สวัสดีครับ ผมขออนุญาตแชร์ประสบการณ์เพื่อเตือนคนที่อาจจะตกเป็นเหยื่อให้กับศูนย์บริการรถมอเตอร์ไซค์HONDA
ขอเกริ่นก่อนนะครับ ผมได้ซื้อมอเตอร์ไซค์HONDAเมื่อเดือนสิงหาคมปี61 ซึ่งผมก็ใช้งานทั่วไปทั้งขี่ไปทำงานและออกทริปบ้างนานๆครั้ง แล้ววันที่21/3/62ผมได้รถเสียระหว่างขี่ไปทำงาน แบบว่าขี่อยุ่ดีๆแล้วรถดับไปเฉยๆเลย ผมจึงได้เอารถเข้าศูนย์บริการใกล้บ้าน ซึ่งเป็นศูนย์ของสาขาที่ผมออกรถมา เบื้องต้นทางศูนย์ได้ทำการตรวจเช็คและแจ้งกลับมาว่าหัวฉีดรถเสีย ผมได้กลับเข้าไปดูอาการรถ ช่างที่ทำการตรวจสอบก็ได้ทำให้ดูว่าหัวฉีดเสียยังไง ผมก็ได้ให้ทางศูนย์ทำการเคลมหัวฉีดให้ แต่ทางน้องผญ.ที่รับเรื่อง(ไม่แน่ใจว่าเป็นแอดมิน หรือเซล หรือทำทุกอย่างเลย) บอกกับผมว่าหัวเทียนน่าจะมีปัญหาเพราะหัวฉีดเสียน้ำมันไหลลงมาท่วม ให้ผมเปลี่ยนหัวเทียนด้วย ผมก็เลยตอบตกลงไปว่าถ้าเสียก็เปลี่ยน ทางช่างเลยแจ้งมาว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการเคลมของหน่อยนะ ผ่านไป1สัปดาห์ทางร้านได้เรียกเข้าไปดูรถเพราะพบปัญหาเพิ่ม รถมีอาการใช้ได้ปกติหลังเปลี่ยนหัวฉีด แต่ไปเอ็นจิ้นโชว์ที่หน้าปัทตลอด เช็คโค๊ดแล้วพบว่าเซ็นเซอร์ตัวทำมุมองศารถเสีย ทำให้องศารถไม่ตรงไฟเอ็นจิ้นเลยขึ้น ทางศูนย์บอกว่าผมเอารถไปล้มมาทำให้เซ็นเซอร์รถเสีย ซึ่งผมก็ยืนยันว่าไม่มีการล้มแบบนั้นแน่นอน ผมเลยให้ทางศูนย์จัดการให้เรียบร้อย หายไป2วันทางศูนย์โทรกลับมาแจ้งว่าเจอปัญหาแล้ว กล่องECUรถผมเสีย ผมเลยเริ่มหงุดหงิดแล้วว่าทำไมจากแค่หัวฉีดเสียมันลามไปกล่องECUเสีย ทั้งที่ก่อนหน้านี้รถผมใช้งานได้ปกติ ไม่มีสัญญาน และอาการใดๆเลย ผมเลยบอกว่าถ้าเสียก็เคลมมาเพราะยังไงรถก็อยู่ในประกันอยู่แล้ว แต่ทางน้องผญ.คนเดิมที่บอกให้ผมเปลี่ยนหัวเทียนบอกว่าต้องมีค่าใช้จ่ายนะ เพราะผมพึ่งเคลมหัวฉีดไป และจะมาเคลมกล่องECUต่อไม่ได้ เพราะมันเป็นการเคลมซ้ำซ้อนทางร้านต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้ ให้ผมช่วยออกค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกล่องECUคนละครึ่ง ซึ่งผมไม่ยอมและบอกว่าแล้วทำไมไม่ตรวจให้ดีแล้วเคลมทีเดียว ผมจึงยืนยันไปว่าผมไม่จ่าย ทางศูนย์จึงบอกว่าเดี๋ยวกลับไปคุยกับ เอ.พี.