วันนี้ผมจะนำเสนอเหตุการณ์สำคัญวันหนึ่ง ที่น่าจะเป็นวันที่คนทั้งประเทศสูญเสียวันหนึ่ง และน่าจะเป็นวันที่คนที่เล่นหุ้นตามข่าว ขาดทุนมากมายอีกหนึ่งวัน
*** อ้างอิงตลาดฟิวเจอร์ *** ภาพย่อ TF เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น *** ถ้าภาพไม่ชัดลองไปเปิดกราฟช่วงเวลานั้นดู ***
ก่อนจะถึงจุดวงกลมที่ 1 คือช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2016 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีข่าวไม่ค่อยดี ออกมา (ถ้าใครยังไม่รู้ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นวันอะไรก็ขอให้กลับไปรื้อข่าวมาดู)
ในจุดที่ 1 คือจุดที่ตลาดกระโดดลงในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 10 ตุลา ตลาดกระโดดลงจาก 958 จุด (ราคาปิดวันที่ 7 ตุลา) มาเปิดที่ 920 จุด (เปิดลงราวๆ 38 จุด) จากที่ปิดวันที่ 7 ตุลา ที่ 958 จุด
ในจุดที่ 2 คือจุดที่ตลาดเปิดช่วงบ่ายของวันที่ 12 ตุลาคม จากราคาปิดเที่ยง 889 จุด เปิดบ่ายที่ 847 จุด (เปิดลงราวๆ 42 จุด)
ในจุดที่ 1 และ 2 ถ้าใครเป็นสายเก็งกำไรจากราคาเปิด ย่อมต้องได้กำไรแน่นอน แต่หากใครถือข้ามวันในจุดที่ 1 หรือข้ามบ่ายมา ในจุดที่ 2 โดยที่ยังไม่รู้ว่าเทรนเป็นขาขึ้นหรือลง อาจจะต้องบาดเจ็บหนัก
ในจุดที่ 3 คือช่วงเวลา 15.15-15.30 น. ตลาดอยู่ที่ 860 จุด น่าจะเริ่มมีข่าวที่ทำให้คนทราบเหตุการณ์ถึงวันที่สูญเสียวันหนึ่งของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งแน่นอน ถ้าคนที่เล่นกับข่าว ไม่ใช่สายเทคนิคอล ย่อมต้องคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้ ตลาดจะต้องลงต่อแน่นอน ณ จุดนี้ คือกับดักของข่าว
บางคนอาจจะบอกว่า ข่าวลือให้ขาย ข่าวร้ายให้ซื้อ ผมจะบอกว่า ถ้าเอาเหตุการณ์นี้มาประกอบ มันคงจะใช้ได้ผล แต่อยากจะบอกว่า การเล่นกับข่าว มันมีความไม่แน่นอนเสมอไป เพราะถ้าเป็นเหตุการณ์อื่น ข่าวร้ายให้ซื้ออาจจะไม่ใช่คำตอบเช่นเดียวกัน
หลังจากจุดที่ 3 ตลาดลากขึ้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา แน่นอนว่า คนที่เล่นกับข่าว ย่อมเสียหายหนัก แต่ในสายเทคนิคอล มันจะบอกแล้วว่า ตลาดเริ่มเปลี่ยนทิศทางกลับมาเป็นขาขึ้น (ลากจาก 860 จุดมาปิดที่ 923 จุด หรือลากมา 63 จุด ภายในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง)
พอปิดวันที่ 13 ตุลา 2016 ตลาดปิดที่ 923.6 จุด ซึ่งตลาด SET50 ปิดที่ 906 จุด ซึ่งทำ Premium 17 จุด และแน่นอนว่าใครเป็นสายเล่น Basis คงจะคิดว่า ตลาดปิด Premium แบบนี้ การเล่นสวน S คงจะได้กำไร
