไม้อุตตมานุสรณ์หรือสะพานมอญนั้นเอง แต่พวกเรายังไม่มีเวลาชมความงามกันนะซิ เพราะตอนนี้ต้องหาที่นอนกันก่อน
สะพานตรงนั้นคือสะพานที่รถใช้ข้ามมาทางฝั่งมอญละ
จนเราได้ติดต่อกับที่พักนี้ ราคาดีงามมาก^0^ ที่พักนี้อยู่ทางฝั่งมอญนะคะ มีที่จอดรถให้พวกเราด้วย ดีมาก ๆ เลย
ตอนแรกพวกเราว่าจะพักผ่อนกัน แต่เจ้าของที่พักบอกว่าวันนี้มีประเพณีสงกรานต์ของชาวมอญอยู่ที่เจดีย์พุทธคยา เอาละมีเรื่องน่าสนใจทั้งทีจะมัวนอนได้ไง ไปเลย ไปซิ ไป
เมื่อเรามาถึงที่เจดีย์พุทธคยาแล้ว สิ่งที่สะดุดตาของพวกเราก็คือชาวบ้านที่กำลังช่วยกันนำไม้ไผ่มาทำอะไรบางอย่าง พอเข้าไปสอบถามก็ได้รู้ว่าเขาทำไว้เพื่อสรงน้ำพระในวันรุ่งขึ้น
บรรยากาศของเจดีย์พุทธคยาที่พวกเราได้ชม
ชาวบ้านที่มาทำบุญในช่วงสงกรานต์ โดยผู้หญิงจะสวมเสื้อแขนยาวสีขาวและผ้าซิ่นยาวสีน้ำตาล
ก่อนกลับสังเกตเห็นชาวบ้านบางส่วนนำไม้ไผ่ลำยาวมาค้ำกิ่งต้นโพธิ์ จึงเขาไปสอบถาม ซึ่งชาวบ้านให้คำตอบเราว่า เป็นวิธีการสะเดาะเคราะห์ของชาวมอญ และต้นโพธิ์ที่เห็นในรูปนี้ก็ได้นำมาจากประเทศอินเดียอีกด้วย
ทั้งยังมีพิธีขนทรายเข้าวัด ที่ชาวบ้านนำมาก่อเจดีย์อย่างสวยงาม
ชาวมอญที่สังขละบุรีนั้นมีความผูกพันกันศาสนาเป็นอย่างมาก เมื่อได้เข้ามาแล้วจะรับรู้ได้ถึงความเลื่อมใสที่พวกเขามีต่อพระพุทธศาสนาจริง ๆ
ช่วงค่ำพวกเราก็ได้มาหาอะไรทานกันที่ถนนคนเดิน ซึ่งเขามีการจัดงานสงกรานต์กันอยู่ แต่เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่วันเสาร์ที่มีถนนคนเดินที่ปกตินักท่องเที่ยวมาเที่ยวกัน จึงมีร้านอยู่ไม่มากเท่าไร พวกเราจึงได้ทานอาหาร พร้อมกับฟังเพลงที่ชาวบ้านร้องกันอย่างสนุกสนาน
หลังจากนั้นพวกเราก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนสะสมพลังงานกัน
ติดตามการเดินทางวันที่ 2 ต่อได้ในคอมเม้นจ้า
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้