เจมส์ ธีรดนย์ เซ็นสัญญากับ โฟร์โนล็อค ขอเดินเส้นทางสายศิลปิน


โดย เจมส์ เผยว่า “เรื่องการไม่ต่อสัญญา เราได้คุยกับนาดาวมาสักพักแล้ว ผมรู้สึกว่าตัวผมเองอยากลองไปในทางด้านการร้องเพลง การเป็นศิลปิน อย่างที่ผมได้ชี้แจงไปที่ไอจี พี่ย้งเคยบอกว่าอยากลองอะไรก็ลองให้สุดไปเลย ผมรู้สึกว่าครั้งนี้มันเป็นโอกาสที่ทำเราต้องลองออกจากคอมฟอร์ดโซนของตัวเอง จะได้ไปลองอะไรใหม่ คุยกับทางพี่ย้ง ทางนาดาว ทุกคนเข้าใจกัน”

“คิดอยู่สักพักหนึ่ง และมันเป็นสิ่งที่เราอยากลอง และผมไม่เสียดาย ถ้าทำแล้วมันไม่ดี แต่จะเสียดายมากกว่าถ้าไม่ลองทำ ซึ่งมันใช้เวลาช่างใจนาน ในด้านศิลปินผมไม่ได้ทำอะไร และมันยังไม่ได้ดี เราต้องฝึกฝน เราเติบโตมาจากการนักแสดงจากนาดาว ตอนนี้เหมือนเป็นฟีลที่เด็กอยู่โรงเรียนมาโดยตลอด และวันนึงต้องไปใช้ชีวิตอยู่อีกทีหนึ่ง เราไม่รู้ว่าถ้าเราไป แล้วมันจะเป็นยังไง แต่เรารู้สึกว่าเราอยากไป”

อะไรที่ทำให้เรากล้าเสี่ยง ?

“พี่ย้งครับ เขาเป็นคนทำให้เรากล้าตัดสินใจ เพราะเขาเป็นคนสอนผมว่าถ้าไปก็ไปให้สุด ผมเลยรู้สึกว่าผมก็อยากลอง และมันเป็นความชอบส่วนตัวของผมด้วยที่เวลาเราอยู่บนสเตจ เราแฮปปี้กับสิ่งนั้น ชอบแบบนั้น ซึ่งขั้นตอนในการคุยว่าไม่ต่อสัญญา เราคุยกันด้วยเหตุผล ไม่ได้มีการจะยื้อคุยยืดออกไป มันเป็นการคุยกันด้วยเหตุและผล เป็นความเข้าใจ ทุกอย่างเคลียร์ เข้าใจ”

“ถามว่าใจหายไหม มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ต้องใจหาย เราค่อนข้างผูกพันกันมากในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา นาดาวสอนอะไรให้ผมหลายอย่าง แม้บางคนจะบอกว่าเราเป็นนักแสดงน่าจะดีกว่า อันนี้ผมต้องขอบคุณนาดาวครับ มันไม่ใช่แค่ตัวผมอย่างเดียว ผมจะมาถึงวันนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับการฝึกฝนจากนาดาว รับการเวิร์คช้อป ถ้าผมไม่ได้โอกาสที่ดี ได้ทีมงานที่ดี ผมจะไม่มีวันนี้ได้เลย”

“ส่วนเปรี้ยงหรือไม่เปรี้ยง ผมว่าเราไม่ได้เริ่มในจุดที่เราไม่ถนัด เราจะไม่คิดถึงตรงนั้น แค่รู้สึกว่าผมจะทำในสิ่งนั้นให้มันดีที่สุด เหมือนที่เราทำผลงานแสดงทุกๆ ชิ้นที่ผ่านมา เราเต็มที่ เราลุยไปกับมัน ถ้าเราทำเต็มที่แล้ว จะไม่มีจุดให้มันเสียดาย ต่อให้ผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง เราชอบผลงานนั้น เราแฮปปี้มีความสุขกับมัน ไม่ได้ทิ้งความเป็นนักแสดง แต่เพียงว่าเราชอบการเป็นศิลปิน อยากจะลองไปกับมัน และเราไม่ทิ้งการแสดงแน่นอนเพราะมันทำให้เรามีวันนี้ และผมยังรัก สนุกกับมันทุกครั้งที่ได้ทำ ก็เซ็นกับโฟร์โนล็อค แต่กี่ปีนั้นยังอยู่ในช่วงการพูดคุยอยู่ ในส่วนรายละเอียดว่าจะเป็นนักร้องยังไง ก็เดี๋ยวสรุปอีกที”

เจมส์อยากทำอะไรบ้าง พอได้เลือกในสิ่งที่อยากทำแล้ว ?