ฮอนด้า ให้ใหม่ (สินค้าที่เคลมจะเคลมกับทางเอ.พี.ฮอนด้า) หลังจากนั้นประมาณ1ชั่วโมงทางศูนย์โทรกลับมาบอกว่าเคลมได้แล้ว และพูดย้ำกับผมว่าก็มีแค่ค่าใช้จ่ายคือค่าหัวเทียนนะ ด้วยความที่ผมรู้สึกสงสัยในการเคลมของผมจึงได้โทรเข้าไปสอบถามกับทาง เอ.พี.ฮอนด้า และสิ่งที่ผมได้รับคำตอบจากทาง เอ.พี.ฮอนด้า ทำให้ผมรู้สึกว่าทาง เอ.พี.ฮอนด้า ไม่ได้สนใจลูกค้าเลย เอ.พี.ฮอนด้า บอกว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายช่างทั้งหมดเป็นคนตัดสินใจ แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่าการเคลมถ้าเสียก็สามารถเคลมได้ตลอด ไม่มีการเคลมซ้ำซ้อน การเคลมไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะชิ้นส่วนที่เสีย เอ.พี.ฮอนด้า ก็ตีกลับต้นทุนไปที่โรงงานผลิต และแล้วทาศูนย์ก็เรียกให้ผมไปรับรถได้ในวันที่6/4/62 เป็นระยะเวลาในการเข้าศูนย์2สัปดาห์ ผมก็ตรวจสอบรถปกติจนเสร็จ ทางร้านก็ให้จ่ายค่าหัวเทียนในราคา 750 บาท (พระเจ้าหัวเทียนบ้าอะไรแพงขนาดนี้ !!) และด้วยว่าผมลืมกดเงินไปผมเลยขอโอนเงินจากโมบายแบ้งค์กิ้ง ทางน้องผญ.บอกว่าให้โอนมาบัญชีเขาก่อนนะแล้วเขาก็ให้เหตุผลอะไรซักอย่าง(ผมจำไม่ได้) พอโอนเสร็จก็มีลูกค้าเข้าศูนย์พอดี เขาก็ลุกไปรับลูกค้า ช่างก็เรียกผมไปดูรถแล้วก็คุยเสร็จแล้วผมก็กลับ แล้วนึกขึ้นได้ว่าใบเสร็จละ และที่สำคัญผมได้เปิดสมุดรับประกันรถและพบว่าที่เขาบอกเคลมนั่นเคลมนี่สุดท้ายแล้วเขาเขียนมาแค่ว่าเคลมหัวฉีดอย่างเดียว สุดท้ายแล้วผมก็รู้ว่าผมได้เสียรู้ค่าหัวเทียนไป750บาทซึ่งก็ไม่รู้ว่าได้เปลี่ยนรึเปล่า
ทั้งหมดที่เล่ามานี้ใครจะว่าผมโง่ก็ได้เพราะผมก็ไม่รู้จริงๆ และรถคันนี้ก็เป็นรถคันแรกของผม ผมแค่อยากจะเตือนคนที่ัไม่รู้ หรือคนที่รู้แล้วถึงเล่ห์เหลี่ยมของพนักงานของศูนย์บริการรถมอเตอร์ไซค์ รถผมอยากจะไม่ได้แพงอะไร แต่มันก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของผม ผมไม่อยากให้ใครต้องมาเสียรู้เหมือนผม
และอยากจะฝากถึง เอ.พี.ฮอนด้า ให้สนใจลูกค้ามากกว่านี้มอเตอร์ไซค์คันนึงมันอาจจะไม่ได้แพงมากแต่อย่าลืมว่าอย่างน้อยก็เป็นลูกค้าคุณ ผมเข้าใจว่าแม้จะเสียลูกค้าอย่างผมไปคนนึงคุณก็ไม่เดือดร้อน คุณจึงไม่สนใจจะจัดการเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้