ในจุดที่ 4 แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะวันที่ 14 ตุลา 2016 ตลาดเปิดราวๆ 935 จุด กระโดดขึ้นอีก 12 จุด ซึ่งสายสวนก็จะขาดทุนหนักอีกตามเคย หรือแม้แต่คนที่เล่นสวนกับข่าวตอน 860 จุด คงจะต้องโดน Force Sell แน่ๆ หากวางเงินไม่เหมาะสม
ผมเชื่อว่าเหตุการณ์วันนั้น คงจะมีใครหลายคนที่ไม่ได้รู้เรื่องในทางเทคนิคอล หรือมัวแต่ดูราคาอย่างเดียว เกิดข้อสงสัยว่า ตลาดขึ้นเพราะอะไร ทั้งๆ ที่เป็นข่าวร้ายสำหรับคนไทยทั้งประเทศ
ส่วนตัวในเหตุการณ์ครั้งนั้น ถือว่าได้กำไรมาพอสมควรภายในไม่กี่วัน ตอนแรกพอทราบข่าวก็ถือว่าใจเสีย หวั่นไหวในการกลับทิศทางของตลาดเหมือนกัน ว่ามันจะขึ้นจริงหรือเปล่า (แต่สัญญาณกลับทิศก็มา)
ผมเอาประสบการณ์ตรงนี้มาเล่า เพราะคิดว่าภาพเหตุกาณ์วันนั้นน่าจะเห็นภาพได้ชัดที่สุดสำหรับการเล่นกับข่าว และการเล่นหุ้น โดยเอาข่าวต่างๆ มาผสมโรง มันไม่ได้ช่วยทำให้พอร์ตดีขึ้น บางครั้งอาจจะทำให้ยิ่งแย่กว่าเดิม ส่วนใครที่เล่นกับข่าวแล้วได้กำไร แล้วยังอยากเล่นกับข่าวต่อ ผมก็ไม่ได้ต่อต้าน เพียงแค่เอาข้อมูลมานำเสนอเท่านั้น สำหรับคนที่ชอบถามคำถามที่ว่า ตลาดขึ้นเพราะอะไร หรือตลาดลงเพราะอะไร บางครั้งตลาดมันก็ไม่มีเหตุผล เพราะตลาดมันขึ้นหรือลงด้วยกำลังของเงิน ด้วยแรงซื้อหรือแรงขายของเงินในตลาด ไม่ใช่เพราะว่าข่าว
โดยส่วนตัวผมมีความเชื่ออย่างนึงว่า ข่าวมักจะมาตามหลังราคา ข่าวมันไม่เคยบอกทิศทางให้เราก่อน แต่ราคาจะบอกทิศทางให้เราก่อน
ทำไมถึงไม่ควรเล่นหุ้นตามข่าว แต่ควรจะเล่นหุ้นตามเทรน มีเหตุการณ์และภาพประกอบ
*** อ้างอิงตลาดฟิวเจอร์ *** ภาพย่อ TF เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น *** ถ้าภาพไม่ชัดลองไปเปิดกราฟช่วงเวลานั้นดู ***
ก่อนจะถึงจุดวงกลมที่ 1 คือช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2016 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีข่าวไม่ค่อยดี ออกมา (ถ้าใครยังไม่รู้ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นวันอะไรก็ขอให้กลับไปรื้อข่าวมาดู)
ในจุดที่ 1 คือจุดที่ตลาดกระโดดลงในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 10 ตุลา ตลาดกระโดดลงจาก 958 จุด (ราคาปิดวันที่ 7 ตุลา) มาเปิดที่ 920 จุด (เปิดลงราวๆ 38 จุด) จากที่ปิดวันที่ 7 ตุลา ที่ 958 จุด
ในจุดที่ 2 คือจุดที่ตลาดเปิดช่วงบ่ายของวันที่ 12 ตุลาคม จากราคาปิดเที่ยง 889 จุด เปิดบ่ายที่ 847 จุด (เปิดลงราวๆ 42 จุด)
ในจุดที่ 1 และ 2 ถ้าใครเป็นสายเก็งกำไรจากราคาเปิด ย่อมต้องได้กำไรแน่นอน แต่หากใครถือข้ามวันในจุดที่ 1 หรือข้ามบ่ายมา ในจุดที่ 2 โดยที่ยังไม่รู้ว่าเทรนเป็นขาขึ้นหรือลง อาจจะต้องบาดเจ็บหนัก