“ถ้าเราเริ่มมาทางศิลปินเราก็อยากทำเพลง แน่นอนอย่างที่บอกไปผมไม่ทิ้งงานแสดง อันนี้ต้องมีการคุยกันอยู่แล้ว ถามว่าจะไปด้านศิลปินเต็มตัวเลยมั้ย ผมว่าคำว่าศิลปินมันคือคนที่ทำงานศิลปะ เราอาจจะไม่ได้โฟกัสแค่นักแสดง นักร้อง แต่เรารวมว่ามันคือศิลปิน ศิลปินของผมไม่ใช่แค่เราทำได้อย่างเดียว แต่เราจะทำงานอาร์ตออกมาให้คนดู”

จะมีโอกาสได้รวมตัวมีผลงานกับเพื่อนๆ ไนน์บายนาย ที่อยู่โฟร์โนล็อคมั้ย

“ต้องรอดูครับ ยังอยู่ในช่วงการคุย ตอนนี้อย่างที่บอกยังไม่ได้ลงดีเทลว่าจะทำอะไรยังไงต่อ เราได้คุยกับเพื่อนหลายๆ คน กับเจเจที่เราโพสต์ถึงเขา ก็ด้วยความสนิทกัน เราผ่านอะไรมาเยอะ ปีที่ผ่านมาเราโตขึ้นได้ลองทำสิ่งใหม่แทบทุกอย่าง มันเป็นช่วงที่เราได้โตมาด้วยกัน”

ครูเงาะโพสต์เสียดาย เพราะเจมส์อินเนอร์ในการแสดงที่ดี ?

“ผมได้อ่านแล้ว อยากจะย้ำอีกทีว่าไม่ได้ทิ้งการแสดงนะครับ ติดต่องานแสดงได้ยังยินดีรับอยู่ อยากเล่นบทบาทใหม่ๆ อยู่เสมอ ถามว่าเราร้อนเงินหรือเปล่า ช่วงนี้ไปเที่ยวกลับมาก็ร้อนๆ อากาศไม่ได้ร้อนนะ แต่ร้อนเงิน ไม่ใช่(หัวเราะ) รู้สึกว่าเป็นช่วงที่อยากทำงานมากกว่า ไม่ใช่เรื่องเงินหรอก”

ฝากถึงแฟนๆ ที่เข้ามาให้กำลังใจ ?
“ผมอยากขอบคุณที่เข้าใจการตัดสินใจของผม ก็ได้อ่านคอมเมนต์ ขอบคุณมากจริงๆ ที่เข้าใจกัน ไม่ได้รู้สึกแอนตี้การตัดสินใจของผม ผมค่อนข้างรักพวกเขามากๆ เลย เขาเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้ทิ้งเราไปไหน ส่วนคนที่ไม่เข้าใจบอกว่าเราคิดผิด มันเป็นการตัดสินใจของเราเนอะ อันนั้นอาจจะเป็นความคิดของเขา ซึ่งเราควบคุมความคิดเขาไม่ได้ สิ่งที่เราเลือกเสพสิ่งที่เราเลือกฟังก็จะเป็น คอมเมนต์กับสิ่งที่เขาพูดไม่ดี มันคนละอย่างกันจะพาร์ตของเราที่ต้องจัดการตัวเองว่า เราจะเลือกเสพสิ่งไหนหรือรับฟังสิ่งไหน เรารับฟังทุกคอมเมนต์ แต่สิ่งไหนที่เป็นคำพูดไม่ดี เราก็ตัดปัญหาตัวเองอาจจะไม่ฟัง แล้วมองผ่านไป”

พี่ย้ง ทรงยศ โพสต์ซึ้งว่า นาดาวคือบ้านของเราเสมอ ?

“ผมเพิ่งเห็นเมื่อเช้านี้ รูปวันนั้นเป็นรูปวันที่คุยกัน อย่างที่บอกเหมือนบ้านอยู่เสมอ ทุกวันนี้ผมก็แวะไปนาดาวได้ ของหลายๆ อย่างก็ยังอยู่นาดาว มันไม่ใช่ว่าการที่เราย้ายออก เราไม่ได้ย้ายออกด้วยการแตกหัก เราย้ายออกด้วยความเข้าใจกันว่า เราอยากไปลองสิ่งใหม่ พอเราเข้าใจกันยังไงมันก็เหมือนบ้านอีกหลังนึง ที่เราเติบโตมาจากที่นั่น วันไหนที่รู้สึกอยากกลับไปเจอเพื่อนๆ ทีมงาน เราก็จะไปครับ ถามว่าโมเมนต์ที่กอดกันพี่ย้งพูดว่าอะไร ผมจำไม่ได้วันนั้นค่อยข้างเบลอ แต่พูดประมาณว่า พี่ย้งเคารพการตัดสินใจของผม และอยากให้ผมไปให้สุดทาง”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_2452189
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่