เตือนภัยเล่ห์เหลี่ยมพนักงานศูนย์บริการรถมอเตอร์ไซค์
ขอเกริ่นก่อนนะครับ ผมได้ซื้อมอเตอร์ไซค์HONDAเมื่อเดือนสิงหาคมปี61 ซึ่งผมก็ใช้งานทั่วไปทั้งขี่ไปทำงานและออกทริปบ้างนานๆครั้ง แล้ววันที่21/3/62ผมได้รถเสียระหว่างขี่ไปทำงาน แบบว่าขี่อยุ่ดีๆแล้วรถดับไปเฉยๆเลย ผมจึงได้เอารถเข้าศูนย์บริการใกล้บ้าน ซึ่งเป็นศูนย์ของสาขาที่ผมออกรถมา เบื้องต้นทางศูนย์ได้ทำการตรวจเช็คและแจ้งกลับมาว่าหัวฉีดรถเสีย ผมได้กลับเข้าไปดูอาการรถ ช่างที่ทำการตรวจสอบก็ได้ทำให้ดูว่าหัวฉีดเสียยังไง ผมก็ได้ให้ทางศูนย์ทำการเคลมหัวฉีดให้ แต่ทางน้องผญ.ที่รับเรื่อง(ไม่แน่ใจว่าเป็นแอดมิน หรือเซล หรือทำทุกอย่างเลย) บอกกับผมว่าหัวเทียนน่าจะมีปัญหาเพราะหัวฉีดเสียน้ำมันไหลลงมาท่วม ให้ผมเปลี่ยนหัวเทียนด้วย ผมก็เลยตอบตกลงไปว่าถ้าเสียก็เปลี่ยน ทางช่างเลยแจ้งมาว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการเคลมของหน่อยนะ ผ่านไป1สัปดาห์ทางร้านได้เรียกเข้าไปดูรถเพราะพบปัญหาเพิ่ม รถมีอาการใช้ได้ปกติหลังเปลี่ยนหัวฉีด แต่ไปเอ็นจิ้นโชว์ที่หน้าปัทตลอด เช็คโค๊ดแล้วพบว่าเซ็นเซอร์ตัวทำมุมองศารถเสีย ทำให้องศารถไม่ตรงไฟเอ็นจิ้นเลยขึ้น ทางศูนย์บอกว่าผมเอารถไปล้มมาทำให้เซ็นเซอร์รถเสีย ซึ่งผมก็ยืนยันว่าไม่มีการล้มแบบนั้นแน่นอน ผมเลยให้ทางศูนย์จัดการให้เรียบร้อย หายไป2วันทางศูนย์โทรกลับมาแจ้งว่าเจอปัญหาแล้ว กล่องECUรถผมเสีย ผมเลยเริ่มหงุดหงิดแล้วว่าทำไมจากแค่หัวฉีดเสียมันลามไปกล่องECUเสีย ทั้งที่ก่อนหน้านี้รถผมใช้งานได้ปกติ ไม่มีสัญญาน และอาการใดๆเลย ผมเลยบอกว่าถ้าเสียก็เคลมมาเพราะยังไงรถก็อยู่ในประกันอยู่แล้ว แต่ทางน้องผญ.คนเดิมที่บอกให้ผมเปลี่ยนหัวเทียนบอกว่าต้องมีค่าใช้จ่ายนะ เพราะผมพึ่งเคลมหัวฉีดไป และจะมาเคลมกล่องECUต่อไม่ได้ เพราะมันเป็นการเคลมซ้ำซ้อนทางร้านต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้ ให้ผมช่วยออกค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกล่องECUคนละครึ่ง ซึ่งผมไม่ยอมและบอกว่าแล้วทำไมไม่ตรวจให้ดีแล้วเคลมทีเดียว ผมจึงยืนยันไปว่าผมไม่จ่าย ทางศูนย์จึงบอกว่าเดี๋ยวกลับไปคุยกับ เอ.พี.ฮอนด้า ให้ใหม่ (สินค้าที่เคลมจะเคลมกับทางเอ.