ในจุดที่ 3 คือช่วงเวลา 15.15-15.30 น. ตลาดอยู่ที่ 860 จุด น่าจะเริ่มมีข่าวที่ทำให้คนทราบเหตุการณ์ถึงวันที่สูญเสียวันหนึ่งของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งแน่นอน ถ้าคนที่เล่นกับข่าว ไม่ใช่สายเทคนิคอล ย่อมต้องคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้ ตลาดจะต้องลงต่อแน่นอน ณ จุดนี้ คือกับดักของข่าว
บางคนอาจจะบอกว่า ข่าวลือให้ขาย ข่าวร้ายให้ซื้อ ผมจะบอกว่า ถ้าเอาเหตุการณ์นี้มาประกอบ มันคงจะใช้ได้ผล แต่อยากจะบอกว่า การเล่นกับข่าว มันมีความไม่แน่นอนเสมอไป เพราะถ้าเป็นเหตุการณ์อื่น ข่าวร้ายให้ซื้ออาจจะไม่ใช่คำตอบเช่นเดียวกัน
หลังจากจุดที่ 3 ตลาดลากขึ้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา แน่นอนว่า คนที่เล่นกับข่าว ย่อมเสียหายหนัก แต่ในสายเทคนิคอล มันจะบอกแล้วว่า ตลาดเริ่มเปลี่ยนทิศทางกลับมาเป็นขาขึ้น (ลากจาก 860 จุดมาปิดที่ 923 จุด หรือลากมา 63 จุด ภายในเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง)
พอปิดวันที่ 13 ตุลา 2016 ตลาดปิดที่ 923.6 จุด ซึ่งตลาด SET50 ปิดที่ 906 จุด ซึ่งทำ Premium 17 จุด และแน่นอนว่าใครเป็นสายเล่น Basis คงจะคิดว่า ตลาดปิด Premium แบบนี้ การเล่นสวน S คงจะได้กำไร
ในจุดที่ 4 แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะวันที่ 14 ตุลา 2016 ตลาดเปิดราวๆ 935 จุด กระโดดขึ้นอีก 12 จุด ซึ่งสายสวนก็จะขาดทุนหนักอีกตามเคย หรือแม้แต่คนที่เล่นสวนกับข่าวตอน 860 จุด คงจะต้องโดน Force Sell แน่ๆ หากวางเงินไม่เหมาะสม
ผมเชื่อว่าเหตุการณ์วันนั้น คงจะมีใครหลายคนที่ไม่ได้รู้เรื่องในทางเทคนิคอล หรือมัวแต่ดูราคาอย่างเดียว เกิดข้อสงสัยว่า ตลาดขึ้นเพราะอะไร ทั้งๆ ที่เป็นข่าวร้ายสำหรับคนไทยทั้งประเทศ
ส่วนตัวในเหตุการณ์ครั้งนั้น ถือว่าได้กำไรมาพอสมควรภายในไม่กี่วัน ตอนแรกพอทราบข่าวก็ถือว่าใจเสีย หวั่นไหวในการกลับทิศทางของตลาดเหมือนกัน ว่ามันจะขึ้นจริงหรือเปล่า (แต่สัญญาณกลับทิศก็มา)
ผมเอาประสบการณ์ตรงนี้มาเล่า เพราะคิดว่าภาพเหตุกาณ์วันนั้นน่าจะเห็นภาพได้ชัดที่สุดสำหรับการเล่นกับข่าว และการเล่นหุ้น โดยเอาข่าวต่างๆ มาผสมโรง มันไม่ได้ช่วยทำให้พอร์ตดีขึ้น บางครั้งอาจจะทำให้ยิ่งแย่กว่าเดิม ส่วนใครที่เล่นกับข่าวแล้วได้กำไร แล้วยังอยากเล่นกับข่าวต่อ ผมก็ไม่ได้ต่อต้าน เพียงแค่เอาข้อมูลมานำเสนอเท่านั้น สำหรับคนที่ชอบถามคำถามที่ว่า ตลาดขึ้นเพราะอะไร หรือตลาดลงเพราะอะไร บางครั้งตลาดมันก็ไม่มีเหตุผล เพราะตลาดมันขึ้นหรือลงด้วยกำลังของเงิน ด้วยแรงซื้อหรือแรงขายของเงินในตลาด ไม่ใช่เพราะว่าข่าว
โดยส่วนตัวผมมีความเชื่ออย่างนึงว่า ข่าวมักจะมาตามหลังราคา ข่าวมันไม่เคยบอกทิศทางให้เราก่อน แต่ราคาจะบอกทิศทางให้เราก่อน