พี.ฮอนด้า) หลังจากนั้นประมาณ1ชั่วโมงทางศูนย์โทรกลับมาบอกว่าเคลมได้แล้ว และพูดย้ำกับผมว่าก็มีแค่ค่าใช้จ่ายคือค่าหัวเทียนนะ ด้วยความที่ผมรู้สึกสงสัยในการเคลมของผมจึงได้โทรเข้าไปสอบถามกับทาง เอ.พี.ฮอนด้า และสิ่งที่ผมได้รับคำตอบจากทาง เอ.พี.ฮอนด้า ทำให้ผมรู้สึกว่าทาง เอ.พี.ฮอนด้า ไม่ได้สนใจลูกค้าเลย เอ.พี.ฮอนด้า บอกว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายช่างทั้งหมดเป็นคนตัดสินใจ แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่าการเคลมถ้าเสียก็สามารถเคลมได้ตลอด ไม่มีการเคลมซ้ำซ้อน การเคลมไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะชิ้นส่วนที่เสีย เอ.พี.ฮอนด้า ก็ตีกลับต้นทุนไปที่โรงงานผลิต และแล้วทาศูนย์ก็เรียกให้ผมไปรับรถได้ในวันที่6/4/62 เป็นระยะเวลาในการเข้าศูนย์2สัปดาห์ ผมก็ตรวจสอบรถปกติจนเสร็จ ทางร้านก็ให้จ่ายค่าหัวเทียนในราคา 750 บาท (พระเจ้าหัวเทียนบ้าอะไรแพงขนาดนี้ !!) และด้วยว่าผมลืมกดเงินไปผมเลยขอโอนเงินจากโมบายแบ้งค์กิ้ง ทางน้องผญ.บอกว่าให้โอนมาบัญชีเขาก่อนนะแล้วเขาก็ให้เหตุผลอะไรซักอย่าง(ผมจำไม่ได้) พอโอนเสร็จก็มีลูกค้าเข้าศูนย์พอดี เขาก็ลุกไปรับลูกค้า ช่างก็เรียกผมไปดูรถแล้วก็คุยเสร็จแล้วผมก็กลับ แล้วนึกขึ้นได้ว่าใบเสร็จละ และที่สำคัญผมได้เปิดสมุดรับประกันรถและพบว่าที่เขาบอกเคลมนั่นเคลมนี่สุดท้ายแล้วเขาเขียนมาแค่ว่าเคลมหัวฉีดอย่างเดียว สุดท้ายแล้วผมก็รู้ว่าผมได้เสียรู้ค่าหัวเทียนไป750บาทซึ่งก็ไม่รู้ว่าได้เปลี่ยนรึเปล่า
ทั้งหมดที่เล่ามานี้ใครจะว่าผมโง่ก็ได้เพราะผมก็ไม่รู้จริงๆ และรถคันนี้ก็เป็นรถคันแรกของผม ผมแค่อยากจะเตือนคนที่ัไม่รู้ หรือคนที่รู้แล้วถึงเล่ห์เหลี่ยมของพนักงานของศูนย์บริการรถมอเตอร์ไซค์ รถผมอยากจะไม่ได้แพงอะไร แต่มันก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของผม ผมไม่อยากให้ใครต้องมาเสียรู้เหมือนผม
และอยากจะฝากถึง เอ.พี.ฮอนด้า ให้สนใจลูกค้ามากกว่านี้มอเตอร์ไซค์คันนึงมันอาจจะไม่ได้แพงมากแต่อย่าลืมว่าอย่างน้อยก็เป็นลูกค้าคุณ ผมเข้าใจว่าแม้จะเสียลูกค้าอย่างผมไปคนนึงคุณก็ไม่เดือดร้อน คุณจึงไม่สนใจจะจัดการเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้